พิมพ์หน้านี้
|
วน..มาครบรอบ 16 ปีอีกครั้งกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์พฤษภาทมิฬที่เกิดขึ้นระหว่าง 17-20 พฤษภาคม 2535 ซึ่งคนไทยต้องสูญเสียเลือดเนื้อให้กับประชาธิปไตย ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของหน้าฉากการเมืองไทย ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมานานสิบกว่าปีแล้ว แต่สังคมไทยไม่ควรที่จะลืมเลือน และควรนำมาศึกษาเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ กลับมาซ้ำรอยเดิมอีก เพราะที่ผ่านมาสังคมไทยมีปัญหาในเรื่องการเรียนรู้และการสรุปเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความสูญเสียของคนไทยในอดีตนำมาเป็นบทเรียน จึงเกิดการสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นได้จากเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ก็เกิดเหตุการณ์มหาวิปโยค 6 ตุลาคม 2519 ตามมาภายใน 3 ปีให้หลัง และหลังสุดก็เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ขึ้นอีก และสภาพบ้านเมืองเราในขณะนี้ น่าเป็นห่วงว่าจะกลับเข้าสู่วิกฤติอีกครั้ง ภายหลังผ่านเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มาไม่นานแค่เพียงปีเศษ ก็เริ่มเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นอีก ระหว่างกลุ่มอำนาจเก่า ที่กลับมามีอำนาจอีกครั้งกับกลุ่มอดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ( คมช.) มีการแตกแยกทางความคิดระหว่างชนชั้นกลางและชนชั้นรากหญ้า คนในเมืองและคนนอกเมือง และตัวเร่งสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่วิกฤติ ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี2550 นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ ส.ส. พรรคพลังประชาชน เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอนแล้ว โดยอาศัยช่วงที่รัฐบาลขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 และร่าง พ.ร.บ. สำคัญที่รัฐธรรมนูญปี 50 กำหนดให้ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วันนับจากวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา " ชิงเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากที่เสนอญัตติฯเข้าสู่สภาไม่ทันประชุมสภาสมัยสามัญ โดยขณะนี้ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เตรียมล่าชื่อ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรคและยังมีกลุ่ม ส.ว.เลือกตั้งอีกประมาณ 50 คน พร้อมหนุนเข้าชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยธงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะมีแรงต้านจากสังคมมากมาย นั่นคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองอันเกี่ยวกับมาตรา 309 ซึ่งเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ชี้มูลความผิดและมาตรา 237 อันเกี่ยวกับคดียุบพรรค และแม้ว่านักวิชาการ แพทย์อาวุโสหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ได้เสนอทางออกว่า หากต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ควรจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส.ร. 3 เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ยอมฟัง โดยมีการวางตัวให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้คุมเกมในสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ได้ และจาก "บทเรียน"ในอดีตที่ผ่านมา พบว่า"ชนวน" ก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นในบ้านเมือง มักจะเกิดจากฝ่ายการเมือง สร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาขึ้นทั้งสิ้นเพราะมักทำตัวเป็นนักฉวยโอกาส ทั้งที่ในความจริงแล้ว ฝ่ายการเมืองควรมีบทบาทและหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง แต่กลับตาลปัตร ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองจะต้องยกระดับพัฒนาตัวเอง ให้สมกับการเป็นตัวแทนประชาชน สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การปล่อยข่าวว่าจะมีการปฏิวัติ ซึ่งเป็นการ"ล่อ"ให้ทหารออกมาอีก นับว่าเป็นการท้าทายต่อทหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ล่อแหลมอย่างยิ่ง รวมทั้งการจาบจ้วงต่อสถาบันเบื้องสูง ที่เกิดขึ้นถี่มากในระยะหลังๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านเมืองได้ทั้งสิ้น เห็นได้จาก คำถามที่ว่า จะมีการปฏิวัติไหม ?จะมีการนองเลือดไหม? ได้ยินบ่อยครั้งในระยะนี้ และคำถามเหล่านี้ ไม่มีใครที่สามารถออกมา "รับประกัน" ได้ว่าจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ไม่ปกติ แต่ถ้าเราจดจำเหตุการณ์สูญเสียในอดีตและนำมาเป็นบทเรียน ก็จะเรียนรู้ถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายซ้ำอีก.. ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะที่ผ่านมา สังคมไทยมักไม่สรุปบทเรียนจากอดีต จึงทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เห็นได้จาก บ้านเมืองเรามีการฉีกรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 8 ครั้ง เกิดการนองเลือดมาแล้วถึง 3 ครั้ง และตราบใดที่เราไม่ยอมเรียนรู้บทเรียนในอดีต ก็จะมีเหตุการณ์นองเลือด มีการยึดอำนาจ มีการฉีกรัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นอีก เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ควรเป็นการสูญเสียครั้งสุดท้ายของคนไทย มิเช่นนั้น..บ้านเมืองจะไม่มีอะไรเหลืออีก |
| จักรภพขู่... | ||
...จัดการมือที่มองไม่เห็น |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |