วันอังคาร ที่ 15 มกราคม 2551
พลวัตในระบบประชาธิปไตยในภูมิภาคใน SouthEast Asia เหตุใดจึงไม่มีการพัฒนาเหมือนนานาอารยประเทศ
Posted by
po_sci_nu3
,
ผู้อ่าน : 129
, 16:04:04 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เรียนอาจารย์รัชตะ และเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคนนะค่ะ วันนี้กลุ่มดิฉันก็จะมาอภิปรายเรื่อง พลวัตในระบบประชาธิปไตยในภูมิภาคใน SouthEast Asia เหตุใดจึงไม่มีการพัฒนาเหมือนนานาอารยประเทศนะค่ะ ส่วนดิฉันนางสาวชุติมา วิชัยปะ จะมาพูดถึงนิยามเกี่ยวกับพลวัต คนต่อไปคือ สุพรรณี จะมาเกี่ยวกับความเป็นมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน สุภาวดี จะพูดเกี่ยวกับปัจจัยภายนอก สุทธาทิพย์พูดเกี่ยวกับปัจจัยภายใน แววดาวจะพูดเกี่ยวข้อเสนอแนะ ค่าต่อมา เราก็จะมาพูดถึง นิยามของพลวัต หรือ Dynamic หมายถึงการเคลื่อนไหวหรือการไม่หยุดนิ่ง แต่พลวัตในที่นี้หมายถึงการเคลื่อนไหวในนานาอารยประเทศ ที่มีการเคลื่อนไหวพัฒนาอย่างต่อเนื่องขึ้น พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เจริญขึ้น เป็นแบบให้ประเทศอื่นนำมาใช้ได้ เช่น ประเทศไทยค่ะ เชิญคนต่อไปค่ะ ค่ะ เราก็จะมาพูดถึงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ของการเมืองใน SouthEast Asia นะค่ะ การเมืองในอดีตของ SouthEast Asia จะเป็นยุคแห่งการล่าอาณานิคม ได้รับอิทธิพลจากตะวัน เราจะเห็นสัญลักษณ์ของคอมมิวนิสต์คือ กำแพงเมืองเบอร์ลิน เมื่อกำแพงเมืองเบอร์ลินได้ล่มสลายพร้อมๆกับยุคสงครามเย็น ยุคสงครามเย็น คือยุคที่มีสองฝ่าย ที่เห็นก็คือ สหภาพโซเวียตกับสหรัฐค่ะ หรือ คอมมิวนิสต์กับสังคมนิยมค่ะ พอโซเวียตแพ้แก่สังคมนิยมก็ทำให้โซเวียตล้มสลายไป โลกก็เริ่มเข้สู่ภาวะสังคมนิยมเต็มตัวทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอิทธิพล เมื่อได้รับอิทธิพลก็ทำให้ สังคมเกิดกระแค่นิยมทางการเมืองของตะวันตกมาใช้ พอมาใช้กับเอเชียก็ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกนะค่ะ ปัจจัยภายในก็คือวัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคม ส่วนปัจจัยภายนอกคือ การที่ได้รับกระแสสังคมนิยมขึ้นมาค่ะ
ปัจจัยภายใน ( Internal Factor ) 1.เป็นช่วงที่การปกครองแบบอำมาตยาธิปไตย (Bureaucratic Polity) ที่มีการโอนมาจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ส่งผลให้ประชากรในประเทศมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่ด้อยกว่าประชาธิปไตย คือ การยอมรับแนวคิดอำนาจนิยม ไม่เรียกร้องสิทธิที่ตนจะได้รับประโยชน์ ทำให้ไม่มีการพัฒนา 2.การแบ่งกลุ่มของชนกลุ่มน้อยและมีความพยายามที่จะแยกตัวออกจากรัฐ ทำให้ไม่มีความเป็นเสถียรภาพ ไม่นิ่ง คือไม่มีความเป็น Nation State รัฐชาติ คือมีการรวมกลุ่มกัน เพราะเป็นพวกที่มีสีผิว ภาษา เชื้อชาติเดียวกัน แต่กลับเป็นแบบรัฐชาติ State Nation ดังเช่นชนเผ่า ว้า กระเหรี่ยง ในพม่าให้รวมกันเป็นรัฐ ส่วนไทยเองก็ไม่มีความกลมกลืนกันระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิม 3.ในยุคของสฤษดิ์ ธนรัตน์มีชนชั้นอยู่ 2 ชนชั้น คือกลุ่มชนชั้นที่เป็นผู้ปกครองและกลุ่มที่อยู่ภายใต้การปกครอง ทำให้ขาดชนชั้นกลางที่มีความคิดเป็นอิสระ เมื่อเข้าช่วง 14 ตุลา 16 มีกลุ่มนิสิต นักศึกษา ประชาชนเริ่มจะเรียกร้องถึงสิทธิเสรีภาพทางการเมืองมากขึ้น เพราะทำให้ชนชั้นกลางเริ่มเบ่งบาน จะทำให้เห็นได้ว่าภาคประชาชนเป็นตัวแปรในทางการเมืองที่สำคัญ ปัจจัยภายนอก External factor ในส่วนของปัจจัยภายนอก ให้ดูที่ ประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่า มีนายพลเนวิน สิงค์โปร์ มีนายมาก๊อต ฟิลปปินส์ มีนายซูฮาโต ส่วนประเทศไทยของก็มีจอมพลสฤษดิ์ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในระบอบเผด็จการทหาร เพราะทฤษฎี containment Policy นโยบายการจำกัดพื้นที่คอมมิวนิสต์ของสหรัฐ ที่ไม่ให้จีนขยายอำนาจมาสู่ไทย เพราะมันจะลุกลามไปสู่มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จนถึงออสเตเรีย จากผลของ ทฤษฎีจำกัดพื้นที่ทำให้สหรัฐสนับสนุนอาวุธ เงินทุนให้กับหัวหน้าเผด็จการทหารในอาเซียอย่างเต็มที่ และเหตุผลหลักที่ทำให้สหรัฐต้องการขยายอำนาจสู่อาเซียน คือ ทฤษฎีของโธมัส เมาธัส โดยพูดถึงการเจริญเติบโตของปริมาณอาหาร หรือปัจจัยผลิตอาจารจะเป็นแบบพีชคณิต คือ เพิ่มบวก แต่จำนวนการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นแบบเรขาคณิต คือ เพิ่มโดยผลคูณ ทำให้คนตะวันตกจะมองหาการทำสงครามอยู่เสมอ เพราะต้องการล่าอาณานิคม ทางออก จากปัญหาของความแตกต่างของการรวมกลุ่มระหว่าง การเป็นรัฐชาตินั้น SouthEast Asia ยังไม่เป็นเอกภาพส่งผลประชาธิปไตยไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นกลุ่มข้าพเจ้าจึงขอเสนอทางออก โดยการทีจะต้องทำให้เซา มีความพร้อมในมิติต่าง ๆ ดังนี้ 1. มิติทางด้านเศรษฐกิจ โดยการให้องค์กรอาเซียนเข้ามามีบทบาทในการจัดการโดยที่กระบวนการการจัดการนั้นจะต้องเน้นการมีส่วนร่วม ในการจัดการเศรษฐกิจระหว่างชาติ เพื่อที่จะให้แต่ละประเทศ SouthEast Asia ได้เข้าไปมีบทบาทในต้นเศรษฐกิจส่งผลให้แต่ละประเทศได้ตะหนักถึงสิทธิและผลประโยชน์ของชาติตนที่ส่งผลต่อ SouthEast Asia ในการมีความพร้อมในด้านเศรษฐกิจ 2. มิติทางด้านการเมือง ส่งเสริมให้ SouthEast Asia มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยแต่ละประเทศช่วยกัน ซึ่งตอนนี้ก็จะเห็นในทางการเมืองของประเทศที่มีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจซึ่งตอนนี้ก็จะเห็นได้จากสถานการณ์ของประเทศพม่า ที่มีปัญหาในขณะซึ่งเนื่องมาจากประเทศพม่าเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมัน ที่เป็นที่ต้องการของประเทศมหาอำนาจ จึงทำให้ประเทศพม่าเป็นสังเวียนทางการเมืองของประเทศมหาอำนาจ อีกทั้งประเทศสหรัฐยังคงมีความต้องการในน้ำมันของพม่า ดังนั้น ประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขในพม่า เพราะเมื่อทั้ง สามประเทศมารวมกันสามารถที่จะถ่วงอำนาจของสหรัฐโดยที่ สามประเทศ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ไม่เข้าไปอยู่เบื้องหลังของปัญหาที่เกิดขึ้น 3.มิติทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ทำให้มีการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างประเทศใน SouthEast Asia รวมไปถึงประเทศในแถบตะวันตก เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งในด้านวัฒนธรรมและสังคม รวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยการส่งทูตแต่ละประเทศมาเจริญสัมพันธไมตรีกัน และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมื่อเกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกันแล้ว ส่งผลให้แต่ละชาติได้ปฏิบัติเหมือนกัน และไม่ขัดแย้งกันในด้านวัฒนธรรมและสังคม แล้วเพื่อนๆคิดว่าเราควรจะทางออกอย่างไรบ้างเกี่ยวกับความขัดแย้งในประชาธิปไตยใน เ SouthEast Asia เพิ่มบ้างค่ะ ถ้าไม่มีขอจบเพียงเท่านี้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ ที่มา อาจารย์รัชตุ พันธุ์แสง
|