| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ไดอะรี่ธรรมของก้อนหินยิ้ม เรื่องของท่านพระรัฐปาละ ที่มา: พระไตรปิฏก พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ราชวรรค รัฐปาลสูตร เล่มที่ ๑๓ ความไพเราะงดงามของพระสูตรนี้ เป็นเรื่องราวเลยนะคะ เป็นเรื่องของท่านพระรัฐปาละ ซึ่งกว่าท่านจะได้บวช ก็แสนยากเย็นแสนเข็ญ.... อยากให้พี่ๆเพื่อนๆ ค่อยอ่านๆ ไปเรื่อยๆ ค่ะ ก้อนหินบันทึกไดอะรี่ธรรม ให้อ่านกันแล้วนะคะ บันทึกไดอะรี่ธรรม ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ถึง ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๒๙ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม รัฐปาลกุลบุตรขอบวช (๑) รัฐปาลกุลบุตรขอบวช ........กิตติศัพท์อันงามของ ท่านพระสมณโคดมพระองค์นั้น ขจรไป..... พระผู้มีพระภาค [๔๒๕] สมัยนั้น กุลบุตรชื่อรัฐปาละ เป็นบุตรของสกุลเลิศ ในถุลลโกฏฐิตนิคมนั้น . รัฐปาลกุลบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วน.......รัฐปาลกุลบุตร กล่าวทูลขอ.......บรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาค........ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรรัฐปาละ ท่าน เป็นผู้ที่มารดาบิดาอนุญาตให้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้วหรือ? บันทึกวันที่ ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓๐ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม มารดาบิดาไม่อนุญาตให้บวช (๒) มารดาบิดาไม่อนุญาตให้บวช [๔๒๖] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วเข้าไปหามารดาบิดาถึงที่อยู่ แล้วได้กล่าวว่า ข้าแต่คุณแม่คุณพ่อ ด้วยประการ อย่างไรๆ แล ฉันจึงจะรู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว การที่บุคคลผู้ครองเรือนจะ ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์ ให้บริสุทธิ์ โดยส่วนเดียวดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำได้ง่าย ฉันปรารถนา จะปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ขอคุณแม่คุณพ่อจง อนุญาตให้ฉันออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด. Note myself: รัฐปาลกุลบุตร ขออนุญาต จากพ่อแม่จะขอบวช ซึ่งพ่อแม่ไม่ยอมให้บวช ก็เนื่องจากว่ารัฐปาลกุลบุตร เป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูล เป็นที่รักของพ่อแม่ ความห่วงลูกกลัวจะทุกข์ลำบาก เพราะเลี้ยงลูกมาอย่างดี ยังไงเสียก็ไม่ยอมอนุญาตให้บวช รัฐปาลกุลบุตร ขออนุญาตจากพ่อแม่จะขอบวช ถึงสามครั้ง ซึ่งก็ได้รับการปฎิเสธ ตลอด [๔๒๘] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรน้อยใจว่า มารดาบิดาไม่อนุญาตให้เราออกจาก บันทึกวันที่ ๒๔ กรกฏาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓๑ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม เพื่อนช่วยอ้อนวอนขอให้อนุญาตให้บวช (๓) เพื่อนช่วยอ้อนวอนขอให้อนุญาตให้บวช ........ข้าแต่คุณแม่คุณพ่อ รัฐปาลกุลบุตรนี้ นอนอยู่ที่พื้นอันปราศจากเครื่องลาด ณ ที่นั้นเอง ด้วย ตั้งใจว่าที่นี้จักเป็นที่ตายหรือที่บวชของเรา ถ้าคุณแม่คุณพ่อจะไม่อนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต ก็จักตายเสียในที่นั้นเอง แต่ถ้าคุณแม่คุณพ่อจะอนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตร ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คุณแม่คุณพ่อก็จักได้เห็นเขาแม้บวชแล้ว หากรัฐปาลกุลบุตร จักยินดีในการบวชเป็นบรรพชิตไม่ได้ เขาจะไปไหนอื่น ก็จักลับมาที่นี่เอง ขอคุณแม่คุณพ่อ (๔) มารดาบิดาอนุญาตให้บวช [๔๓๑] มารดาบิดากล่าวว่า ดูกรพ่อทั้งหลาย เราอนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต แต่เมื่อเขาบวชแล้วพึงมาเยี่ยมมารดาบิดาบ้าง. ครั้งนั้น สหายทั้งหลาย พากันเข้าไปหารัฐปาลกุลบุตรถึงที่อยู่ แล้วได้กล่าวว่า คุณแม่คุณพ่ออนุญาตให้ท่านออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว แต่เมื่อท่านบวชแล้ว พึงมาเยี่ยมคุณแม่คุณพ่อบ้าง. บันทึกวันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓๒ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม รัฐปาละบวชและบรรลุพระอรหันต์ (๕) รัฐปาละบวชและบรรลุพระอรหันต์ [๔๓๒] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรลุกขึ้น บำรุงกายให้เกิดกำลังแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. แล้วได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มารดาบิดาอนุญาตให้ข้าพระพุทธเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ขอพระผู้มีพระภาคให้ข้าพระพุทธเจ้าบวชเถิด รัฐปาลกุลบุตรได้บรรพชา ได้อุปสมบทในสำนัก พระผู้มีพระภาค. ครั้นเมื่อท่านรัฐปาละอุปสมบทแล้วไม่นาน พอได้กึ่งเดือน พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ในถุลลโกฏฐิตนิคมตามควรแล้ว เสด็จจาริกไปทางนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ได้เสด็จถึงพระนครสาวัตถีแล้ว. Note myself: จากเดิมนั้น เมื่อรัฐปาลกุลบุตร ขอบวชถึง 3 ครั้ง พ่อแม่ไม่ให้บวช รัฐปาลกุลบุตร จึงทรมานตัวเองด้วยการไม่กินอาหารและนอนในที่ไม่สะดวกสบาย ร้อนจนกระทั่งสหายเพื่อนๆ ของรัฐปาลกุลบุตร ต้องมาขอร้องพ่อแม่อีกแรงหนึ่งและท้ายที่สุด พ่อแม่ก็ยอมให้บวช ครั้นบวชแล้ว ท่านพระรัฐปาละ ทำความเพียรอย่างรีบเร่งไปอยู่แต่ผู้เดียว เป็น บันทึกวันที่ ๒๖ กรกฏาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓๓ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม พระรัฐปาละแสดงธรรม (๖) พระรัฐปาละแสดงธรรม พระรัฐปาละแสดงธรรม โปรดพ่อแม่และบริวาร จงมาดูอัตภาพอันวิจิตร มีกายเป็นแผล อันคุมกันอยู่
บันทึกวันที่ ๒๗ กรกฏาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓๔ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม พระเจ้าโกรัพยะ สนทนาธรรม [๔๔๐] ครั้งนั้น พระเจ้าโกรัพยะ ตรัสเรียกพนักงานรักษาพระราชอุทยานมาว่า ดูกรมิควะ ท่านจงชำระพื้นสวนมิคาจีระให้หมดจดสะอาด เราจะไปดูพื้นสวนอันดี. นายมิควะทูลรับ พระเจ้าโกรัพยะว่า อย่างนั้น ขอเดชะ แล้วชำระพระราชอุทยานมิคาจีระอยู่ ได้เห็นพระรัฐปาละ ซึ่งนั่งพักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าโกรัพยะ แล้วได้กราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชอุทยานมิคาจีระของพระองค์หมดจดแล้ว และในพระราชอุทยานนี้มีกุลบุตรชื่อ รัฐปาละ ผู้เป็นบุตรแห่งตระกูลเลิศในถุลลโกฏฐิตนิคมนี้ ที่พระองค์ทรงสรรเสริญอยู่เสมอๆ นั้น เธอนั่ง พักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง.
บันทึกวันที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๑ วันที่ ๑๓๕ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม พระรัฐปาละแสดงธรรม อันวิจิตร Note myself: พระรัฐปาละแสดงธรรม อันวิจิตรจริงๆค่ะ เท้าที่ย้อมด้วยสีแดงสด หน้าที่ไล้ทาด้วยจุรณ พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้ กายเน่า อันประดับด้วยเครื่องอลังการ ประดุจทนานยาหยอดอันใหม่ วิจิตร พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้ ......ซึ้งใจจริงๆ ค่ะ...... บันทึกวันที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ความไพเราะงดงามของพระสูตรนี้ เป็นเรื่องราวเลยนะคะ อยากให้พี่ๆเพื่อนๆ ค่อยอ่านๆ ไปเรื่อยๆ และ ยังไม่จบค่ะ ท่านพระรัฐปาละ ยังแสดงธรรมอันเกี่ยวกับความเสื่อมอีก ๔ ประการ ถวายแด่พระเจ้าโกรัพยะ แล้วก้อนหินจะสรุปย่อ มาให้อ่านกันนะคะ ก้อนหินคิดถึงไดอะรี่ธรรม มากๆ เลยค่ะ แล้วติดตามอ่านไดอะรี่ธรรม ต่อไปนะคะ ก้อนหินค่ะ ๓๑ กรกฏาคม ๒๕๕๑ |