กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ก่อนการประกาศคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องการยุบพรรค มีเสียงของศาสตราจารย์ ดร.คณิต ณ นคร บุคคลที่ได้รับการยอมรับในแวดวงกฎหมาย ออกมาบอกในทำนองว่า ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญแถลงผลการตัดสินด้วยคำพูดที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ทุกฝ่าย ซึ่งความคลุมเครือหรือความสงสัยที่เกิดมาจากความไม่รู้นี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจาก ความไม่รู้ จะกลายเป็นเครื่องมือให้บุคคลผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสหาประโยชน์จากความไม่รู้ของประชาชน ยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกเข้าใจผิด ด้วยความพยายามตีความเพื่อให้ประโยชน์เกิดขึ้นแก่ฝ่ายตนเอง หรือชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องหรือความไม่ถูกต้องเป็นธรรมที่ฝ่ายตนเองได้รับเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวเรียกร้อง โดยหวังจะอาศัยพลังจากประชาชนที่เข้าใจผิดเป็นพลังสนับสนุนการกระทำการของฝ่ายตน ซึ่งไม่มีใครทราบว่าหากความไม่รู้จากสองฝ่ายเคลื่อนเข้าหากัน จะนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงอย่างใดขึ้น ที่ผ่านมาแม้ว่ารัฐจะสนับสนุนให้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายในชีวิตประจำวันที่ประชาชนทั่วไปควรรู้ที่สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก หรือมีการดำเนินการของนักกฎหมายหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดให้มีโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจกฎหมายมากขึ้น น่าประหลาดใจที่เวลามีเหตุการณ์บ้านเมืองสำคัญที่ต้องอาศัยการยุติด้วยข้อกฎหมายที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รัฐหรือผู้เกี่ยวข้องต่างๆ กลับไม่ใช้โอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าวสนับสนุนให้ประชาชนที่มีความสนใจใคร่รู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ออกมาอธิบายเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ทำความเข้าใจตัวบทกฎหมายจากเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองนั้นๆ ที่เกิดขึ้น ที่ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสิ้น การประกาศคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากอยู่แล้ว ประชาชนหลายคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายมาก่อนก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำความเข้าใจเพื่อให้ได้ความรู้ถึงสถานการณ์และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยตีความไปถึงแนวโน้มของคำพิพากษาที่ตนเองคาดว่าจะออกมาเช่นนั้น ยิ่งกว่านั้นยังมีการแสดงความคิดเห็น (แม้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่มที่มีความคิดเห็นแบบเดียวกันก็ตาม เนื่องจากสังคมไทยยังไม่จริงจังกับการส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้ถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลที่มีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน) จึงถือว่าเวลานี้เป็นโอกาสที่จะสร้างการเรียนรู้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่บังควรจากความรุนแรงที่เกิดจากความเข้าใจผิดที่มีที่มาจากความไม่รู้ อย่างไรก็ตาม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแถลงด้วยข้อความที่เป็นภาษากฎหมายตามข้อกำหนดของพิธีการ ก็อยากให้มีบุคลากรของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกมาอธิบายชี้แจงในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจได้แยกออกมาต่างหาก เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับฟังไปแล้วไม่ต้องไปตีความเอาเอง (หรือถูกคนอื่นชักจูง) อย่างผิดๆ ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ก็ควรที่จะมีการจัดพิมพ์เอกสารชี้แจงคำพิพากษาการตัดสินด้วยภาษาที่ประชาชนทั่วไปสามารถอ่านเข้าใจได้ตรงกัน ไม่ใช่ให้ประชาชนไปรับฟังหรือหาอ่านจากบทวิเคราะห์หรือการตีความของสื่อมวลชนที่สรุปออกมาไม่เหมือนกัน ผลก็คือความสงสัยและคลางแคลงใจที่มีอยู่ยังไม่ถูกกำจัดออกไป นับเป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถดำเนินการได้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชาชน และเพื่อป้องกันปัญหาบานปลายที่อาจเกิดขึ้นได้...เชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นความไม่รู้เป็นบ่อเกิดของความแตกแยกในสังคมไทย ทศพล กฤตยพิสิฐ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความคิดเห็นยังกับความนี้บ้างค่ะ ********** |