• ย่าดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suda57@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 33019
  • จำนวนผู้โหวต : 696
  • ส่ง msg :
Tak from Xiamen

http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2007/04/04/entry-1
ดูได้จากลิงค์นี้ค่ะ


View All
วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน 2551
In my mom garden part 2 พระพิฆเนศ
Posted by ย่าดา , ผู้อ่าน : 253 , 12:10:42 น.   | หมวดหมู่ : ดอกเอ๋ยดอกไม้   ความทรงจำของย่าดา   งมเล่นเรื่อยเปื่อย   หัดถ่ายไปเรื่อย  
พิมพ์หน้านี้


บล๊อกนี้จะมีเฉลยหล่ะนะ ว่าภาพที่. 14 ของบล๊อกแรกคืออะไร



รูปหล่อหินทราย พระพิฆเนศวร



ที่เอามาทายคือส่วนศรีษะ ดูส่วนลำตัวกันบ้าง



ส่วนหัวท่อนบน



ส่วนหัวและงาที่หัก



ทำให้สงสัยความเป็นมาของตำนานจึงไปค้นดู
ได้ความว่าเป็น ปางวิชัยคเณศ ปางที่พระคเณศทางขี่หนูเป็นพาหนะ
มี 4 กร พระหัตถ์ขวาด้านล่างอยู่ในท่าประทานพร ซึ่งมีความหมายถึง
การอยู่เหนือบริวารนั่นเอง



นอกจากนั้นก็มีศาลเพียงตา



หมากพลูที่ศาลเจ้า



เหล่านางรำ



เอาประวัติมาฝากค่ะ
พระคเนศ (พระพิฆเนศวร) พระโอรสของพระศิวะกับพระนางอุมา

http://www.geocities.com/thaiganesh/p09.html

เหตุแห่งการเสียงา
มีหลายตำนานมาก พอจะแบ่งได้ดังนี้
ตำนานแรก ปรศุรามใช้ขวานจาม
ปรศุรามนั้นเป็นอวตารของวิษณุเทพ กล่าวว่า ปรศุรามได้ยืมขวาน
จากพระศิวะไปทำลายเหล่ากษัตริย์ เมื่อเสร็จภารกิจจะเข้าเฝ้าที่
เขาไกรลาส ระหว่างนั้นบริเวณพระที่นั่งชั้นใน พระศิวะมหาเทพ
กำลังสนทนาอยู่กับนางปราวตี พระคเณศไม่ยอมให้ปรศุรามเข้า
พบปรศุรามโมโหเลยใช้ขวานของพระศิวะขว้างไปยังพระคเณศ
พระองค์จำใจต้องใช้ใช้งาข้างซ้ายรับขวานนั้น ด้วยเหตุที่ท่านทรง
มีความกตัญญูเป็นอย่างยิ่งในบิดา ครั้นจะต่อสู้กันไปก็อาจทำได้
แต่จะมีประโยชน์อะไรกับการทำลายฤทธิ์เดชของอาวุธซึ่งเป็นของ
บิดาตนเอง

ตำนานสอง ได้เศียรช้างงาเดียว
เมื่อคราวที่พระศิวะได้ทำพิธีโสกัต์และพระวิษณุเทพพลั้งเผลอเปล่ง
วาจา ยังผลให้เศียรของกุมารหายไปนั้น ได้มีเทวโองการให้หาเศียร
ของมนุษย์ที่เสียชีวิตมาต่อให้ แต่ปรากฏว่าในวันอังคารนั้นไม่มีมนุษย์
ผู้ใดถึงฆาต มีเพียงช้างงาเดียวที่นอนตายอยู่ทางทิศเหนือ จึงตัดเศียร
มาต่อให้

ตำนานสามโดนพระศิวะใช้ขวานจาม
เมื่อคราวที่กุมารน้อยถือกำเนิดใหม่ ๆและเฝ้าปากทวารห้องสรงน้ำของ
พระแม่ปราวตีนั้นพระศิวะไม่ทราบว่าเป็นลูก เลยเกิดการต่อสู้กันพระ
ศิวะโมโหจึงใช้ขวานขว้างไปโดนงาของพระคเณศหัก

ตำนานสี่งาถอดได้เองตามธรรมชาติ
เมื่อคราวที่พระคเณศต่อสู้กับอสูรอสุรภัค พระคเณศแสดงเดชโดยการ
ถอดงาของตัวเองขว้างไปที่อสูร

http://www.geocities.com/thaiganesh/p15.html

ปางพระคเนศ

แม้ว่าพระคเณศจะมีพระนามมากมายถึง 108 พระนามไปจนถึง 1008
พระนาม แต่ในแง่เทวประติมานั้นมีอยู่เพียง 8 ถึง 9 ปางเท่านั้นที่คนนิยม
บูชา โดยการบูชาในแต่ละปางก็ให้คุณที่แตกต่างกันออกไป เชิญเลือก
บูชาได้ตามอัธยาศัยเลยครับ

ปางพาลคเณศ
เป็นพระคเณศในวัยเด็กรูปลักษณ์ที่เห็น มักจะเป็นพระคเณศยังคลานอยู่
กับพื้น หรือยังอยู่ในอิริยบถไร้เดียงสาอย่างเด็ก ๆ ถ้าโตขึ้นมาหน่อย จะนั่ง
ขัดสมาธิเพชรบนดอกบัวมี 4 กร ถือขนมโมทกะ กล้วย รวงข้าว ซึ่งหมายถึง
ความเป็นสุขภาพดีของเด็ก ๆในครอบครัวรวมความหมายถึงให้เด็ก ๆได้
ระลึกถึงการเคารพรักในบิดา มารดา ปางนี้นิยมบูชากันในบ้านที่มีเด็กเล็ก
และเด็กในวัยเรียน

ปางนารทคเณศ

ปางนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพระคเณศมักจะอยู่ในอิริยาบถยืน มี 4 กร ในคัมภีร์และ
หม้อน้ำกมัลฑลุ ไม้เท้า และร่ม ซึ่งถ้าเป็นศาสนาพุทธแล้ว คงเปรียบได้กับพระ
สีวลีซึ่งเป็นพระธุดงค์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ผู้มีลาภมาก แต่สัญลักษณ์ของ
พระคเณศนั้น หมายถึงการเดินทางไกล แต่มักจะเป็นการเดินทางไปเพื่อการ
ศึกษาต่อ หรือเป็นปางที่เหมาะสมกับวิชาชีพของคนที่เป็นครูบาจารย์เท่านั้น

ปางลักษมีคเณศ

ปางนี้พระคเณศจะประทับนั่งห้อยพระบาทบนแท่นมี 6 กร และพระหัตถ์หนึ่ง
โอบพระลักษมีเทวีไว้ การบูชาปางนี้เสมือนหนึ่งได้บูชาเทพทีเดียวกันถึง 2
พระองค์ในลักษณะของทวิภาคี (คเณศ -ลักษมี) กล่าวคือ ลักษมีคเณศ ย่อมมี
ความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ พูนสุข ความมั่งคั่ง มั่งมีอย่างหาที่สิ้นสุดมิได้
ปางวัลลยภาคเณศ

ปางนี้พระคเณศจะอุ้มพระชายาทั้ง2 ไว้บนตักทั้งซ้ายและขวา ซึ่งชายาทั้งคู่
คือนางพุทธิและสิทะ ดังที่ตำนานได้กล่าวไว้ ปางนี้ให้ความหมายในลักษณะ
ของความสมบูรณ์ของการเป็นครอบครัวมีทรัพย์สินและบริวารมากมาย

ปางมหาวีระคเณศ

เป็นพระคเณศที่มีจำนวนของพระกรมากเป็นพิเศษ อาจจะ 12,14,16, กรแต่ละ
พระหัตถ์นั้นถือศาสตราวุธหลากหลายชนิดแตกต่างกันไปอาทิลูกศร คันธนู
ดาบยาว ตะบอง ขวาน จักร บ่วงบาศ งูใหญ่ หอก ตรีศูล ปางนี้ถือกันว่าเป็น
ปางออกศึกเพื่อปราบศัตรูหมู่อมิตรทั้งหลาย ดังนั้นจึงเป็นความเหมาะสมพิเศษ
กับบรรดานักรบ แม่ทัพนายกอง ทหาร ตำรวจและข้าราชการ

ปางเหรัมภะคเณศ

เป็นปางพระคเณศที่ห้อยพระบาทอยู่บนพญาราชสีห์ พระคเณศปางนี้จะมีอยู่
ห้าเศียร หรืออาจจะเป็นเศียรตามปกติก็ได้ เพราะสัญลักษณ์ที่แท้จริงของปรางค์
นี้ก็คือ สิงโตเท่านั้น เพราะสิงโตเป็นเจ้าป่า ดังนั้นจึงเหมาะสมที่ผู้ใหญ่ที่ต้องมี
บริวารในการปกครองมาก นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บรรดดากษัตริย์ทั้งหลาย
แต่โบราณนิยมบูชากัน เรียกว่าเป็นสุดยอดปางของพระคเณศก็ว่าได้
ปางสัมปทายะคเณศ

เป็นพระคเณศที่เราพบเห็นกันบ่อยคือ มีอาวุธอยู่ในสองพระหัตถ์บน ส่วนพระหัตถ์
ล่างด้านซ้ายนั้นถือขนม และด้านขวาอยู่ในท่าประทานพร ซึ่งความหมายของปาง
นี้คือ การอำนวยพรให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง

ปางตรีมุขคเณศ

เป็นพระคเณศที่มี 3 พระพักตร์ 4 กร บ้างก็ว่ามีความหมายถึง 3 โลก บ้างก็ว่า
หมายถึง ศีล สมาธิ ปัญญา

ปางปัญจคฌณศ

บางคนเรียกปางนี้ว่า พระคเณศเปิดโลก

ปางวิชัยคเณศ

เป็นปางที่พระคเณศทางขี่หนูเป็นพาหนะมี 4 กร พระหัตถ์ขวาด้านล่างอยู่ในท่า
ประทานพร ซึ่งมีความหมายถึงการอยู่เหนือบริวารนั่นเอง



http://www.geocities.com/thaiganesh/p10.html
ความหมายของหนูกับช้าง

หนูกับช้างเป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาและปรองดอง ในขณะเดียวกันก็แสดง
ให้เห็นถึงอำนาจและความมีชัยของฝ่ายที่อยู่เหนือกว่า

ในทางมนุษยวิทยาแล้วมีผู้วิเคราะห์ไว้ว่า

หนูกับช้างเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าสองกลุ่ม เผ่าที่มีชัยเหนือกว่าอาจจะเป็นชน
กลุ่มที่นับถือช้างอยู่แต่เดิม จึงได้สร้างและยึดเอาประเพณีการนับถือช้างเป็น
เทพเจ้ามาเป็นตัวแทนกลุ่ม

หรืออีกอย่างที่เป็นไปได้คือ คนสมัยดั้งเดิมนั้นประกอบอาชีพทางด้านกสิกรรม
และแน่นอน หนูย่อมเป็นศัตรูอันร้ายกาจของไร่นา ภาพที่แสดงออกในรูปของ
ช้างและงูที่เป็นสังวาลนั้น ได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้ทำลายหนูอันเป็นศัตรู
สำคัญของผลิตผลทางการเกษตรอย่างชัดเจน ทั้งการนำหนูมาเป็นบริวารนั้น
เนื่องจากหนูขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วเพราะหนูได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีความฉลาด
และกัดทุกอย่างให้ขาดได้ ดังนั้นจึงเป็นความเหมาะสมสำหรับการเป็นพาหนะ
ของเทพเจ้าแห่งปัญญา อันมีคุณสมบัติในการขจัดซึ่งอุปสรรค




http://www.geocities.com/thaiganesh/p05.html

กำเนิด

เชื่อกันว่า ลัทธิการบูชาพระคเณศนั้น น่าจะมาจากชนพื้นเมืองดั้งเดิมของอินเดีย
ซึ่งเป็นลัทธิการบูชาสัตว์ หรือลัทธิแห่งชัยชนะเหนือธรรมชาติ ชนพื้นเมืองของ
อินเดีย เชื่อกันว่าหนูเป็นสัญลักษณ์ของความมืด พระคเณศทรงขี่หนูจึงหมาย
ถึงชัยชนะของแสงอาทิตย์ที่ขจัดความมืดให้สิ้นสุดลง

พระคเณศอาจจะมีต้นกำเนิดมาจากการเป็นเทพประจำเผ่าของคนป่า ที่อาศัยอยู่
ในป่าเขาอันกว้างใหญ่ของอินเดีย คนเหล่านี้ต้องเผชิญกับฝูงช้างอันน่ากลัวจึง
เกิดการเคารพในรูปของช้างชึ้น เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองและพัฒนาต่อมาเป็นเทพ
ชั้นสูงของชาวอารยัน

ต่อมาได้พัฒนาเป็นเทพผู้ขจัดซึ่งอุปสรรค มีความเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ ทั้งยังได้รับ
การยกย่องให้เป็นหัวหน้าของเทพที่มีเศียรเป็นสัตว์ทั้งหลาย จนกระทั่งมีการรจนา
ปกรณ์ให้เป็นโอรสของพระศิวะเทพและพระนางปราวตีในเวลาต่อมา

แต่ในแง่ของคัมภีร์ทางศาสนาพราหมณ์ได้บรรยายจุดกำเนิดของพระคเนศไว้หลาก
หลายตำนานตามความเชื่อในแต่ละลัทธิ พอจะสรุปเป็นหลักๆได้ดังนี้

ตำนานที่ 1. วิฆเนศวรปราบอสูรและรากษส

อสูรและรากษสได้ทำการบวงสรวงพระศิวะจนได้คำพรจากพระศิวะหลายประการ
ยังให้เหล่าอสูรกลุ่มนี้ฮึกเหิมก่อความเดือดร้อนเป็นอันมาก พระอินทร์จึงทรงนำเทวดา
ทั้งหลายไปเข้าเฝ้าอ้อนวอนต่อพระศิวะ ขอให้พระองค์สร้างเทพแห่งความขัดข้องขึ้น
เพื่อขัดขวางความพยายามของอสูรและรากษส พระองค์จึงทรงแบ่งส่วนกายหนึ่งให้
เกิดบุรุษร่างงามจากครรภ์ของพระนางปราวตีและตั้งพระนามว่าวิฆเนศวร เพื่อทำหน้าที่
ขวางทางอสูร รากษส และคนชั่วมิให้ทำการบัดพลีเพื่อขอพรจากพระศิวะ ทั้งยังเป็นผู้
เปิดทางอำนวยความสะดวกต่อเทวดาและคนดีเพื่อเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ

ตำนานที่ 2. ปราวตีนำเหงื่อไคลปั้นเป็นลูก

ครั้งหนึ่ง ชยาและวิชยา พระสหายของนางปราวตีได้แนะนำว่าปกติพระนางมักจะต้อง
ใช้บริวารของพระศิวะอยู่เป็นประจำ ถ้าหากพระนางจะมีบริวารเป็นของตนเองก็คงจะ
ดีไม่น้อย พระนางเห็นด้วย จนวันหนึ่งขณะที่ทรงสรงน้ำอยู่ตามลำพังก็ทรงนึกถึงคำพูด
ของพระสหายจึงได้นำเอาเหงื่อไคลออกมาสร้างบุรุษรูปงาม สั่งให้ไปยืนเฝ้าทวาร มิให้
ใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นอย่างนี้มาหลายเพลา จนวันหนึ่งพระศิวะได้เสด็จมา
ฝ่ายลูกก็ป้องกันแข็งขัน โดยไม่รู้ว่านั่นคือพ่อพระศิวะโกรธก็เลยสั่งให้ภูติและคณะของ
ตนเข้าสังหารทวารบาลพระองค์นั้น บ้างก็ว่าพระศิวะพุ่งตรีศูลตัดเศียรลูก บ้างก็ว่าพระ
วิษณุเทพที่มาช่วยรบนั้นใช้จักรตัดเศียร ความทราบถึงพระนางปราวตีจึงเกิดศึกใหญ่
ระหว่างเทพและเทพีขึ้นบนสวรรค์

ฝ่ายฤาษีนารอดอดรนทนไม่ได้ จึงได้เป็นทูตสันติภาพขอเจรจากับนางปราวตีเพื่อสงบศึก
นางบอกว่าจะสงบศึกก็ต่อเมื่อลูกของนางฟื้นเท่านั้น
พระศิวะจึงสั่งให้เทวดาเดินทางไปทิศเหนือให้เอาศีรษะของสิ่งมีชีวิตสิ่งแรกที่พบมาต่อ
กับโอรสของนางปราวตี ปรากฏว่าเทวดาได้เศียรของช้างซึ่งมีงาเพียงข้างเดียวมา
เมื่อพระคเณศฟื้นขึ้นมา ทราบความจริงว่า พระศิวะคือพระบิดาก็ตรงเข้าไปขอโทษเพราะ
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พระศิวะพอใจมากประสาทพรให้พระคเณศมีอำนาจเหนือภูติผีทั้งหลาย
และทรงแต่งตั้งให้เป็นคณปติ

ตำนานที่ 3. ขวางทางคนชั่วไปเทวาลัยโสมนาถและโสมีศวร

พระนางปราวตีทรงเอาน้ำมันที่ใช้ในการสรงน้ำมาผสมกับเหงื่อไคลปั้นเป็นรูปคนแต่มีเศียร
เป็นช้างจากนั้นได้เอาน้ำจากพระคงคาปะพรมให้มีชีวิตขึ้น เพื่อทำการขัดขวางแก่คนชั่วที่
จะไปบูชาศิวะลึงค์ที่เทวาลัยโสมนาถและเทวาลัยโสมีศวรเพราะคนเหล่านี้หวังจะไปล้าง
บาปเพื่อมิให้ตกนรกทั้งเจ็ดขุม ด้วยเหตุนี้ การที่วันคเณศจาตุรถี นิยมเอารูปปั้นพระคเณศ
มาจุ่มน้ำหรือนำเทวรูปปูนชิ้นเล็ก ๆมาทิ้งตามแม่น้ำคงคา ชะรอยจะมาจากความเชื่อที่ว่า
น้ำจากแม่พระคงคาจะทำให้พระคเณศมีชีวิตขึ้นมานั่นเอง

ตำนานที่ 4. พระคเณศ กฤษณะอวตาร

พระนางปราวตีมเหสีของพระศิวะไม่มีโอรส พระศิวะจึงทรงแนะนำให้พระนางทำพิธีปันยาก
พรต (พิธีบูชาพระวิษณุเทพ ในวันขึ้น 13 ค่ำเดือนมาฆะ) มีระยะเวลากำหนด 1 ปีเต็มและ
เมื่อครบกำหนด พระนางจะได้โอรสซึ่งเป็นพระกฤษณะอวตารไปจุติ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตาม
คำตรัสของพระศิวะ ทวยเทพทั้งหลายมาร่วมอวยพรในกลุ่มเทพเหล่านี้มีพระศนิ (พระเสาร์)
รวมอยู่ด้วย เมื่อพระศนิเหลือบมองพระกุมารทันใดนั้นเศียรกุมารก็ขาดจากพระศอกระเด็น
ไปยังโคโลกซึ่งเป็นวิมานของพระกฤษณะพระวิษณุจึงเสด็จไปยังแม่น้ำบุษปุภัทรเห็นช้าง
นอนหัวไปทางทิศเหนือจึงตัดเศียรช้างกลับมาต่อให้กับเศียรกุมารที่หายไป ตำนานนี้เข้าใจ
ว่าเป็นเรื่องที่สร้างโดยกลุ่มที่นับถือพระกฤษณะเป็นใหญ่

ตำนานที่ 5 ศิวะ-อุมาแปลงกายเป็นช้างเข้าสมสู่

ครั้งหนึ่งพระศิวะและพระนางปราวตีได้เสด็จมายังแถบภูเขาหิมาลัยได้เห็นช้างสมสู่กันก็
บังเกิดความใคร่ พระศิวะจึงได้แปลงเป็นช้างพลาย ส่วนนางปาราวตีแปลงกายเป็นช้างพัง
ร่วมสโมสรจนมีลูกเป็นพระคเณศ



http://www.geocities.com/thaiganesh/p07.html

วิธีการพิชิตศัตรู

พระพิฆเนศนั้นเป็นเทพที่มีลักษณะโดดเด่นกว่าเทพพระองค์อื่น
นอกเหนือจากเรื่องมีพระเศียรเป็นช้างแล้ว นั่นคือ การนิยมการนำศัตรู
เอามาเป็นพวก พระคเณศนั้นไม่นิยมที่จะล้างผลาญศัตรูให้ตายไปเหมือน
เทพพระองค์อื่น แต่มักจะใช้ปัญญาที่มีอยู่เป็นทุนเดิมในการดำเนินกุศล
โลบาย เพื่อให้ศัตรูมีโอกาสกลับใจมาเป็นคนดี หรือเรียกง่าย ๆก็คือ เมื่อยอม
สวามิภักดิ์แล้วก็จะให้เป็นเทพบริวารไล่เรียงกันไป
บรรดาเหล่ารายชื่ออสูรที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อพระคเณศประกอบด้วย
มัตสระ (ที่มาของคเณศปางวักระตุณฑะ)
มะทะ เกิดจากฤาษีโจวะนะสร้างขึ้น (ที่มาของปางเอกทันตะ)
ยานาริ ลูกของอสูรทุระพุทธ (ที่มาของปาง ปุระณานันมโหกระซึ่งอวตาร
มาเป็นลูกพระลักษมี)โลภาสูร กำเนิดจากความโลภของท้าวกุเบธ
(ที่มาของปางคชนันท์)
โกรธาสูร เกิดจากความลุ่มหลงของพระศิวะที่เห็นพระวิษณุแปลงรูปเป็น
สาววัย 16 (ที่มาของปางลัมโพทระ)
กามาสูร เกิดจากความลุ่มหลงของวิษณุเทพต่อชายาอีกพระองค์หนึ่ง ชื่อ
พระแม่วฤนทา (ที่มาของปางวิกฎะ)มมตาสูร เกิดจากเสียงหัวเราะของ
พระนางอุมา (ที่มาของวิฆนราช) อหัมอสูร เกิดจากเสียงจามของสุริยเทพ
(ที่มาของปางธูมรวรรณ)



เห็นว่าประวัติน่าสนใจดี จึงนำมาให้ดูกัน
พนักเก้าอี้อัลลอยด์ที่สนาม



อัลลอยด์ หากเป็นเก้าอี้หรือโต๊ะสนาม ก็น่าใช้
แต่ถ้าฉีดเป็นประตูรั้วกั้นขนาดใหญ่ จำเป็นจะต้อง
มีรางรองรับที่แข็งแรง เพราะน้ำหนักมาก มีประสบการณ์
ที่เคยได้ยินมา คนถูกประตูนี้ล้มทับ ถึงกับเป็นอัมพาตมา
แล้ว ถึงสองราย ฉะนั้นหากคิดว่าจะใช้บานประตูรั้วอัลลอยด์
ต้องมั่นใจว่ารางรองรับต้องลึกและหนาแน่นพอ



ไปทำงานก่อนนะคะ ส่วนเรื่องที่มีผู้สนใจการจัดดอกไม้
แบบกระทู้แรกจะนำมานำเสนอภายหลังค่ะ

In my mom's garden part 2จากpantipห้องย่อยต้นไม้



ผลงานที่หนึ่งสมุดมดของย่า
ผลงานที่สองสมุดสร้างสุขของย่า


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30
andamanINDY วันที่ : 04/07/2008 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/andamanINDY
ย่ำไป...ใต้แสงจันทร์ฉาย

"โอม ศรี คะเนศา ยะนะมะฮา" ลูกของพรจากพระองค์ท่านแล้ว สวนงามเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 29
BigHead วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 11.35 น.
http://www.oknation.net/blog/bighead

ชอบงานประติมากรรมเป็นทุนเดิมค่ะ ยิ่งงานปั้นสวยๆ ชอบค่ะ :) ขอบคุณนะคะสำหรับรูปถ่ายงามๆ กับข้อมูลค่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
ย่าดา วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 11.53 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ เห็นแล้วชื่นใจ ที่topic นี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีค่ะ เดี๋ยวแวะไป topicใหม่นะคะ อาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างส่วนตัวไปหน่อย แต่อยากจะเอาลงไว้เพื่อระลึกถึงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 27
นักข่าวบ้านนอก วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/opel

พระพิฆเนศ....คล้องอยู่ที่คอนักข่าวบ้านนอก...ตลอดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 26
ว.แหวนลงยา วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 09.58 น.
http://www.oknation.net/blog/wachira89

แวะมาเยี่ยม มาอ่าน และนำเรื่องราวของเจ้าขุนทองมาเล่าสู่กันฟัง ครับ


เจ้าขุนทอง กลับมา...เมื่อฟ้าสาง

มาเคียงข้าง ผู้คนเหมือนวันก่อน

เสื้อยับ สะพายย่าม เยี่ยงคนจร

มากินอยู่หลับนอน ข้างมวลชน



บางคืน..เจ้าขุนทอง นอนร้องไห้

อ่อนเพลีย ละเหี่ยใจ และสับสน

ภาพตุลา พฤษภา มาเวียนวน

ต้องฆ่าคน อีกกี่ศพ จึงพบทาง



เชื้อชั่ว ลามแผ่นดิน ไม่สิ้นทราก

อีกกี่ทุกข์ กี่ยาก ต้องถากถาง

บ้านมืด เมืองมัว สลัวราง

ต้องจุดไฟ ให้สว่าง ล้างแผ่นดิน



ล้างสิ่งชั่วร้าย เกาะกินเมือง

เผด็จการ ต้องปลดเปลื้อง ให้หมดสิ้น

ขุดราก ถอนโคน การโกงกิน

พลิกฟื้น คืนถิ่น "พ่อหลวง"ไทย



ขุนทอง ปาด หยาดน้ำตา ...เมื่อฟ้าสาง

สะพายย่าม ออกเดินทาง ครั้งยิ่งใหญ่

เดินเคียงข้าง มวลมหา ประชาไทย

ไปรบไล่ “ทุนสามานย์” ที่ผลาญเมือง !

ว.แหวนลงยา
เชิงสะพานมัฆวาน 09/06/51
ความคิดเห็นที่ 25
spyone วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 08.59 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ความคิดเห็นที่ 24
Canary วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 08.04 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

ข้อมูลอัดแน่น ได้ความรู้เพียบ...
ความคิดเห็นที่ 23
Hudjung วันที่ : 11/06/2008 เวลา : 07.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Hudjung

โอ้โห ได้ความรู้เยอะจัง พึ่งทราบที่มาของตำนานและปางต่าง ๆ นึกว่าปางเดียวค่ะ ย่าดาเก่งจัง
ความคิดเห็นที่ 22
ศุภศรุต วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 22.37 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

มาเพิ่มเติม

ตำนานกำเนิดพระคเณศ ที่ 6 ครับ ย่าดา

http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/09/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 21
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamline

ภาพสวยมากครับ (รู้สึกผมจะเขียนอย่างนี้ทุกครั้งเลย)
ก็สวยจริงๆ นี่นา เวลาเข้ามาชมก็จะพยายามศึกษาไปด้วยครับ เพื่อนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ ชอบมุมแสงเงาในภาพของย่าดาครับ
โดยเฉพาะภาพหัวพระพิฆเนศ
ความคิดเห็นที่ 20
hooknoi วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

ภาพสวยเหมือนเดิมนะครับ ที่บ้านก็บูชาอยู่เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 19
ญาใจ วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 22.02 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ได้ความรู้อีกแล้วค่ะ คุณย่าดา
ความคิดเห็นที่ 18
mr_taweesak วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 21.43 น.
http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

สวัสดีครับ คุณย่าดา ... ภาพสวยมากครับ ผมก็คนหนึ่งที่นับถือองค์พระพิฆเนศ มีโอกาสทีไร จะไปสักการะองค์ข้าง Central World และที่อื่นๆ ด้วยครับ ... ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 17
กาน่า วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 21.28 น.
http://www.oknation.net/blog/bingo


ขอแสดงความนับถือองค์ท่านด้วยครับ... ของผมได้จากอินเดียเป็นหินโมราแกะสลัก มีเรื่องแปลกๆไม่น่าเชื่อก่อนได้มาและหลังตามมา ที่เกิดจากความไม่ศรัทธาอย่างสนิทใจเพราะเชื่อในธรรมมะมากกว่า ถึงตอนนี้ก็ไม่งมงายครับแต่ก็บูชาอย่างดีเหมือนมีผู้ใหญ่อยู่ในบ้านครับ.
ความคิดเห็นที่ 16
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

สวยมากครับ

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพรุ่งนี้จะโอนเงินสั่งซื้อสมุดบันทึกภาพแสนสวย ของย่าดาทั้งสองเล่ม
แล้วจะแจ้งอีกครั้ง

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 15
แม่น้องฯ วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 21.13 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD


พระพิฆเนศองค์นี้งดงามมากเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
จุ๊กจุ่น วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 20.50 น.


สวยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
MeeMee วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 20.42 น.
http://www.oknation.net/blog/memoria
ศาสตร์และศิลป์ ในความทรงจำ....

ทั้งภาพและประวัติ...ขอบคุณค่ะที่นำมาบอกเล่า...
ความคิดเห็นที่ 12
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 20.23 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

เป็นพระพิฆเนศที่มีรายละเอียดงดงามค่ะ
ย่าดาถ่ายรูปเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆ
แค่ดูภาพก็เหมือนสัมผัสความงามอยู่ที่ตรงนั้น
กลับไปดูเอนทรี่ที่แล้วยิ่งโอย.. อยากไปอยู่ในสวนบ้านคุณแม่ย่าดาแล้วค่ะ
ชอบดอกปีปมากค่ะๆ
ความคิดเห็นที่ 11
paedophile วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 19.30 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความคิดเห็นที่ 10
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

:::ข้อมูลแน่นปึ๊กครับ ย่า::
ความคิดเห็นที่ 9
khunrin วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 14.53 น.
http://www.oknation.net/blog/khunrin

รูปปั้นสวยงามมาก
ผมก็นับถือพระพิฆเนศเช่นกันครับ
แถมประวัติที่มาเล่าดีมากเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 8
Supawan วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 14.40 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

ขอบคุณ .. สำหรับบทความดีๆ เยี่ยมมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 14.12 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณความรู้ครับผม
ความคิดเห็นที่ 6
มะอึก วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 13.53 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ละเอียดดีจังครับคุณย่า
ผมขออนุญาตเก็บเอ็นทรีนี้ไว้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 5
Nozz วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 13.12 น.
http://www.oknation.net/blog/nozzila
http://www.oknation.net/blog/xinchaovietnam บ้านหลังนี้.....เวียดนามล้วนๆ http://www.oknation.net/blog/testblog หลังล่าสุดที่ไม่มีอะไร

+1 ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
Ch.Minivet วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 12.33 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
สัมมนาประสาเหยี่ยว (TRG Raptor Seminar) วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2551 ณ ห้องบรรยาย 1 อาคารเรียนและปฏิบัติการ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน กทม. ผู้สนใจเชิญลงชื่อในกระทู้ http://thairaptorgroup.com "การเข้าฟังสัมมนา ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  และห้องบรรยายรองรับได้ 150 คน" “เรียนเชิญนักดูนกและถ่ายภาพนกทุกท่านเพื่อร่วมสังสรรค์ก่อนฤดูกาลดูเหยี่ยวอพยพ”

แป๋มบูชาค่ะ ..

ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
ความคิดเห็นที่ 3
เที่ยวไปตามตะวัน วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 12.26 น.
http://www.oknation.net/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 

ภาพสวยแต่หนังสือเล็กได้ใจจริงๆๆ
ความคิดเห็นที่ 2
feng_shui วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 12.23 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เห็นTextureละเอียดยิบเลยค่ะ

เยี่ยมเลยค่ะย่าดา
ความคิดเห็นที่ 1
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 12.20 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สวยจังเลยค่ะ คุณย่าดา

........... ไม่ผิดหวัง ถ้าอยากชมภาพสวยๆๆๆ


ขอบคุณนะค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน