พิมพ์หน้านี้
|
บาทแข็งชี้ความสามารถของผู้ประกอบการไทย! ผมเขียนบล๊อกมา 2 ครั้ง เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม..ก็เพิ่งเป็นสมาชิก oknation ใหม่เอี่ยม วันนี้ขอฉีกแนว... ได้ฟังสัมภาษณ์ของผู้ว่าแบงค์ชาติ เกี่ยวกับเรื่องค่าเงินบาทแข็งก็คิดว่าประเทศไทยมิน่าจะตื่นตระหนกกับเรื่องนี้จนเกิดไป เพราะถ้าพูดอย่างภาษาชาวบ้าน เรื่องบาทแข็งก็ถือเป็นเรื่อง"โลกแตก"เพราะไม่มีใครที่สามารถจะประกันว่า นโยบายใดๆจะทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเอื้อประโยชน์แก่ผู้ส่งออกได้ 100% ก็ต้องยอมรับว่ามีหลายๆปัจจัยภายใต้การค้าโลกภิวัฒน์ และการเมืองระหว่างประเทศที่ไม่มีผู้ใดจะควบคุมสถานการณ์ได้ (โดยเฉพาะบาทมักจะอิงกับตระกร้าเงินเยนของญี่ปุ่น ที่มีผลกระทบหลักๆจากทั้งสหรัฐและจีน) ดังนั้นจึงไม่ใช่ภาระหน้าที่ของแบงค์ชาติที่ต้องแบกไว้ ผู้ประกอบการส่งออกที่ไม่เข้มแข็งพอก็ควรจะถอยและปล่อยให้ตลาดเป็นไปตามกลไก จริงอยู่ว่าท่านทั้งหลายอาจอยากเห็นเงินบาทที่ 36-37 บาทเป็นอย่างต่ำ แต่การที่ต้องแลกด้วยการประคองธุรกิจให้อยู่รอดเพื่อรอวันเวลาจะทำให้ท่านหนี้สินล้นพ้นตัว และท่านก็อาจไม่สามารถจ่ายเงินแก่พนักงานได้เช่นกัน ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ผู้ส่งออกที่ไม่มีความสามารถพอ รัฐบาลจีนก็ต้องปล่อยให้ล้มหายตายจากไป แต่วันนี้จีนกลับแข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยผู้ประกอบการที่เข้มแข็งมากขึ้นที่พิสูจน์ด้วยตัวเลขจีดีพีกว่าร้อยละ 10 ดังนั้นควรเปิดทางให้ผู้ประกอบการที่เขาพอมีศักยภาพที่ดีกว่า..ดีกว่ามัวแข่งขันกันเอง ซึ่งในที่สุดจะเป็นการล้มธุรกิจที่คนไทยเป็นเจ้าของ เปิดทางให้ต่างชาติมาครอบครองกิจการมากขึ้น และตัวท่านเองอาจมาช่วยเหลือกิจการที่เขาอาจต้องการที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์อย่างท่าน (โดยเฉพาะท่านที่เล็งเห็นว่าตนจะไปไม่รอดในการส่งออก เพราะแบกภาระหนี้สินไม่ไหวอีกต่อไป) การปล่อยค่าเงินบาทเป็นกลไกเศรษฐกิจที่ไม่ฝืนธรรมชาติ...และจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจคนไทยที่ยังคงศักยภาพ เพราะนำมันก็ถูกลง ไฟฟ้าก็ถูกลง และเงินบาทที่แข็งก็ทำให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น การจ้างแรงงานเพื่อการบริโภคภายในก็จะเพิ่มเช่นกัน ค่าครองชีพของทุกคนก็ถูกลง ซึ่งช่วงนี้ถือว่าเรากลับมาเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจส่งออกของไทยที่มีศักยภาพ สายป่านยาวจะดีกว่า อีกอย่างก็คือในเมื่อประเทศไทยมีแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราควรที่จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ให้มากที่สุดในขณะนี้ คือการประกอบกิจการอย่างมีสติ มีเหตุมีผล และมีความพอประมาณ โดยอาศัยความสื่อสัตย์สุจริต และความรอบคอบเป็นที่ตั้ง ไม่อยู่ในวังวงของความโลภจนเกินเหตุ ปัจจุบันคู่ค้าที่มีความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาลนั้นเป็นที่ปรารถนาของผู้ประกอบการระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง ผู้ส่งออกที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งในธรรมาภิบาล ยังควรที่จะสามารถอยู่รอดได้ในอนาคต เพราะใครๆก็อยากทำการค้ากับผู้ที่อาจจะขายแพงกว่าชาวบ้านบ้าง แต่มีความจริงใจต่อการผลิตและการบริการ เพราะมีผู้นำเข้าน้อยรายที่อยากได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพและในที่สุดก็ไม่สามารถขายสินค้าได้ และอย่าลืม "เงินบาทแข็ง จะเป็นเงินบาทที่มีอำนาจซื้อมากขึ้น" ในระยะนี้ จึงควรที่ประเทศชาติจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้มากกว่า การทำให้ค่าเงินอ่อนเพื่อผยุงผู้ส่งออกที่ไม่แข็งแกร่งพอ |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||