| ร่มเย็น ชื่นฉ่ำ ด้วยสายน้ำ | ||
ร่มเย็น ชื่นฉ่ำ ด้วยสายน้ำ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ทริปก่อนนู้น พาไปเที่ยวงานวัดเมืองไทย วันนี้จะพาไปเที่ยวงานวัดเมืองลาวกันค่ะ สมัยนี้การเดินทางระหว่างไทยลาว สะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนมาก ไปได้ทั้งเครื่องบิน รถ และเรือ สำหรับทางรถ ออกได้สองทางคือที่หนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 1 ไปทางด่านท่าแขก แขวงเมืองคำม่วน ส่วนที่มุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 ออกไปทางด่านเมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันเขต หรือหากจะใช้บริการเรือข้ามแม่น้ำโขง ก็ยังมีคนนิยมใช้บริการกันไม่น้อย จากด่านสะหวันเขต ที่คนไทยจะต้องเดินลงไปโชว์ตัวพร้อมกระเป๋าสัมภาระ ในขณะที่ด่านมุกดาหาร แค่เดินลงไปโชว์ตัวเฉยๆ ได้พบกับกลุ่มคนไทยหลายร้อยคนที่มาเที่ยวลาว และอีกหลายคณะที่เลยไปถึงเวียดนาม ไกด์เล่าให้ฟังว่า รถที่วิ่งข้ามสะพานจะต้องเสียค่าธรรมเนียมไปกลับครั้งละ 3,000 บาท ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูงทีเดียว ไกด์เล่าว่าไทยกับลาวกำลังคุยๆ กันเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมที่อาจจะลดลงหรือคงอัตราเดิม คงได้รู้ผลกันในอีกไม่นาน ออกจากด่านมาแล้ว ในเส้นทางสะหวันเขตกับเมืองเซโน มีปูชนียสถานสำคัญที่เป็นที่เคารพของทั้งคนลาวและคนไทย นั่นก็คือวัดพระธาตุอิงฮังนั่นเอง คนไทยหลายคนที่ไปจะต้องแวะไปสักการะกันอย่างไม่ขาดสายทีเดียว
พระธาตุอิงฮังถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองแห่งหนึ่งของลาว เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ในเขตเมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันเขต เชื่อกันว่า ครั้งในอดีตกาล พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมายังสถานที่แห่งนี้ องค์พระธาตุ ได้รับการออกแบบและก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมือนเจดีย์ผสมวิหาร ฐานย่อมุมคล้ายปราสาท ยอดเจดีย์เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง ลวดลายตกแต่งเป็นศิลปะพม่า ตามความเชื่อของคนลาว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ จะไม่อนุญาตให้สุภาพสตรีเข้าไปภายในองค์พระธาตุอย่างเด็ดขาด และแม้แต่จะเข้ามาภายในบริเวณวัด ก็จะต้องสวมผ้านุ่งหรือสวมกระโปรงอีกด้วย แต่ในวันที่เราไปนั้น เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์และมีงานบุญของทางวัด เข้าใจว่าทางวัดคงจะอนุโลมเรื่องการแต่งกาย เพราะเห็นมีผู้คนหลากหลายทั้งชาวไทยและชาวลาวที่พากันสวมกางเกงที่มีทั้งขาสั้น ขาสามส่วน สี่ส่วน และขายาวเข้าไปภายในวัดได้ นอกจากนี้ คนลาวยังเชื่อกันอีกว่า การสักการะบูชาพระธาตุแห่งนี้ ห้ามไหว้ด้วยหมู และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่นิยมเลี้ยงหมูอีกด้วย
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทยเรา ที่ลาวก็ถือเป็นวันปีใหม่ด้วย นอกจากการเล่นสาดน้ำกันเหมือนบ้านเราแล้ว คนลาวยังมาทำบุญที่วัด สรงน้ำพระ สำหรับที่วัดพระธาตุอิงฮังในวันนั้น มากมายไปด้วยผู้คนที่พากันเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ มานมัสการพระธาตุแห่งนี้ พร้อมรดน้ำขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ไกด์ลาวเล่าให้ฟังว่า ในวัดพระธาตุอิงฮัง นอกจากองค์พระธาตุแล้ว ยังมีพระพุทธรูปองค์เล็กองค์น้อยอีกไม่ต่ำกว่า 50 องค์ ซึ่งในวันสำคัญๆ ประชาชนจะพากันมาสักการะพระธาตุและสรงน้ำพระพุทธรูปอีกด้วย
ทำบุญไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มาตีฆ้องด้วย คนโบราณเชื่อว่าตีฆ้องให้เสียงดังๆ ให้ได้ยินไปถึงสรวงสวรรค์ เทวดาจะได้รับรู้ว่าเรามาทำบุญ
สาวๆ กลุ่มนี้เดินมา การแต่งกายแม่หญิงลาวสาวๆ เดี๋ยวนี้ก็หันมาใส่ทันสมัยแบบบ้านเราแล้ว
ส่วนแม่หญิงลาวที่มีอายุหน่อย ก็ยังคงนิยมผ้าซิ่น
หนุ่มๆ กลุ่มนี้เค้าเบียดมากันบนรถสกายแล็บ ดูแล้วน่าสงสารรถจังเลย
ส่วนกลุ่มนี้เค้ามากันด้วยรถบรรทุกสี่ล้อ สงสัยจะขนกันมาเกือบหมดหมู่บ้านหรือเปล่า
หรือบางกลุ่มอาจจะขับรถอีแต๋นมาแบบนี้
มีแม้กระทั่งเดินมา แต่เข้าใจว่า คงจะจอดรถไว้ไกลแล้วเดินเข้าวัดมากกว่า
ตลอดสองข้างทางก่อนถึงประตูเข้าวัด จะมีพ่อค้าแม่ขายนำของมาขายมากมาย ทั้งของกินและของใช้ สังเกตหมวกว่าคล้ายหมวกของเวียดนามเลย แต่เท่าที่ได้ข้อมูลมา คนลาวกับคนเวียดนามก็ไปมาหาสู่กันไม่ยาก
อยากได้แบบไหน เลือกได้
พวงดอกไม้ ที่มีวางขายก่อนถึงทางเข้าวัด เท่าที่สังเกต จะต้องใช้แบบเป็นคู่ อันเดียวไม่ได้
แม่ค้าคนนี้ไม่อยากวางขายที่ร้าน เลยหิ้วมาเดินขายเสียเลย
หรือจะเป็นพวงแบบนี้ ที่หลายคนนิยมซื้อหามาบูชาพระธาตุกันในหลากหลายแบบ
ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ไปเสี่ยงเซียมซี ใบนี้ของใครไม่รู้ในคณะที่ไปด้วยกัน ไกด์ลาวมาอ่านแล้วแปล แต่ไม่ค่อยแปลเท่าไร ได้แต่บอกว่า เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับพวกชาดกต่างๆ
เสร็จแล้วก็มาเลือกหาซื้อบรรดาของกินสารพัด จะเป็นไก่ปิ้งแบบนี้ หรือลูกชิ้นปิ้งในถาดข้างๆ
ซาลาเปาร้อนๆ
ข้าวเหนียวดำนึ่ง เวลาจะรับประทานก็โรยน้ำตาลกับมะพร้าวขูด ห่อละ 5 บาท
ลูกชิ้นปิ้ง
ข้าวโพดคั่ว
เป๊ปซี่กระป๋องในลาว มองด้านหน้าเหมือนในไทย
แต่พอเบิ่งไปด้านหลังกระป๋อง อ้อ เป๊ปซี่ลาว ซึ่งราคาแพงพอสมควร กระป๋องละยี่สิบ ข้อมูลจากคนลาวบอกให้รู้ว่า คนลาวเองไม่นิยมซื้อของในลาว แต่นิยมสินค้าจากฝั่งไทย คนลาวจะนิยมข้ามฝั่งไปจับจ่ายสินค้าจากฝั่งไทยมาก
ไม่ได้ค่าโฆษณานะ แต่ใครไปที่นั่น ก็ต้องซื้อกันแทบทุกคน ไกด์ลาวบอกว่า ถ้าซื้อยกแพ็ค 6 กระป๋อง ราคาจะอยู่ที่ 120 บาท แต่ในคณะเรามีคนซื้อมา 150 บาท และในอนาคตอันใกล้ จะมีเบียร์ยี่ห้อใหม่ ยี่ห้อไดโนเสาร์ออกมาวางตลาด ต้องรอดูกันว่า จะแรงสู้เบียร์ลาวได้หรือไม่
ไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ถึงคิวของสารพันกิจกรรมบันเทิงที่มีอย่างหลากหลาย ดูอย่างม้าหมุนแบบลาว หน้าตาก็ คล้ายๆ ม้าหมุนบ้านเราเลย แต่ดูความแข็งแรงแล้ว ของบ้านเราน่าจะไม่หวาดเสียวเท่า
อันนี้เป็นเวทีรำวง แบบบ้านเราที่รอบละยี่สิบอะไรประมาณนั้นนะ
ด้านหน้าฟลอร์รำวง เต้นกันสนุกสนาน พร้อมกับสาดน้ำไปด้วย
แบบนี้ก็มีด้วย มีคนบอกว่าเป็นกำถั่ว พอถ่ายรูปเสร็จ พี่ๆ เค้ากวักมือให้มาเล่นด้วยกันเสียอีกแน่ะ
บางคณะก็ปูเสื่อนั่งรับประทานกันตรงนั้นเลย
คนขวาเป็นคนไทย คนซ้ายเป็นคนลาว คู่นี้เค้ากำลังแลกเงินกัน
อาคารพาณิชย์ที่อยู่ก่อนถึงวัดพอสมควร ไกด์ลาวบอกว่า เป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ของสะหวันเขต ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คงจะเสร็จเร็วๆ นี้
สองข้างทางมีบ้านคนลาวปลูกอยู่เป็นระยะๆ หน้าตาบ้านคล้ายๆ ในเมืองไทยเรา แต่ละบ้านติดจานดาวเทียมเพื่อดูรายการจากเคเบิ้ลแทบทั้งนั้น เพราะค่าบริการปีละ 800 บาทเอง ถูกจัง ถ้าไม่ติดก็มีทีวีดูแค่ 2 ช่อง ไกด์ลาวเล่าว่า สมัยก่อน คนลาวนิยมปลูกต้นวิก (ต้นยูคาลิป) แต่ปัจจุบัน หันมาปลูกยางพาราแทน เพราะเป็นไม้ที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก ในขณะที่ต้นจำปา (ต้นลีลาวดี) ในลาว กลับมีราคาสูงกว่าบ้านเรา ไกด์บอกว่า ต้นยาวแค่แขน ราคาสูงถึงต้นละพันบาททีเดียว
บ้านแบบนี้ก็มี ถ้าหน้าตาแบบนี้ มักจะเป็นบ้านของชนกลุ่มน้อย และจะอยู่ในระยะที่ห่างจากเขตเมืองพอสมควร ที่ดินในเขตลาวมีราคาไม่สูงมากนัก เช่นที่ดินติดถนน ตกตารางวาละพันหรือพันกว่าบาทเท่านั้น แต่รัฐบาลลาวก็ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินได้ ยกเว้นแต่จะเช่าเพื่อทำธุรกิจ และแม้แต่การทำธุรกิจ ยังต้องใส่ชื่อคนลาวเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ยังมีกฎว่า จะต้องจ้างแรงงานเป็นคนลาวที่อยู่ในพื้นที่ด้วย เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีงานทำนั่นเอง
แบ้ หรือแพะ สัตว์เลี้ยงประจำบ้านคนลาว และทำตัวเป็นเจ้าถนน นึกอยากจะข้ามถนนก็ข้าม มันไม่มีหน้าที่หลบรถ แต่รถมีหน้าที่ต้องหลบมัน
รถที่นี่พวงมาลัยซ้าย และขับชิดขวา เวลาแซงก็แซงซ้าย นอกจากต้องคอยหลบสัตว์เลี้ยงเจ้าถนนในลาวแล้ว การจราจรที่นี่ จะมีแต่เสียงแตรรถ พอๆ กับเวียดนาม เพราะรถใหญ่ไม่เยอะ แต่มอเตอร์ไซค์กับจักรยานเยอะ รถใหญ่จะคอยบีบแตรให้เสียงกับรถเล็ก การจราจรที่นี่ ทำให้หลายๆ คนหวาดเสียว
ออกจากวัดมาแล้ว พอเห็นวงแวนกะปอมหลวง (แปลว่าวงเวียนไดโนเสาร์ , กะปอมหลวง = ไดโนเสาร์) ก็เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ใกล้จะถึงด่านแล้ว วงแวนกะปอมหลวงนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ของสะหวันเขตเลยทีเดียว
ตู้เอทีเอ็มที่ลาว รูปนี้ถ่ายที่ด่านแขวงสะหวันเขต
ออกจากด่าน รถวิ่งบนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สอง
เข้ามาในเขตไทยแล้ว มองเห็นหลังคาที่ทำการด่านมุกดาหารอยู่ข้างหน้า
ที่ฝั่งไทย รถของคณะทัวร์ไทยมารับมากมาย เพราะช่วงสงกรานต์คนไทยไปเที่ยวลาวกันเยอะ บางคณะเลยไปถึงเวียดนามก็มี มองเห็นสาวลาวนุ่งผ้าซิ่นกันเยอะ ไกด์ลาวเล่าให้ฟังว่า ที่ลาวยังอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายกันอยู่ โดยสาวๆ ลาว จะยังคงนุ่งผ้าซิ่น แม้แต่นักศึกษาก็นุ่งผ้าซิ่นกัน ไม่เหมือนเมืองไทยเลยเนอะ ที่สาวๆ นักศึกษานุ่งกระโปรงสั้นจู๋ และผ่าสูงชนิดที่เขย่าหัวใจได้ดีทีเดียว
ภาพนี้ถ่ายที่ริมฝั่งโขงในไทย ที่มุกดาหาร มองออกไป เห็นสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สอง แขวงสะหวันเขต ถือเป็นเขตอุตสาหกรรมสำคัญแห่งหนึ่งของ สปป.ลาว เพราะเป็นแหล่งเหมืองแร่ทองคำ ที่แขวงสะหวันเขตมีมหาวิทยาลัยสะหวันเขต ที่เน้นการเรียนการสอนด้านครู นับเป็นสถาบันการศึกษาอันดับสองรองจากมหาวิทยาลัยเวียงจันทน์ ที่ดินในเขตแขวงสะหวันเขต รัฐบาลเน้นจัดสรรให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเช่าเพื่อทำธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองเซโนที่จะพัฒนาให้เป็นเขตเมืองใหม่ ในขณะที่เมืองไกรสรจะอนุรักษ์ให้เป็นเขตเมืองเก่า หากมีโอกาส จะหาเวลาไปเที่ยวในอีกหลายๆ เมืองของลาว และคงได้เก็บภาพมาฝากกัน
|