| ร่มเย็น ชื่นฉ่ำ ด้วยสายน้ำ | ||
ร่มเย็น ชื่นฉ่ำ ด้วยสายน้ำ |
||
|
View All |
||
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
พูดถึง "ทางรถไฟสายมรณะ" ใครๆ ก็รู้ว่า เป็นทางรถไฟที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นทางรถไฟที่ใช้เวลาสร้างราว ๑๗ เดือน และมีอายุการใช้งานเพียง ๑ ปี เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ผ่านไปยังประเทศพม่า และทางรถไฟสายนี้ เป็นน้ำพักน้ำแรงของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ตลอดเส้นทางของทางรถไฟสายมรณะ เต็มไปด้วยทัศนียภาพอันงดงาม แต่จะมีสักกี่คนที่ระลึกได้ว่า จุดเริ่มต้นของทางรถไฟสายนี้ อยู่ที่สถานีหนองปลาดุก เขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ป้ายบอกทางชุมทางหนองปลาดุก หนองปลาดุก เป็นชื่อบ้านในเขตตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นสถาที่ตั้งของชุมทางรถไฟสายสำคัญ สายประวัติศาสตร์ที่หลายคนรู้จักกันดี นั่นคือ ทางรถไฟสายมรณะ หนองปลาดุกห่างจากกรุงเทพฯ ราวหกสิบกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณชั่วโมงเศษ
ด้านหน้าชานชาลา จากหนองปลาดุก เส้นทางรถไฟสายมรณะนี้ วิ่งผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปทางตะวันตก จนถึงด่านเจดีย์สามองค์ ปลายทางสิ้นสุดที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า ระยะทางทั้งหมดของทางรถไฟสายนี้ ราวสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร เป็นระยะทางในเขตประเทศไทยเรา ๓๐๐ กิโลเมตร
ที่ได้ชื่อว่าเป็นทางรถไฟสายมรณะ เพราะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรกว่าหกหมื่นคน รวมทั้งกรรมการอีกจำนวนมาก รวมทั้งคนไทยเราด้วย ทั้งหมดราวกว่าสองแสนคน เพื่อมาเป็นแรงงานในการสร้างทางรถไฟสายนี้ ใช้เป็นเส้นทางไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงทั้งอาวุธและกำลังพล ไปรบกับพม่าและอินเดียที่ขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทั้งนี้เส้นทางช่วงหนึ่งของทางรถไฟนี้จะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องสร้างเป็นสะพาน การก่อสร้างตลอดเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตลงด้วยความทารุณของสงคราม รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ เนื่องจากเส้นทางต้องผ่านป่าดงดิบ และยารักษาโรคเป็นสิ่งที่หายากและขาดแคลนในภาวะสงคราม รวมทั้งเสียชีวิตลงเพราะการขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะช่วงที่เลียบลำน้ำแควน้อยนี้ มีผู้ต้องสังเวยชีวิตนับพันคน หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมลงอยู่ใต้ทะเลสาบของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และทางรถไฟสายนี้ กลายเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์และความโหดร้ายของสงครามครั้งนั้น รวมถึงเป็นอนุสรณ์ให้แก่ผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตในสงครามอีกด้วย
พยานสำคัญที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ หลังสงครามโลก เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ทางรถไฟได้ตกเป็นสมบัติของรัฐบาลอังกฤษ ต่อมา รัฐบาลไทยได้ขอซื้อคืนมาในราคา ๑,๒๕๐,๐๐๐ ปอนด์ และได้รื้อรางบางส่วนบริเวณรอยต่อชายแดนไทยพม่าออกไป จากนั้นได้ซ่อมแซมทางรถไฟจนถึงสถานีน้ำตก ส่วนทางรถไฟที่เหลือ ได้กลายสภาพเป็นป่าปกคลุมตลอดทาง ปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้เปิดบริการขบวนรถในเส้นทางธนบุรี-น้ำตก และเส้นทางกรุงเทพฯ-น้ำตกไทรโยคน้อย เนื่องจากทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผา เลียบกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบัน ทางรถไฟสายนี้ สิ้นสุดที่บ้านท่าเสา หรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตก ยาว ๗๗ กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่กำลังสับราง
ไฟบอกเส้นทางวิ่งของรถไฟ เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า หลักฐานต่างๆ ถูกรื้อทำลายไปหมด ไม่เหลือให้เห็น ไม่ว่าจะหลุมหลบภัย หรืออื่นๆ ก็จะเหลือเพียงคำบอกเล่าของคนเก่าคนแก่ ที่จะเล่าเรื่องราวในอดีต ให้กับคนรุ่นใหม่ฟัง แต่เรื่องเล่านี้จะสืบทอดกันยาวนานชั่วลูกสืบหลานหรือไม่นั้น คงต้องอาศัยตัวหนังสือในประวัติศาสตร์ช่วยกันบอกเล่ากันด้วย
บ้านพักพนักงานรถไฟ
ชุมทางหนองปลาดุกในปัจจุบัน เป็นสถานีที่เป็นทางแยกของรถไฟสองสาย คือ สายไปกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ กับสายใต้ และเนื่องจากหนองปลาดุกไม่ใช่สถานีใหญ่ ขบวนรถไฟที่จอดรับส่งผู้โดยสารสถานีนี้ จึงจอดด้วยเวลาที่ไม่นาน
|