พิมพ์หน้านี้
|
ดูเหมือนว่ายามนี้ ชัยชนะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัย ในการปฏิบัติหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบทบาทของ อัยการสูงสุด ที่เหมือนเป็นบันไดเชื่อมต่อส่งคดีให้ถึงมือศาล แต่ช่องทางก่อนที่จะถึงมือศาล ล้วนเต็มไปด้วยช่องโหว่ และแท็คติกของกฎหมายมากมาย ที่ทำให้คดีความที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว มีเหตุต้องสะดุด หยุดชะงักไปโดยปริยาย! เริ่มตั้งแต่ความเห็นไม่ลงรอยกันในข้อกฎหมาย คตส. กับ อสส. แม้กระทั่งผลพวงจากการโยกย้ายข้าราชระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทั้งหมดนี้ ล้วนปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความพยายามที่จะเข้าไปตัดตอนสำนวน ในคดีต่างๆ ก่อนที่จะส่งถึงมือศาล...!!! โดยความช่ำช่องด้านกฎหมายของทีมทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงกับทำให้ คตส.ออกอาการช็อค เมื่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังไม่มีคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้องคดีหวยบนดิน เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหาในส่วนของข้าราชการ ร้องขอให้มีการพิจารณาที่มาของ คตส. ตามประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 รวมถึง พ.ร.บ.ต่ออายุการทำงานของ คตส.ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 51 ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ นับว่าเป็นประเด็นที่แหลมคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการยกเอาเรื่องการต่ออายุการทำงานของ คตส.ออกไป พร้อม ๆ กับมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้ ที่ทำให้เกิดองค์กรอิสระทับซ้อนกันขึ้น นี่คือจุดหมิ่นเหม่ที่สุดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ คตส...?? นั่นเป็นเพราะว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาว่า ที่มาของ คตส.รวมถึง พ.ร.บ.การต่ออายุ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ คดีทั้งหมดจึงมีมันต้องลมไป คตส.ก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน...!!! ด้วยเหตุผลที่ว่านี้ จึงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับคดีดำ การปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร และดามาพงศ์ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลัวมากที่สุดในยามนี้ แม้จะมีกำจัดเสี้ยนหนามใน ดีเอสไอ ไปเรียบร้อยก็ตาม จึงเป็นที่มาของการเลื่อนฟังคำสั่งคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทเอสซี แอสเสท ของ อัยการฝ่ายคดีพิเศษ ออกไปเป็นครั้งที่ 2 โดยมี เพ็ญโสม ดามาพงศ์ กรรมการบริษัท บุษบา ดามาพงศ์ อดีตกรรมการบริษัท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 1-4 กระทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เนื่องจาก บุษบา พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ผู้ต้องหาที่ 2-4 ติดภารกิจไม่สามารถเดินทามาฟังการสั่งคดีได้ อีกทั้งอัยการฝ่ายคดีพิเศษยังได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมกลับมาจาก อีเอสไอ เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยยังขาดผลการสอบสวนอีกหลายประเด็น โดยเฉพาะกรณีอัยการต้องการให้มีการรับรองความถูกต้อง ในพยานเอกสารเกี่ยวกับการถือครองหุ้นในต่างประเทศ ที่ดีเอสไอนำสืบไว้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอธิบดีนั้น เพราะขั้นตอนนี้ต้องได้รับการรับรองเอกสาร ที่เป็นข้อตกลงตามกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะต้องดำเนินการผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด โดยให้หน่วยงานเจ้าของเอกสารลงนามรับรองเอกสารด้วย เนื่องจาก ศาลจะไม่รับฟังพยานเอกสารที่ไม่มีการรับรองความถูกต้อง แม้เอกสารนั้นจะมีความสำคัญก็ตามอาจจะทำให้คดีถูกยกฟ้องได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยในความล่าช้าของ ดีเอสไอ หลังจากที่มีการล้างบางแบบยกกระบิ จนเป็นเหตุให้ต้องมีการเลื่อนการสั่งฟ้องคดีออกไปเป็น 22 ก.ค.นี้..!!! ซึ่งการเลื่อนออกไปย่อมส่งผลกระทบต่อคดีที่อยู่ในการรับผิดชอบของ คตส.ด้วย โดยเฉพาะคดีกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของครอบครัวและพวกพ้อง รวมทั้งข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติจากการใช้อำนาจหน้าที่หน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นั่นเป็นเพราะ คตส.ต้องการข้อมูลการถือหุ้นในบริษัทต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เกี่ยวข้องกับคดีปกปิดผู้ถือหุ้นในเอสซี แอสเสท โดยต้องขอความร่วมมือจาก กลต.ที่ยังติดปัญหาข้อกฎหมายเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ และจะสามารถเปิดเผยได้ในชั้นศาลเท่านั้น เมื่อศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว นี่คือเหตุผลสำคัญที่จะทำให้ คตส.จะต้องรอเก้อ เพราะกว่าที่อัยการจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี ก็อยู่ในช่วงที่ คตส.หมดอายุไปแล้ว ยามนี้จึงเท่ากับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถคุมเกมทั้งหมดเอาไว้ หากคดีที่อยู่ในชั้น คตส.ถูกล้มลงไปด้ คดี เอสซี แอสเสท ที่คนชื่อ ทักษิณ กลัวที่สุดก็คงไม่ยากเกินไป ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม...!!! |
| จักรภพขู่... | ||
...จัดการมือที่มองไม่เห็น |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |