• ดาวอักษร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dao-aksorn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 16493
  • จำนวนผู้โหวต : 311
  • ส่ง msg :
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันพฤหัสบดี ที่ 13 ธันวาคม 2550
หนองปลาดุก - จุดเริ่มต้นของทางรถไฟสายมรณะ
Posted by ดาวอักษร , ผู้อ่าน : 632 , 11:55:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


พูดถึง "ทางรถไฟสายมรณะ" ใครๆ ก็รู้ว่า เป็นทางรถไฟที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นทางรถไฟที่ใช้เวลาสร้างราว ๑๗ เดือน และมีอายุการใช้งานเพียง ๑ ปี เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ผ่านไปยังประเทศพม่า และทางรถไฟสายนี้ เป็นน้ำพักน้ำแรงของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา

ตลอดเส้นทางของทางรถไฟสายมรณะ เต็มไปด้วยทัศนียภาพอันงดงาม แต่จะมีสักกี่คนที่ระลึกได้ว่า จุดเริ่มต้นของทางรถไฟสายนี้ อยู่ที่สถานีหนองปลาดุก เขตอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ป้ายบอกทางชุมทางหนองปลาดุก

หนองปลาดุก เป็นชื่อบ้านในเขตตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นสถาที่ตั้งของชุมทางรถไฟสายสำคัญ สายประวัติศาสตร์ที่หลายคนรู้จักกันดี นั่นคือ ทางรถไฟสายมรณะ หนองปลาดุกห่างจากกรุงเทพฯ ราวหกสิบกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณชั่วโมงเศษ

ด้านหน้าชานชาลา

จากหนองปลาดุก เส้นทางรถไฟสายมรณะนี้ วิ่งผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปทางตะวันตก จนถึงด่านเจดีย์สามองค์ ปลายทางสิ้นสุดที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า ระยะทางทั้งหมดของทางรถไฟสายนี้ ราวสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร เป็นระยะทางในเขตประเทศไทยเรา ๓๐๐ กิโลเมตร

ที่ได้ชื่อว่าเป็นทางรถไฟสายมรณะ เพราะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรกว่าหกหมื่นคน รวมทั้งกรรมการอีกจำนวนมาก รวมทั้งคนไทยเราด้วย ทั้งหมดราวกว่าสองแสนคน เพื่อมาเป็นแรงงานในการสร้างทางรถไฟสายนี้ ใช้เป็นเส้นทางไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงทั้งอาวุธและกำลังพล ไปรบกับพม่าและอินเดียที่ขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทั้งนี้เส้นทางช่วงหนึ่งของทางรถไฟนี้จะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องสร้างเป็นสะพาน  การก่อสร้างตลอดเส้นทางนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องจบชีวิตลงด้วยความทารุณของสงคราม รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ เนื่องจากเส้นทางต้องผ่านป่าดงดิบ และยารักษาโรคเป็นสิ่งที่หายากและขาดแคลนในภาวะสงคราม รวมทั้งเสียชีวิตลงเพราะการขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะช่วงที่เลียบลำน้ำแควน้อยนี้ มีผู้ต้องสังเวยชีวิตนับพันคน

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมลงอยู่ใต้ทะเลสาบของเขื่อนวชิราลงกรณ์ และทางรถไฟสายนี้ กลายเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์และความโหดร้ายของสงครามครั้งนั้น รวมถึงเป็นอนุสรณ์ให้แก่ผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตในสงครามอีกด้วย

พยานสำคัญที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ

หลังสงครามโลก เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ทางรถไฟได้ตกเป็นสมบัติของรัฐบาลอังกฤษ ต่อมา รัฐบาลไทยได้ขอซื้อคืนมาในราคา ๑,๒๕๐,๐๐๐ ปอนด์ และได้รื้อรางบางส่วนบริเวณรอยต่อชายแดนไทยพม่าออกไป จากนั้นได้ซ่อมแซมทางรถไฟจนถึงสถานีน้ำตก ส่วนทางรถไฟที่เหลือ ได้กลายสภาพเป็นป่าปกคลุมตลอดทาง  ปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้เปิดบริการขบวนรถในเส้นทางธนบุรี-น้ำตก และเส้นทางกรุงเทพฯ-น้ำตกไทรโยคน้อย เนื่องจากทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ซึ่งรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผา เลียบกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบัน ทางรถไฟสายนี้ สิ้นสุดที่บ้านท่าเสา หรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตก ยาว ๗๗ กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่กำลังสับราง

ไฟบอกเส้นทางวิ่งของรถไฟ

เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า หลักฐานต่างๆ ถูกรื้อทำลายไปหมด ไม่เหลือให้เห็น ไม่ว่าจะหลุมหลบภัย หรืออื่นๆ ก็จะเหลือเพียงคำบอกเล่าของคนเก่าคนแก่ ที่จะเล่าเรื่องราวในอดีต ให้กับคนรุ่นใหม่ฟัง แต่เรื่องเล่านี้จะสืบทอดกันยาวนานชั่วลูกสืบหลานหรือไม่นั้น คงต้องอาศัยตัวหนังสือในประวัติศาสตร์ช่วยกันบอกเล่ากันด้วย

บ้านพักพนักงานรถไฟ

 

ชุมทางหนองปลาดุกในปัจจุบัน เป็นสถานีที่เป็นทางแยกของรถไฟสองสาย คือ สายไปกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ กับสายใต้  และเนื่องจากหนองปลาดุกไม่ใช่สถานีใหญ่ ขบวนรถไฟที่จอดรับส่งผู้โดยสารสถานีนี้ จึงจอดด้วยเวลาที่ไม่นาน 

                  


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30
ดาวอักษร วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 10.11 น.
http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

เช้าวันที่ 5 กรกฎาคม 2485 หลักหมุดต้นแรกก็ถูกตอกลงที่สถานีหนองปลาดุก เป็นการเริ่มต้นการก่อสร้างรถไฟสายประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า ในช่วงเจรจากับฝ่ายไทย ญี่ปุ่นมักฉวยโอกาสเริ่มงานก่อนโดยไม่รอผลของการเจรจา


ที่สถานีหนองปลาดุกมีกรรมกรไทยเข้าใจว่าคงเป็นชาวนาในละแวกนั้นมาทำงานที่สถานีหนองปลาดุก ต้องทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า พักทานอาหารกลางวัน 1 ชั่วโมง เลิกงานเวลาประมาณ 5 โมงเย็น จ่ายค่าจ้างเป็นรายวันๆละ 80 สตางค์ และมีการจ้างกรรมกรจากจังหวัดใกล้เคียงมาเสริม เช่น ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี เพชรบุรี อีกด้วย


ความเข้มงวดของทหารชาวญี่ปุ่นนี่เอง ทำให้เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์น้ำผึ้งหยดเดียวที่ค่ายเชลยศึกวัดดอนตูม เรียกว่า เหตุการณ์บ้านโป่ง (Banpong Event) ในคืนวันที่ 18 ธันวาคม 2485 สามเณรลูกวัดท่านนึงได้เดินทางไปมนัสการเจ้าอาวาสวัดดอนตูม ระหว่างทางได้เจอเชลยศึกคนนึง เข้ามาขอบุหรี่กับสามเณร สามเณรก็ยื่นบุหรี่ให้ ทหารญี่ปุ่นเห็นพอดี ไม่พอใจ ก็เดินเข้ามาตบหน้าสามเณรล้มคว่ำไปกับพื้น กรรมกรไทยในค่ายที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวไม่พอใจกับการกระทำของทหารญี่ปุ่น ถือว่าเป็นการลบหลู่พระพุทธศาสนา ยิ่งเป็นการตบหน้าด้วยแล้วคนไทยถือมาก เลยพาพรรคพวกประมาณยี่สิบกว่าคนไปประท้วงกับนายทหารญี่ปุ่น และรับปากว่าจะแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบในวันรุ่งขึ้น ในคืนวันนั้นเองก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายเมื่อทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งถืออาวุธปืนขั้นไปบนศาลาและกราดยิง คนไทยที่อยู่บนศาลาแตกกระเจิงวิ่งหนีคมกระสุนกันไปคนละทิศละทาง กรรมกรไทยไม่มีอาวุธ ก็อาศัยจอบ เสียม ต่อสู้กับทหารญี่ปุ่น พอดีกับนายทหารญี่ปุ่นและนายอำเภอบ้านโป่งเดินทางมายังวัดดอนตูม และเข้าระงับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ปรากฏว่ามีทหารญี่ปุ่นและคนไทยตายจำนวนหนึ่ง เป็นเหตุให้ทหารญี่ปุ่นโกรธแค้นยกพวกบุกล้อมโรงพักสถานีตำรวจบ้านโป่ง และเปิดฉากต่อสู้ยิงกัน


(บางส่วนจาก บ้านโป่งที่พ่อเล่าฟัง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pantown.com/board.php?id=1607&name=board1&topic=137&action=view)
ความคิดเห็นที่ 29
อารยา วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 13.34 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

จากความเห็นที่ 19 "สพานพระรามหกที่เมืองนนท์โดน บี-29 ทิ้งระเบิดช่วงปลายสงคราม ขาดสองท่อนปลายทิ่มลงกลางน้ำเจ้าพระยา"

ผมพยายามหาภาพที่ผมบรรยายไว้ข้างต้น แต่หาไม่ได้
เมื่อผมพอจำความได้ (น่าจะเป็นราวปี 2494 ตอนนี้แก่แล้ว) ผู้ใหญ่พานั่งเรือพายข้าฟากใต้วัดเขมา ยังเห็นซากสะพานพระรามหกติดตา

ภาพซ้ายมือที่ผมโพสต์ใน คห. 19 จึงเป็นภาพสร้างสะพาน ไม่ใช่ภาพซ่อมหลังโดนระเบิด จึงนับเป็นภาพที่เก่ามั่กๆ เป็น พ.ศ.ไหนเอ่ย ไม่อยากเดาว่าเป็น 2466
ถ้าถูกก็สร้างก่อน ร.6 สวรรคต 2 ปี

โดนระเบิด 2488 (นี่ก็เดาอีกเหมือนกัน)

แต่สร้างซ่อมเสร็จ 2496 อันนี้ไม่ต้องเดา เพราะมีเขียนอยู่บนยอดสะพาน เห็นชัดครับ
ความคิดเห็นที่ 28
ราษีไศล วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

แวะมาทักทายวันเสาร์สบายๆและอ่านเรื่องราวดีๆครับผม
ความคิดเห็นที่ 27
อารยา วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


สะกด Thanbyuzayat ที่ถูกต้องครับ

วันนี้รถไฟที่นั่นก็ไม่ต่างจากเมื่อ 70 ปีที่แล้วของไทย
และของไทยวันนี้ก็ไม่ได้พัฒนาไปกว่า 100 ปีก่อนสักเท่าไหร่ ไปเชียงใหม่ 14 ชั่วโมงสมัยรอดถ้ำขุนตาลได้ใหม่ๆ วันนี้ก็ 14 ชั่วโมงเหมือนเดิม
ระยทางเท่านี้ เท่ากับโตเกียว-โอซาก้า ญี่ปุ่นเอาชินกันเซ็นวิ่ง 3 ชั่วโมงตั้งแต่มีโอลิมปิก 1965 หรือ 44 ปีก่อนแล้ว

โอ หนองปลาดุกที่รัก
ความคิดเห็นที่ 26
อารยา วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ภาพที่บอกถึง "กรณีบ้านโป่ง" ครับ
ความคิดเห็นที่ 25
อารยา วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 11.07 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ในมะละแหม่งใกล้ "ตันบูซายัต"

ผมชอบกระทู้นี้ แต่ก็ต้องพยายามนึกว่าเป็นเพราะอะไรหนอ
พบว่า อย่างแรกคุณดาวอักษรเริ่มต้นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมากคือที่สถานีหนองปลาดุก
สถานีเล็กๆ ประวัติศาสตร์แทบจะไม่เคยสนใจในส่วนที่เกี่ยวกับแม่น้ำแคว และสะพานที่วันนี้เป็นตำนาน
สถานีบ้านโป่งกลับดังกว่าจนผมต้องแคร์หนองปลาดุก ว่างั้นเถอะ
อ้อ ที่สถานีบ้านโป่งตอนที่ทหารญี่ปุ่นตามล่าตัวชาวบ้านที่ให้ความช่วยเหลือ หาข้าวหาน้ำให้ทหารสัมพันธมิตร
แล้วเกิดเรื่องใหญ่ ทหารญี่ปุ่นไม่พอใจอยู่แล้วเลยไปตบหน้าเณร ทำแบบนี้ก็ซวยซีครับ ชาวบ้านเลยประท้วงโกลาหล แว่วว่าทหารญี่ปุ่นถูกลอบฆ่าไปหนึ่งคน ก็ถูกจับประหารชีวิตด้วยซามูไรที่สถานีบ้านโป่งนี้แหละ

อ้าว กลับมาหนองปลาดุก
จากที่นี่ต่อไปไกลอีก "415" กิโลเมตร คือสถานีตันบูซายัตที่อยู่ในพม่า
ไกลจากด่านเจดีย์สามองค์ 115 ก.ม.

คือทั้งต้นทาง ปลายทาง มันไกลกันแบบยังไม่เคยเชื่อมได้ ทั้งระยะทางและเวลา
เมื่อ 60 ปีก่อน ก็เหลวแม้จะเอาศพเชลยถมไปกว่า 5 พันศพ
วันนี้ทั้ง หนองปลาดุกกับ Thanbyunzayat เหมือนอยู่คนละซีกโลก
ทั้งๆที่ควรจะคุ้นกันเหมือนสาย ถนนตก-ท่าเตียน ในอดีต
เสน่ห์ของหนองปลาดุกคงอยู่ตรงนี้กระมัง
ความคิดเห็นที่ 24
ดาวอักษร วันที่ : 15/12/2007 เวลา : 09.42 น.
http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

ขอบคุณลุงฟางและย่าดา ที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณคุณอารยาที่ช่วยเพิ่มเติมเนื้อหาและรูปภาพให้
ความคิดเห็นที่ 23
ย่าดา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 17.28 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

แวะมาอ่านและรับความรู้ค่ะ ขอบคุณๆ
ความคิดเห็นที่ 22
อารยา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

ครับ ประมาณว่าใช้เวลาการเดินทางสามเสน(-บางซื่อ เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระรามหก)-หนองปลาดุก 1 ชั่วโมง

หนองปลาดุก-สะพานข้ามแม่น้ำแคว 1 ชั่วโมง

จากนั้นอีกราว 1 ชั่วโมงครึ่งจึงไปสุดสายที่น้ำตกสถานีน้ำตก
ความคิดเห็นที่ 21
อารยา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 10.43 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"

ครับ ประมาณว่าใช้เวลาการเดินทางสามเสน(-บางซื่อ เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระรามหก)-หนองปลาดุก 1 ชั่วโมง

หนองปลาดุก-สะพานข้ามแม่น้ำแคว 1 ชั่วโมง

จากนั้นอีกราว 1 ชั่วโมงครึ่งจึงไปสุดสายที่น้ำตกสถานีน้ำตก
ความคิดเห็นที่ 20
อารยา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 10.35 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


สะพานพระราม 6 ซ่อมสร้างใหม่หมดเสร็จในปี 2496 โดนทิ้งระเบิดตอนปลายสงคราม น่าจะเป็นต้นปี 2488

ครับ ก่อนถึงหนองปลาดุกหนึ่งต้องผ่านสะพานพระรามหกก่อน แล้วอีกหนึ่งชั่วโมงจึงจะถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ความคิดเห็นที่ 19
อารยา วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


(ภาพสะพานพระรามหกเดิม)
สพานพระรามหกที่เมืองนนท์โดน บี-29 ทิ้งระเบิดช่วงปลายสงคราม ขาดสองท่อนปลายทิ่มลงกลางน้ำเจ้าพระยา ต้องสร้างใหม่หมดรูปทรงต่างไปจากเดิม
ความคิดเห็นที่ 18
ลุงฟาง วันที่ : 14/12/2007 เวลา : 09.20 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele

..........สงครามไม่ได้ให้อะไร คนเลย .........
ความคิดเห็นที่ 17
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 23.38 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ภาพในความเห็น 10 เป็นภาพของ "ช่องเขาขาด" = "HELLFIRE PASS"
มีให้รับชมอีกภาพข้างบนนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 16
ดาวอักษร วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 20.39 น.
http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

ขอบคุณคุณ pblog คนบ้านโป่งที่แวะมาช่วยอ่านค่ะ

วันนั้นกว่าจะหาสถานีพบ ก็ต้องถามทางหลายคนอยู่ค่ะ บรรยากาศแถวนั้นร่มรื่นดีค่ะ ไว้มีโอกาสจะแวะไปเทียวอีก
ความคิดเห็นที่ 15
pblog วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 20.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pblog

แหม ผมเป็นคนบ้านโป่งเห็นป้ายสถานีรถไฟเลยเข้ามาก่อนเลย
ภาพต้นไม้ดูคุ้นตามากครับ เมื่อก่อนขี่มอเตอร์ไซค์เล่นต้องผ่านประจำ เห็นแล้วคิดถึงจัง
ความคิดเห็นที่ 14
ดาวอักษร วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

ขอบคุณ คุณอารยาที่แวะมา และช่วยเสริมภาพแห่งประวัติศาสตร์ให้ค่ะ

ขอบคุณ คุณ pjeabja ที่แวะมาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
ดาวอักษร วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 20.03 น.
http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

คุณเสดพีร์
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ ได้รับรูปแล้ว จะแปะให้เร็ววันนี้

ขอเปลี่ยนจากเรื่องหนองปลาไหล เป็นปลาอย่างอื่นได้ป่าว เช่น ปลานิล ปลาแซลมอน ปลาสลิด ฯลฯ
ความคิดเห็นที่ 12
ดาวอักษร วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 19.59 น.
http://www.oknation.net/blog/dao-aksorn
"ดาวอักษร" เคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรจากเทพองค์ใดในสวรรค์ แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่าย "ดาวอักษร" 

ขอบคุณ คุณ Supawan ที่แวะมาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 19.08 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ขอบคุณครับ จขกท. พอดีผมมีภาพเก่าเก็บเลยได้โอกาสมาร่วมด้วยช่วยกันพาออกมาจากหนองปลาดุกไกลโข

ก็จะพากลับด้วยรถไฟขบวนเดิม ใช้หัวรถจักรอย่างข้างบนนี้แหละครับ
ความคิดเห็นที่ 10
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.57 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ถ้าจะเรียกตรงนี้ว่า "ช่องนรกโลกัน" (ฝรั่งเรียก hellfire pass ชื่อที่ชาวบ้านรู้จักน่าจะเป็น "เขาช่องไก่" หากผิดพลาดขออภัยด้วยเพราะมาจากคำบอกเล่าอีกทีครับ) ก็ตายมาหมดแรง หิว ที่นี่มากที่สุด นอกเหนือจากเป็นมาลาเรีย ไทฟอยด์ อหิวา
ความคิดเห็นที่ 9
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


อีกรายที่ยังหายใจได้
ความคิดเห็นที่ 8
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ความคิดเห็นที่ 7
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


สภาพทหารสัมพันธมิตรในแค้มป์ก่อสร้างสะพาน
ความคิดเห็นที่ 6
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ที่เห็นในสภาพดีปัจจุบันเป็นสะพานเดียวกับที่ถูกระเบิดนั่นเองครับ
ความคิดเห็นที่ 5
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


ในหนัง เราได้เห็นสะพานไม้ถูกวางระเบิด แต่ความจริงก็โดนทั้งสะพานไม้และสะพานเหล็ก ผมมีภาพการก่อสร้างสะพานไม้และที่เห็นซากสะพานไม้จมน้ำด้วย แต่ไม่อาจ resize ได้ จึงนำภาพสะพานเหล็กที่หมดสภาพหลังจากโดนวางระเบอดมาให้ชมครับ บางท่านอาจเคยเห็นแล้ว ผมเซฟไว้จำแหล่งที่มาไม่ได้ ขออภัยด้วย
ความคิดเห็นที่ 4
pjeabja วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.33 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีดี
ความคิดเห็นที่ 3
อารยา วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 18.19 น.
http://www.oknation.net/blog/arya-tirawej
"เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง"


สะพานข้ามแม่น้ำแควมีทั้งสะพานไม้และสะพานเหล็กครับ
ความคิดเห็นที่ 2
เสดพีร์ วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 14.41 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

สถานีรถไฟแบบนี้ นึกถึงฉากในหนังสือคำพิพากษา

เรื่องหน้าอย่าลืมหาเรื่องหนองปลาไหลมาเขียนด้วยนะครับ!!
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 13/12/2007 เวลา : 12.33 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ตามมาอ่าน และตามมาดูค่ะ ... เพิ่งจะไปที่กาญจนบุรีมาเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน