| แบมฟ์ มรกตแห่งเทือกเขาร็อกกี้ | ||
ภาพชุดอุทยานแบมฟ์นี้ ผมนำมาเสนอทั้งในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนนะครับ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้ เพิ่งไปดูหนังเรื่องช็อคโกแลตมาตามที่ตั้งใจไว้ครับ จะขอนำมาวิเคราะห์วิจารณ์ตามที่ได้เกริ่นเอาไว้แล้วครับ ลักษณะของหนังจัดเป็นดราม่า แอ็คชั่นที่ใส่สาระเกี่ยวกับเด็กออทิสติกที่มีอัจฉริยภาพด้านการต่อสู้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นพล็อตที่แหวกแนวและสร้างสรรค์มิติใหม่ให้กับวงการหนังไทยเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องย่อนั้น ผมคงไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะหลายท่านที่เคยดูมาหรือที่ยังไม่ได้ดู ก็อ่านตามเว็บต่างๆ มาแล้ว เอาเป็นว่าขอวิเคราะห์การเดินเรื่องก็แล้วกันครับ เริ่มจากการกำเนิดของเด็กออทิสติกที่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ แล้วเริ่มค้นพบพรสวรรค์นั้นเมื่อเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ จากการดูวีดีโอหนังแอ็คชั่นและฝึกซ้อมด้วยตัวเอง แล้วจากแรงกดดันที่ต้องหาเงินมาเป็นค่ารักษาโรคมะเร็งในเม็ดเลือดของแม่เธอ จึงได้ใช้พรสวรรค์นั้นต่อสู้กับบรรดาคนที่ติดหนี้แม่เธอ การเดินเรื่องนั้นเป็นไปในลักษณะที่จริงจัง เข้มข้น มีหลายฉากที่ดูหวาดเสียวจนผมคิดว่าคงต้องให้ผู้ปกครองให้คำแนะนำแก่บุตรหลานอายุไม่เกิน 13 ปี ถ้าจะพาไปดูด้วย ฉากการต่อสู้แต่ละฉากนับเป็นไปอย่างจริงจัง ดุเดือด แต่ไม่ถึงขนาดนองเลือด หรือหฤโหดแบบจอมหักคอ สตีเว่น ซีกัล มีการแทรกอารมณ์ขันแบบหวาดเสียวในฉากการต่อสู้บ้าง แต่ไม่ทำให้ความจริงจังของโทนหนังเปลี่ยนไป
ในขณะเดียวกัน ความเป็นดราม่าก็ถูกเน้นหนักไปกับบทบาทของตัวละคร ทั้งเซน (นางเอก) ซิน (แม่นางเอก) ซึ่งช่วยขับเน้นความรู้สึกผูกพัน รันทด และเจ็บปวดกับโชคชะตาของสองแม่ลูก ฉากการต่อสู้ตอนท้ายเรื่องซึ่งเริ่มตั้งแต่ในร้านอาหารญี่ปุ่น บนชั้นดาดฟ้าตึก รางรถไฟฟ้า นับเป็นไฮไลต์สำคัญที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ชมไม่น้อย แต่ก็ยังมีช่วงที่เป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจผู้ชมได้พอสมควร สำหรับบทบาทของดาราแล้ว ยอมรับละครับว่า นางเอกของเรื่องนี้ คือ จีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันท์ สามารถสวมบทเด็กออทิสติกได้อย่างสมจริง ทั้งสีหน้า แววตา คำพูดและพฤติกรรม ซึ่งเธอตีบทได้อย่างแตกละเอียด ทำบทบาทจนคนดูเชื่อได้ว่าเธอเป็นออทิสติก สำหรับการต่อสู้แต่ละฉากของเธอนั้น ไม่ใช่เพียงคิวบู๊ที่ผาดโผน สวยงาม และสนุกเท่านั้น แต่มีบุคลิกบางอย่างที่คล้ายๆ กับบรู๊ซ ลีซึ่งมีความเท่ห์แบบที่ผู้ชายทั้งหลายนิยม ส่วนผู้ที่รับบทเป็นแม่นางเอกนั้น เธอทำหน้าที่ของเธออย่างดี ในบทของแม่ผู้ผูกพันกับลูกที่มีลักษณะพิเศษ และการต้องเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือดที่ต้องรับการรักษาตัว ความผูกพันของแม่ลูกนับเป็นส่วนเติมความสะเทือนอารมณ์ของหนังได้ดี
สำหรับบทดาวร้ายของพงษ์พัฒน์นั้น ดูเหี้ยมเกรียมและอำมหิต แต่ละฉากที่เขาปรากฎตัวนั้น สร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ผู้ชมได้ทุกฉาก และบทพ่อของเซนซึ่งแสดงโดยฮิโรชิก็ดูเข้มข้นและน่ายำเกรงจากความเป็นยากูซ่าในเรื่อง อีกคนที่ผมคิดว่าเขาทำหน้าที่ได้ดีมาก คือ ดาราเด็กหนุ่มซึ่งคงเป็นหน้าใหม่ คือ ตฤณ พบวันดี ซึ่งรับบทเป็นแมงมุม เด็กหนุ่มที่เซนนับถือเป็นพี่ชายและช่วยดูแลเซนด้วย บทบาทของเขาช่วยผ่อนคลายความเข้มข้นของเรื่อง และเหมือนกับเป็นตัวแทนของคนดีๆ ที่อยู่รอบข้างเซนและแม่
สำหรับบรรดาสตันท์ได้ช่วยสร้างความสนุกสนานในฉากการต่อสู้ที่ทั้งผาดโผน สนุกสนาน และหวาดเสียว โดยเฉพาะฉากท้ายๆ ที่การต่อสู้เป็นไปแบบนอนสต็อปซึ่งเทียบได้กับคิวบู๊ระดับฮ่องกงหรือฮอลลีวู้ดอย่างไม่อาย เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดูสนุก มีความเป็นดราม่าที่สร้างความสะเทือนใจได้อย่างครบถ้วน การเชือดเฉือนบทบาทของดาราที่เข้มข้น แต่คงไม่ถึงขนาดหนังชีวิต และไม่มีความรู้สึกเสียดายตังค์ค่าตั๋วเลยครับ มีสิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ค่อนข้างเน้นครับ คือ การสร้างรายละเอียดเกี่ยวกับพ่อของเซนซึ่งเป็นยากูซ่าญี่ปุ่นเท่ากับว่านางเอกหนังเรื่องนี้มีเชื้อสายญี่ปุ่น ฉากการต่อสู้ในท้ายเรื่องก็ทำในร้านอาหารญี่ปุ่น อาวุธที่บรรดามาเฟียใช้ต่อสู้ก็เป็นดาบซามูไร แล้วฉากจบก็ไปถ่ายทำที่ญี่ปุ่น ตัวนางเอกในฉากจบนั้นทั้งบุคลิก หน้าตา การแต่งตัวดูเหมือนกับดาราญี่ปุ่นระดับดาวรุ่งเลยครับ ผมคิดว่า คงเป็นการจงใจของผู้สร้างและต้องการส่งหนังเรื่องนี้ให้ไปโด่งดังในญี่ปุ่นเป็นแน่ อีกอย่างครับ สำหรับ จีจ้า นางเอกของหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าเธอมีบุคลิกที่มีมิติ ความลึก โดยเฉพาะแววตาของเธอที่มีความหมายมาก ผมคิดว่า เธอไม่น่าจะเล่นหนังแนวรักกระจุ๋มกระจิ๋มหรอกครับ บทชีวิตหนักๆ ต่างหากที่เหมาะสมกับเธอในเรื่องต่อๆ ไป และอาจปนแอ็คชั่นบ้างเพื่อเพิ่มสีสันก็น่าจะดีนะครับ ผมคิดว่า ถ้าการตลาดของสหมงคลฟิล์มทำการบ้านมาดี และเรียนรู้รสนิยมการดูหนังของชาวญี่ปุ่นแล้วละก็ หนังเรื่องนี้และตัวนางเอกคงดังกระฉ่อนและครองใจชาวญี่ปุ่นได้อย่างไม่ยากครับ ผมไม่คิดว่าในญี่ปุ่นจะมีนางเอกนักบู๊เหมือนฮ่องกงหรอกครับ เชื่อว่า จีจ้า จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างปรากฎการณ์กระแสหนังไทยแอ็คชั่นในญี่ปุ่นได้ สรุปว่าเป็นหนังที่น่าดูมากเรื่องหนึ่งครับ ใครๆ ที่ชอบหนังแอ็คชั่นไม่ควรพลาดและเป็นหนังที่สมควรหาซื้อเป็นดีวีดี (ที่ถูกกฎหมาย) มาเก็บไว้ดูซ้ำได้ครับ |