| ร่มเย็น ชื่นฉ่ำ ด้วยสายน้ำ | ||
ร่มเย็น ชื่นฉ่ำ ด้วยสายน้ำ |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นตำนานที่เล่าขานกันมานับร้อยปี ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียง จังหวัดปัตตานี แต่คนทั่วไปมักเรียกกันว่า ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตามตำนานเล่ากันว่า เดิมเมืองปัตตานีซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญ มีเรือสินค้าจากต่างเมืองแวะมาขนถ่ายสินค้าเป็นประจำ พ่อค้าหนุ่มชาวจีนชื่อว่า ลิ้มโต๊ะเคี่ยม ได้มาแวะที่เมืองแห่งนี้ และได้นำสินค้าเครื่องบรรณาการต่างๆ ไปมอบให้กับเจ้าเมืองตานี (ชื่อเรียกในสมัยนั้น) และได้มีโอกาสพบกับธิดาของเจ้าเมือง ทั้งคู่ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่ติดที่ว่า ฝ่ายชายเป็นคนต่างชาติ ต่างศาสนา เจ้าเมืองจึงขอให้หนุ่มลิ้มโต๊ะเคี่ยมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งลิ้มโต๊ะเคี่ยมก็ยอม และให้เรือสำเภอกลับไปยังเมืองจีน เพื่อส่งข่าวให้มารดาของตนรู้ว่า ตนจะตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เมืองตานีไม่กลับไปเมืองจีนอีก ฝ่ายมารดาเมื่อทราบข่าว ก็เศร้าโศกเสียใจมาก นางลิ้มกอเหนี่ยวผู้เป็นน้องสาวของลิ้มโต๊ะเคี่ยมเมื่อทราบข่าว จึงเดินทางมายังเมืองตานี และได้พบว่าพี่ชายของตนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม และกำลังจะเป็นแรงหลักที่จะช่วยเจ้าเมืองตานีก่อสร้างมัสยิดหลังใหญ่ ที่กรือเซะเพื่อให้เป็นอนุสรณ์ทางศาสนา ซึ่งในความคิดของนางเห็นว่าเป็นเรื่องผิดมหันต์ นางได้พยายามขอร้องพี่ชายให้วางมือจากการก่อสร้าง แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมไม่ยอมฟังเสียงทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น นางลิ้มกอเหนี่ยวจึงลั่นวาจาสาปแช่งพี่ชายไม่ให้สร้างมัสยิดได้สำเร็จ แล้วจากนั้น นางก็ตัดสินใจผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ที่อยู่หน้ามัสยิดที่กำลังสร้างนั่นเอง ลิ้มโต๊ะเคี่ยมเสียใจมาก จึงนำศพน้องสาวฝังไว้ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนั้น พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างมัสยิดต่อไป ด้วยหวังให้เป็นอนุสรณ์แด่น้องสาวด้วย แต่ปรากฎว่า เมื่อสร้างไปได้ถึงยอดโดมอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของมัสยิด ก็เกิดเหตุฟ้าผ่าลงมา ทำให้ยอดโดมพังทลายลงมา และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เดิมๆ ซ้ำอีก ทำให้ลิ้มโต๊ะเคี่ยมนึกถึงคำสาปแช่งของนางลิ้มกอเหนี่ยว จึงสั่งให้คนวางมือจากการก่อสร้างเสีย ปัจจุบัน มัสยิดดังกล่าว คงโครงร่างการก่อสร้างไว้ ขาดแต่เพียงยอดโดมที่ไม่ประสบความสำเร็จ และเรื่องดังกล่าวได้บอกต่อกันไป ทำให้ผู้คนพากันร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ และพากันเดินทางมากราบไหว้ และบนบานศาลกล่าวขอให้เจ้าแม่ช่วยขจัดปัดเป่าความทุกข์ต่างๆ ต่อมามีคนนำกิ่งมะม่วงหิมพานต์ที่นางลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายไปแกะสลักเป็นรูปเหมือนของนาง และสร้างศาลเล็กๆ ไว้ใต้ต้นมะม่วงหินพานต์ และนำรูปแกะสลักไปประดิษฐานไว้ให้ผู้คนเคารพบูชา จากความเลื่อมใสศรัทธาในองค์เจ้าแม่ ทำให้พระจีนคณานุรักษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าชาวจีนปัตตานีในขณะนั้น มองว่าศาลเจ้าแม่ที่กรือเซะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก จึงได้อัญเชิญดวงวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวพร้อมรูปจำลองไม้แกะสลักจากกรือเซะ มาประดิษฐานที่ศษลเจ้าซูก๋ง ที่อยู่กลางเมืองปัตตานีแทน พร้อมทั้งตั้งชื่อศาลเจ้าแม่ใหม่ว่า ศาลเจ้าเล่งจูเกียง แปลว่า ศาลเทพเจ้าแห่งความเมตตา นอกจากที่ปัตตานีแล้ว ที่โรงเจจี่เต็กลิ้ม จังหวัดนครปฐม ก็มีรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้สักการะบูชาด้วย ซึ่งตามตำนานบอกว่า ช่างที่แกะสลักองค์เจ้าแม่นั้น ได้แกะสลักขึ้นมาสององค์ แต่แรกตั้งใจจะเก็บไว้บูชาเององค์หนึ่ง แต่เจ้าแม่ได้มาเข้าฝันบอกให้มาถวายไว้ที่โรงเจแห่งนี้ เพื่อให้ลูกหลานเดินทางมาไหว้ได้โดยสะดวก ระหว่าง 8 มีนาคมที่ผ่านมา ถึง 11 มีนาคมนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถนนพลับพลาไชย ที่กรุงเทพฯ นี่แหละค่ะ ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมาจากหาดใหญ่ และนำประดิษฐานที่ชั้น 1 ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง (ตึกสำนักงาน) เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะได้ถึง 4 ทุ่ม ส่วนวันที่ 11 เปิดให้สักการะถึง 18.30 น. ก่อนจะทำพิธีส่งเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวกลับหาดใหญ่ ใครที่หาโอกาสไปปัตตานีลำบาก หาเวลามาสักการะได้ถึงพรุ่งนี้นะคะ
|