พิมพ์หน้านี้
|
ถามตัวเองดูอีกทีว่า การเดินทางสู่ความฝันอย่างเป็นแบบแผนนั้น เป็นเส้นทางแบบที่คุณใฝ่ฝันไว้จริงหรือ คุณมีเวลามากมายขนาดที่จะนั่งรอให้ความฝันมาถึงในเวลาอีก 10 ปี ข้างหน้าหรือในขณะที่สถานการณ์ต่างๆ ไม่แน่นอนอย่างนี้ มันไม่คุ้มหรอกนะที่จะนั่งรอวันถึงฝั่งฝันอย่างใจเย็นขนาดนั้น ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่คุณจะต้องหาทางก้าวกระโดเพื่อที่จะวิ่งไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่าใครทั้งปวง - คิดเชิงรุก การคิดเชิงรุกนั้นจะว่าไปอาจคล้ายวิธีการคิดแบบขบท ในที่นี้คือการล้มล้างความเชื่อของระบบ การเดินทางเป็นขั้นเป็นตอนในบริษัทโดยนั่งรอเวลาให้ตำแหน่งที่ฝันไว้มาถึงหากคิดอยากโตเร็วต้องกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติวิถีเดิมๆ ต้องยอมเหนื่อยกว่าและเสี่ยงกว่าคิดง่ายๆ ว่าหากคุณมีเป้าหมายอยากเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้า แทนที่คุณจะเริ่มจากการเป็นพนักงานขายเสื้อ รอการปรับตำแหน่งให้ขึ้นเป็นผู้จัดการร้าน แล้ววันหนึ่งจะออกมาเป็นเจ้าของร้าน กระบวนการนี้อาจกินเวลาถึง 3-5 ปี ลองเปลี่ยนเส้นทางการเดินใหม่โดยมองตัวเองในระดับผู้บริหารตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการสร้างสัมพันธ์กับผู้ผลิตเสื้อผ้า โรงงานทอผ้า หรือดีไซเนอร์ แนวความคิดแบบผู้บริหารนี้จะนำให้คุณไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า - อีโก้จัด เลิกซ่ะทีการนั่งเงียบเรียบร้อย ว่าไงก็ว่าตามกัน ถึงเวลาประกาศศักดาให้คนรู้ว่า คุณนั้นมีศักยภาพมากเพียงใด คุณต้องทำการพีอาร์ตัวเองอย่างเต็มที่ วิธีการง่ายๆ ก็คือ เมื่อถึงเวลาประชุมครั้งสำคัญกับเจ้านายใหญ่ คุณต้องคว้าโอกาสในการสร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการเสนอไอเดียใหม่ที่น่าสนใจสุดๆ หรือหากมีโอกาสเผชิญหน้ากับเจ้านายสองต่อสองหัดสนทนาในแบบที่จะแสดงให้เจ้านายได้เห็นศักยภาพของคุณ (แต่อย่าทำให้โอเว่อร์จนนายรำคาญ) เช่น หากเจ้านายถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แทนที่จะตอบว่าสบายดี ลองโต้ตอบให้เจ้านายได้รับทราบว่างานครั้งล่าสุดที่คุณทำไปนั้นได้รับผลลัพท์ที่พิเศษเพียงใด อย่างไรก็ดีต้องระวังให้ดี การแสดงศักยภาพนั้นต้องทำอย่างสร้างสรรค์ อย่าโอ้อวดจนน่าหมั่นไส้หรือยกตนข่มท่านให้คนอื่นต้องรู้สึกไม่ดี - เลือกงานทำ ใครบางคนอาจเชื่อว่าต้องทำงานทุกอย่างที่นายสั่ง ไม่เว้นแม้แต่การชงกาแฟ ถ่ายเอกสารหรืองานจิ๊บจ๊อยใดๆ แต่หาก่คุณอยากก้าวขึ้นไประดับสูง คุณต้องเลิกทำงานแบบนั้นซะที เพราะมันเป็นการเสียเวลาอันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด และยิ่งจะทำให้ผู้บริหารมองว่าคุณนั้นน่าจะเหมาะกับตำแหน่งผู้ช่วยตลอดไป ดังนั้นคุณต้องเลือกทำเฉพาะงานที่เปิดโอกาสให้คุณได้แสดงศักยภาพอย่างแท้จริง โดยอาจเสนอตัวเป็นผู้ช่วยในงานโปรเจ็คท์สำคัญๆ ซึ่งเป็นงานที่เป็นประโยชน์กับบริษัทด้วย แทนที่จะช่วยเลอะเทอะไปหมดเมื่อเจ้านายเห็นผลงานว่าคุณก็มีความสามาถจะรับผิดชอบงานใหญ่ได้ น่าจะมีความสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการได้ วันหนึ่งเขาก็จะเริ่มป้อนงานสำคัญๆ ให้คุณเอง - ขวัญใจเพื่อนร่วมงาน ใครที่นิยมเลียแข็งเลียขาเจ้านายแต่คอยปัดแข้งปัดขาเพื่อนร่วมงาน จงรู้ไว้ด้วยว่าการเป็นคนโปรดของเจ้านายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะนำคุณขึ้นสู่จุดสูงสุดได้หรอก คุณต้องพิชิตหัวใจเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะในที่สุดแล้วคุณต้องกลับมาอาศัยพึ่งพาเขาอย่างแน่นอนในวันหน้า และหากเจ้านายของคุณกำลังมองหาใครสักคนให้ก้าวมารับตำแหน่งผู้บริหาร เขาย่อมจะมองหาใครสักคนที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานอย่างแน่นอน วิธีการง่ายๆ ที่จะทำตัวให้เพื่อนรักก็คือการยกย่องเพื่อน เช่น เมื่อผลงานของคุณได้รับความสำเร็จ อย่าลืมกล่าวชื่นชมเพื่อนที่ช่วยงานคุณด้วยว่าเขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้งานเสร็จได้ด้วยดี - เริ่มวันนี้ ระยะเวลาให้การทำความฝันให้เป็นจริงของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป คนส่วนมากไม่ชอบเผชิญความเสี่ยง จึงมักรอให้เวลาช่วยบ่มประสบการณ์จนแน่นปึ้กแล้วค่อยเริ่มสร้างฝันให้เป็นจริง แต่สำหรับคุณที่มีความทะเยอทะยานสูงส่งกว่าคนอื่นต้องกล้าเสี่ยงกว่าคนอื่นด้วย คุณอาจเรียนจบบริหารธุรกิจมาก แต่คิดว่าวันหนึ่งอยากเป็นเจ้าของร้านเสื้อให้ได้ โดยจะค่อยๆ ทำงานประจำเก็บเงิน เมื่อมีเวลาจะไปเรียนต่อปริญญาด้านดีไซน์อีกใบ หากคุณอยากโตเร็ว ทำเลยไม่ต้องเดี๋ยวเริ่มเรียนดีไซน์เสริมนอกเวลา ศึกษาธุรกิจที่จะทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ในระยะเวลาอันสั้น วางแผนโครงการอย่างมีระบบและมีเป้าหมายที่ชัดเจน นำแผนไปเสนอขออนุมัติเงินกู้หรือหาหุ้นส่วนที่เห็นด้วยในแผนโครงการแล้วก็เริ่มลุยได้เลย |