• po_sci_nu3
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meepooh_ning@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 7034
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
po_sci_nu3
ร่ามกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรคการเมืองกับรัฐไทยในการเมืองโลก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/cuibrono
วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน 2550
ภูมิหลังกวีนิพนธ์ฟิลิปปินส์
Posted by po_sci_nu3 , ผู้อ่าน : 328 , 22:35:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


สังเขปภูมิหลังกวีนิพนธ์ฟิลิปปินส์
         ก่อนที่จะกล่าวถึงกวีนิพนธ์ฟิลิปปินส์ ใคร่ขอแนะนำภูมิหลังของกวีนิพนธ์โดยสังเขปเพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจภาพรวมของการสร้างสรรค์วรรณคดีฟิลิปปินส์ได้ดียิ่งขึ้น วรรณคดีฟิลิปปินส์อาจแบ่งตามยุคสมัยของประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ ตามความเห็นของนักวิชาการได้เป็น 4 ยุค ดังนี้

1. สมัยก่อนฟิลิปปินส์ตกเป็นประเทศอาณานิคม
2. สมัยฟิลิปปินส์เป็นประเทศอาณานิคมของสเปน (ค.ศ.1565-1897)
3. สมัยเป็นประเทศอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1898-1945)
4. สมัยได้รับเอกราชจนถึงปัจจุบัน (1)

            เมื่อพิจารณาเฉพาะกวีนิพนธ์จะพบว่า วรรณคดีฟิลิปปินส์ในยุคเริ่มแรกก่อนที่จะเป็นอาณา-นิคมนั้นมีการสร้างและเสพวรรณคดีมุขปาฐะ (oral literature) เป็นหลัก ด้วยเหตุที่ว่าสังคมดั้งเดิมในฟิลิปปินส์นั้น เป็นแหล่งรวมของชนเผ่าต่างๆมากมาย เช่น เผ่าบอนตอค (Bontoks) อิลองกอต (Ilongots) และคาลิงกัส (Kalingas) ชนเผ่าเหล่านี้มีชนเผ่ามาเลย์เป็นบรรพบุรุษ และได้ทิ้งร่องรอยของวัฒนธรรมอิสลามไว้ในฟิลิปปินส์มาถึงทุกวันนี้ (2)

            ในสังคมแบบชนเผ่ามีการเสพบทกวีและลำนำเพลง กวีนิพนธ์ที่สำคัญในยุคนี้คือมหากาพย์พื้นบ้าน (Folk Epic) มีลักษณะเป็นคำร้อยกรองโดยผูกเรื่องขึ้นจากเรื่องเล่าหรือตำนาน มหากาพย์พื้นบ้านที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือเรื่องลัมอัง (Lam-ang) เล่าโดยชนเผ่าอิโลกาโน (Ilogano) เรื่องฮัดฮัด (Hudhud) ของชนเผ่าอิฟฟูกัว (Ifugao) เรื่องอิบาลอน (Ibalon) หรือ ฮันดิออง (Handiong) เล่าโดยชนเผ่าบิโคล (Bikol) (3)

           เมื่อสเปนเข้าปกครองหมู่เกาะฟิลิปปินส์ใน ค.ศ.1565 วรรณกรรมมุขปาฐะจำนวนมากถูกห้ามเผยแพร่และถูกทำลาย ทำให้การสร้างสรรค์วรรณกรรมฟิลิปปินส์หยุดชะงักไป จนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 ชนพื้นเมืองจำนวนหนึ่งที่ชาวสเปนให้การศึกษาจนรู้ภาษาสเปนแตกฉาน เรียกว่าพวก ลาดิโน (Ladinos) ได้เขียนกวีนิพนธ์ขึ้นเป็นภาษาสเปนและภาษาตากาล็อก (Tagalog) (4)

            เนื้อหาหลักเป็นเรื่องศาสนาและการสั่งสอนศีลธรรม(5) นอกจากนั้นยังมีกวีนิพนธ์ที่เขียนขึ้นใหม่อีกรูปแบบหนึ่ง โดยมุ่งหมายจะให้แพร่หลายแทนมหากาพย์ดั้งเดิมที่ถูกทำลาย เรียกว่าปาสิญอน (Pasi?n) ปาสิญอนเป็นกวีนิพนธ์ที่พรรณนาเกี่ยวกับชีวิตและการถูกตรึงไม้กางเขนของพระเยซู และเรื่องราวเกี่ยวกับนักบุญต่างๆในคัมภีร์ไบเบิล เนื้อหาไม่ได้มุ่งเน้นที่ความปิติในแง่ของปัญญาแต่จะเน้นความเมตตา ความเสียสละ การสร้างสรรค์กวีนิพนธ์แบบปาสิญอนนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ศาสนจักร ส่วนใหญ่แต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นเพลงสวดในศาสนพิธี (6)

            ในราวคริสต์วรรษที่ 18 มีการเขียนกวีนิพนธ์ที่เรียกว่า ออวิท (Awit) และ คอร์ริโด (Corrido) เขียนเป็นภาษาตากาล็อกมากที่สุด รองลงมาคือภาษาอิลคาโน (Ilcanos) เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าหญิงและเจ้าชาย หรือของหญิงสูงศักดิ์ที่ได้แต่งงานกับกษัตริย์ท่านคยุคหรือกัปตันเรือ โครงเรื่องคล้ายนิทานอย่างเรื่องซินเดอเรลลา อาลาดิน และอาลีบาบา บางเรื่องกล่าวถึงหญิงที่ไม่มีทั้งความรักและการแต่งงาน แต่มีชีวิตที่ปีติสุขอย่างนักบุญในที่สุดก็บวชเป็นนักบวชสตรีในศาสนาคริสต์

             ทั้งนี้ในการเขียนออวิทและคอร์ริโด ผู้เขียนจะพยายามสอดแทรกสีสันท้องถิ่น (local color) ลงไปในเรื่อง ที่น่าสนใจก็คือมีบางเรื่องที่เล่าถึงวีรบุรุษชาวพื้นเมือง ที่ต่อสู้บนหลังควายแทนที่จะเป็นม้าของชาวยุโรป และมีบางเรื่องกล่าวถึงอาณาจักรที่ถูกปกครองโดยปีศาจร้ายซึ่งอาจหมายถึง สเปนที่เข้ามาปกครองฟิลิปปินส์ (7)

              ยุคต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงที่กระแสชาตินิยมเริ่มก่อตัวขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะครึ่งหลังของศตวรรษ ปัญญาชนที่ได้รับการศึกษาจากประเทศในยุโรปเริ่มรวมตัวต่อต้านรัฐบาลสเปนทั้งภายในและภายนอกประเทศ มีการจัดอภิปรายในที่สาธารณะถึงความไม่เป็นธรรมของรัฐบาลสเปน

             วีรบุรุษที่มีบทบาทสำคัญในการปลดแอกฟิลิปปินส์ออกจากกการเป็นอาณานิคมของสเปนคือ โฮเซ่ ริซาล (Jose Rizal) ที่ได้ประพันธ์วรรณกรรมเสียดสีโจมตีการกดขี่ข่มเหงชาวฟิลิปปินส์ของชาวสเปน งานเขียนของเขาเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ชาวพื้นเมืองก่อการปฏิวัติต่อสเปนขึ้น (8)

              กวีนิพนธ์ของ โฮเซ่ ริซาล มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติ เขียนขึ้นจากภาวการณ์ที่ได้ประสบและความสะเทือนอารมณ์ ริซาลถูกจับกุมและตัดสินประหารชีวิตด้วยข้อกล่าวหาก่อกบฏใน ค.ศ.1896 ก่อนที่เขาจะถูกประหารเขาแต่งกวีนิพนธ์ชื่อ คำอำลาครั้งสุดท้ายของข้าพเจ้า (My Last Farewell) ด้วยถ้อยคำที่ไพเราะจับใจเพื่อนร่วมชาติอย่างลึกซึ้ง มรณกรรมของริซาลได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรักชาติลงในจิตใจของชาวฟิลิปปินส์ทุกคน

              ต่อมาจึงได้มีผู้สืบสานปณิธานของเขา อานเดรส โบนิฟาซิโอ (Andres Bonifacio) ได้ก่อตั้งองค์การลับต่อต้านชาวสเปน เขาได้เขียนบทกวีปลุกใจเป็นภาษาตากาล็อกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์กำลังเรียกร้องเอกราชอยู่นี้เอง สเปนได้ทำสงครามกับสหรัฐอเมริกา และส่งผลให้ฟิลิปปินส์ตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา (9)

            กวีนิพนธ์ในยุคที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าอาณานิคมในช่วง 20 ปีแรกจะใช้ภาษาสเปนและ ตากาล็อกเป็นหลัก โดยยึดแบบแผนและแนวคิดของกลุ่มปัญญาชน เพื่อเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติซึ่งสัมพันธ์กับลัทธิชาตินิยม (Nationalism) มากขึ้นตามลำดับ มีการเขียนวรรณกรรมที่มีรูปแบบคล้ายออวิทแบบดั้งเดิม และการปรับกวีนิพนธ์เป็นบทเพลงขับร้องเพื่อปลุกใจ

          ในช่วงนี้เริ่มมีการเขียนกวีนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก กวีที่เด่นก็จะเขียนงานด้วยถ้อยคำหรูหราเพื่อแสดงอารมณ์อ่อนไหวเท่านั้น ส่งผลให้ซาลวาดอ พี. โลเปซ (Salvador P. Lopez) เขียนความเรียงและเสนอข้อคิดในหนังสือ Literature and Society (ค.ศ.1940) ว่ากวีและนักเขียน แทนที่จะแสดงความสามารถทางศิลปะของตนในงานเขียน ควรจะมีเป้าหมายในการเขียนที่จะยกระดับความคิดและฐานะของคนในสังคม ตลอดจนปกป้องพิทักษ์เสรีภาพ

             ความคิดของโลเปซส่งอิทธิพลถึงการก่อตั้ง "สันนิบาตนักเขียนฟิลิปปินส์" (The Philippine Writers League) ซึ่งเน้นหนักด้านศิลปวรรณกรรมเพื่อชีวิตและการสะท้อนปัญหาสังคมในวรรณกรรม ระหว่างนั้นมีความพยายามสร้างวรรณกรรมแห่งชาติทั้งด้วยภาษาตากาล็อก ภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ จนกระทั่ง ค.ศ.1940 ที่ญี่ปุ่นก่อสงคราม ทิศทางของวรรณกรรมส่วนใหญ่จึงหันไปสะท้อนความทุกข์ยากแล้งเข็ญของผู้คน อันเป็นผลพวงจากสงคราม(10)

             ภายหลังได้รับเอกราช ในปี ค.ศ. 1946 การสร้างสรรค์กวีนิพนธ์ภาษาอังกฤษของฟิลิปปินส์เริ่มขยายตัวมากขึ้น เพราะมีปัญญาชนหลายคนสำเร็จการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นยุคแห่งการตื่นตัว (Period of Awareness) ของการสร้างสรรค์วรรณกรรมภาษาอังกฤษ

            จนกระทั่งถึงทศวรรษ 1960 ภาควิชาวรรณคดีแห่งมหาวิทยาลัยซิลิมานได้ริเริ่มโครงการฝึกเชิงปฏิบัติด้านการประพันธ์ นักเขียนที่ได้รับรางวัลจำนวนมากเป็นศิษย์เก่าของโครงการนี้(11) ต่อมาในทศวรรษ 1970 กวีนิพนธ์ที่สะท้อนความคิดชาตินิยมและการแสดงพันธกิจต่อสังคมกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะความเคลื่อนไหวทางการเมืองในกลางทศวรรษ 1960 และการประกาศใช้กฎอัยการศึก ในช่วงนี้กวีได้พยายามประสานความคิดที่สะท้อนสังคมให้อยู่ในกรอบของวรรณศิลป์ที่เหมาะสม

           ส่วนกวีนิพนธ์ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันจะเน้นหนักที่เรื่องการใช้ภาษา ในฐานะสื่อนำเสนอความคิดที่เป็นจริงในตัวเอง แต่ยังมีลักษณะของการเลียนแบบอยู่ และข้อถกเถียงที่สำคัญที่สุดก็คือ กวีนิพนธ์ฟิลิปปินส์ควรเขียนด้วยภาษาใด และเป็นหน้าที่ของเหล่ากวีที่จะเป็นคนตัดสิน(12)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
nona วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/pook

ขอบคุณนะครับ
ที่นำเสนอ
ความคิดเห็นที่ 1
1000mile วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 23.00 น.
http://www.oknation.net/blog/1000mile

อุ้ย เจิมก่อน

ที่ 1

เดี๋ยวกลับมาอ่านนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน