พิมพ์หน้านี้
|
ในที่สุดพรรคพลังประชาชนก็ถือวิสาสะ "มัดตราสังข์" พรรคร่วมรับบาลด้วยการจัดโปรแกรมแก้รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนแม้ว ไม่ต้องฟังอีร้าคร่าอีรม หรือเสียงบ่นขรมของคนทั้งบ้านทั้งเมือง หรือแม้กระทั่งพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง จับใจความสำคัญจากการแถลงข่าวของ "รองประธานวิปรัฐบาล" จากพรรคพลังประชาชน สุขุมพงศ์ โง่นคำ ดูจะเห็นแนวทางชัดเจนเป็นข้อๆอย่างนี้ หนึ่ง...ที่ประชุมพรรคพลังประชาชนมีมติเอกฉันท์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 โดยให้เริ่มแก้ตั้งแต่หมวดที่ 3 จนถึงหมวดที่ 15 โดยให้รีบดำเนินการยกร่างฯ และนำมาแก้ไข สอง...แต่งตั้งคณะทำงานยกร่างฯ มี "ชูศักดิ์ ศิรินิล" รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมทั้งตน และตัวแทนทุกภาคๆ ละ 2 คน รวม 13 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ สาม...ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เข้าสู่วาระการประชุมต่อประธานสภาฯ ในเดือนเมษายน และให้สภาพิจารณาวาระแรกได้ก่อนวันที่ 19 พ.ค.นี้ สี่...ช่วงปิดสมัยประชุมจะพิจารณาในวาระ 2 ถ้าพิจารณาวาระ 2 เสร็จระหว่างที่งบประมาณกำลังเข้าพิจารณาในสมัยประชุมวิสามัญราวเดือนมิถุนายนพอดี ก็จะพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ไปพร้อมกัน ห้า...หากการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯวาระ 2 เสร็จไม่ทันสมัยประชุมวิสามัญ ก็รอตอนเปิดประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติในเดือนสิงหาคม ลงว่าชัดเจนทุกกระบวนท่าอย่างนี้ อย่างไรเสียร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯก็ต้องผ่านให้ได้ ส่วนว่าจะผ่านแบบไหนเป็นอีกเรื่อง !!! จะให้ผ่านแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น หรือผ่านแบบข้ามศพไปก่อน ก็สุดแท้แต่เจ้าภาพจะคิดอ่าน แต่จะบอกให้ว่าเมื่อตัดสินใจมาถึงขั้นนี้ "เจ้าภาพ" ย่อมต้องประเมินความคุ้มทุนไว้เรียบร้อยแล้ว "ในการประชุมของวิปรัฐบาลจะไม่มีการคุยเรื่องรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องของวิปรัฐบาลอีกแล้ว และไม่รู้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรคจะเห็นเป็นอย่างไร... ...เมื่อพรรคพลังประชาชนมีมติเช่นนี้แล้ว พรรคอื่นๆ มีความเห็นอย่างไร จะแก้หรือไม่แก้ จะแก้มากแก้น้อย จะสำเร็จเมื่อไหร่ต้องคุยกันในรายละเอียด ทั้งนี้พรรคร่วมอาจจะไปยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วนำร่างของตัวเองมาเสนอให้พิจารณาร่วมกันได้" น้ำเสียงและท่าทีของ "สุขุมพงศ์" บอกให้รู้ว่าพรรคพลังประชาชนเริ่มต้นนับหนึ่งกันตั้งแต่นาทีนี้แล้ว สถานการณ์ที่พลิกผันจาก "แก้บางมาตรา" จนต้องยอมแก้เกี้ยวด้วยการประกาศ "แก้ทั้งฉบับ" เพื่อลดกระแสต่อต้านลง ก็ทำให้เสียเวลาไปมากโข จะปล่อยให้ช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ! ตามเดดไลน์ต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะยามนี้ "นายใหญ่" ได้เข้ามาป้วนเปี้ยนรอจังหวะเหมาะอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก จริงๆแล้วเป้าหมายสำคัญของพรรคพลังประชาชนนั้นอยู่ที่มาตรา 309 เพียงมาตราเดียวเท่านั้น เพราะเป็นมาตราที่จะล้างมลทินทั้งปวงให้กับ "นายใหญ่" และกุนซือสมองเพชรทั้งหลายที่ติดบ่วง 111 ถ้าปลดล็อคมาตรานี้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเขียนกฎหมายนิรโทษกรรมสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ให้เสียเวลา เพราะมันมีผลโดยอัตโนมัติ ยกเลิกมาตรา 309 ปุ๊บ สิ่งที่ตามมาก็เท่ากับตุลาการรัฐธรรมนูญได้มาโดยมิชอบ คำสั่งใดๆที่ออกจากตุลาการรัฐธรรมนูญก็ถือเป็นโมฆะ ถือว่าไม่เคยมีคำพิพากษา คำตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยก็เสมือนไม่เคยเกิดขึ้น แล้วทั้ง 111 คนก็รอดสันดอนไปโดยปริยาย !!! เช่นเดียวกันกับ "คตส." ก็จะถูกหยิบเป็นข้อโต้แย้งว่าได้มาโดยมิชอบเหมือนกัน แล้วสุดท้ายคดีความต่างๆที่อุตส่าห์ทำกันมา รวบรวมกันมาเป็นปีๆก็กลายเป็น "ศูนย์" "นายใหญ่" ก็รอดจากคุกตาราง พร้อมทั้งเรียกสมบัติพัสถานกลับคืนมาได้หมด แต่งตัวรอขึ้นสู่อำนาจ "อย่างสง่างาม" ได้อีกครั้ง !!! เกมการเมืองจะพลิกทันทีเมื่อถึงตอนนั้น แต่มันจะง่ายอย่างนั้นจริงละหรือ ??? เพราะในเมื่อสังคมกำลังจับตามองว่าการดึงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งฉบับเป็นเพียงการลดกระแสแก้เกี้ยว ทั้งที่จริงต้องการแก้เพียงบางมาตราเพื่ออุ้ม "นายใหญ่" เชื่อว่ากระแสต่อต้านนั้นจะเป็นเหมือน "ไฟลามทุ่ง" แน่ ขณะเดียวกันในแง่ของพรรคร่วมรัฐบาล แทบทุกพรรคก็ไม่มีใครอยากแตะมาตรา 309 ซึ่งเป็นมาตราที่เป็นปัญหาเฉพาะตัวของพรรคพลังประชาชนเพียงพรรคเดียว ถ้าจะอุ้มสมกันไปให้ได้ ถึงขั้นต้อง "ข้ามศพ" ผู้คนมากมาย มันจะคุ้มกันหรือไม่ ??? ยกตัวอย่างคนอย่าง บรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งถูกมองว่า "ตระบัดสัตย์" มานับครั้งไม่ถ้วน ฉีก "สัตยาบรรณ" มาแล้วไม่รู้กี่ฉบับ "เสียบเพื่อชาติ" มาไม่รู้กี่ครั้ง จะกล้าเสี่ยงเพื่อให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้งจริงๆละหรือ ??? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นหน้าประวัติศาสตร์ "แผ่นดินลุกเป็นไฟ" !!! ------------------- |
| mob2 | ||
mob2 |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||