พิมพ์หน้านี้
|
ท่าที...ของรัฐบาลที่ไม่ยอมสนองตอบต่อข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีใช้สิทธิตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา โดยอ้างว่า ไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติที่ให้เปิดอภิปรายฯในช่วงเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ประกอบกับจะมีการอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณอยู่แล้ว ซึ่งเหมือนกับการอภิปรายรัฐบาลกลายๆ อีกทั้งติดขัดในเรื่องเวลาที่มีไม่เพียงพอ เพราะจะต้องพิจารณาทั้ง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีกหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น ร่าง พ.ร.บ. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีศาลรัฐธรรมนูญ และ ร่าง พ.ร.บ. จัดสรรคลื่นความถี่ เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังจริงๆ เพราะทั้งที่..การใช้เวทีของสภาชี้แจงต่อประชาชนเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล ที่ตอนนี้มีปัญหาหมักหมมมากมาย น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับรัฐบาลในขณะนี้ เนื่องจากรัฐบาล จะได้ถือโอกาสบอกกับประชาชนว่า ที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้างและมีมาตราการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ในสถานการณ์ที่เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง น้ำมันราคาสูงลิ่ว ซึ่งจะเป็นการช่วยระบายความอัดอั้นตันใจของผู้คนในขณะนี้ ที่กำลังทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส อีกทั้งการยอมให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐบาล ยังเป็นการช่วยลดแรงกดดันการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้อีกทางหนึ่งด้วย เป็นการช่วยคลายวิฤติของบ้านเมือง แต่ทั้งที่มีคนชงเรื่องให้แล้ว รัฐบาลก็ยังกลับไม่ยอมเลือกเดิน ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรนักหนา เพราะการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 179 ไม่สามารถลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ และขอเตือนรัฐบาลว่า การปิดกั้นไม่ยอมให้กลไกของสภาตรวจสอบรัฐบาลได้นั้น มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วในสมัย "รัฐบาลทักษิณ" ว่า ทำให้บ้านเมืองไปสู่วิกฤติ สุดท้ายก็ถูก "รัฐประหาร " จบไม่สวย รัฐบาลชุดนี้จึงไม่ควรเลือกเดินซ้ำรอย "ระบอบทักษิณ" ที่จริงแล้ว..เรื่องขอเปิดอภิปรายทั่วไปนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี น่าจะดำเนินการตามมาตรา 179 คือ แจ้งไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ให้เปิดเวทีรัฐสภา เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ซึ่งวิธีการนี้เป็นการรวบเวทีให้ ส.ส. และ ส.ว. มาอภิปรายร่วมกันในเวทีเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ถูกซักฟอกเพียงครั้งเดียว เวทีเดียว แต่เมื่อไม่เลือกใช้มาตรา 179 รัฐบาลอาจต้องน่วมกว่า เพราะว่านอกจากตอนนี้จะมี ส.ว.จำนวน 61 คน เข้าชื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ซึ่ง "จ่อคิว" รอให้รัฐบาลมาตอบญัตติฯในวันที่ 23 มิ.ย. นี้แล้ว ทางฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็จ้องยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่ด้วย โดยตอนนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ รอดูแต่เพียงว่า รัฐบาลจะยอมให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 179 ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ ก่อนหน้านี้หรือไม่เท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เท่ากับรัฐบาลอาจถูกซักฟอกถึง 2 ครั้ง 2 เวที คือ ทั้งเวทีสภาผู้แทนราษฎรและเวทีวุฒิสภา...ช้ำหนักแน่ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น รุนแรงถึงขนาดส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ เพราะถึงแม้ว่า "รัฐบาล" จะมีเสียง ส.ส. อยู่ในมือถึง 306 เสียง ซึ่งเมื่อ"ลงมติ"ย่อมสอบผ่านได้รับความไว้วางใจอยู่แล้ว เนื่องจากมีเสียงมากเกินกึ่งหนึ่งของสภา คือ 235 เสียง แต่ประเด็นสำคัญของการลงมติ อยู่ตรงที่ว่าถ้านายกฯหรือรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ได้เสียง" ไว้วางใจ" น้อย หรือ มี ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล หันไปลงมติไม่ไว้วางใจร่วมกับฝ่ายค้าน ทั้งสองกรณี ย่อมส่งผลให้สถานภาพของนายกฯหรือรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายสั่นคลอนและทำให้เสถียรภาพของรัฐบาล สั่นสะเทือนตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม มาถึงเวลานี้ ก็มีความเป็นได้สูงว่า รัฐบาลจะปิดกั้นทั้งหมด ไม่ให้มีการเปิดอภิปรายรัฐบาลเลย ไม่ว่าในรูปแบบไหน ซึ่งหากรูปการณ์ออกมาแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการ " ปิดหู-ปิดตา " ประชาชน สำหรับ กรณีที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ขอให้นายกฯเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 179 นั้น ต้องรอฟังอย่างเป็นทางการจากนายสมัคร ซึ่งเตรียมชี้แจงใน "รายการสนทนาประสาสมัคร" ในวันที่15 มิ.ย นี้ โดยนายกฯได้แย้มออกมาว่า ตอนนี้มีคำตอบในใจแล้ว ซึ่งหากคำตอบคือ ไม่ให้มีการเปิดอภิปรายฯ แล้วส่งผลในเวลาต่อมา ให้สถานการณ์บ้านเมืองพัฒนาไปสู่ความรุนแรง รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเต็มๆ จะไปโทษใครอีกไม่ได้ เพราะมีผู้เสนอทางออกเพื่อคลายวิกฤติให้แล้ว แต่รัฐบาลกลับไม่เอา อย่างไรก็ตาม หากคิดผิด ก็ยังคิดใหม่ได้ เพราะหากขืนดันทุรังต่อไป อาจจะสายเกินแก้ |
| จักรภพขู่... | ||
...จัดการมือที่มองไม่เห็น |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||