พิมพ์หน้านี้
|
การชุมนุม...ของ "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ซึ่งได้ปักหลักพักค้างอยู่ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ อยู่มาแล้วเกือบหนึ่งเดือน แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลได้ แต่อยู่ดีๆ พันธมิตรฯที่เคยเงียบเหงา กลับคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง ประกาศ ดีเดย์ เป่านกหวีด เรียกคนมาชุมนุมใหญ่ในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ พร้อมทั้งประกาศบุกทำเนียบในวันเดียวกัน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้พันธมิตรฯได้ใจและฮึกเหิม คือ "แผล"ที่รัฐบาล "เปิด"เอง ไม่เว้นแต่ละวัน ประกอบกับ การประกาศตัวเข้าร่วมของ "สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์" ที่ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กร ที่มีความเข้มแข็งและเป็นมวลชนที่เข้มแข็งในการต่อสู้กับรัฐบาลในหลายๆครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลย คือ พันธมิตรต้องฉวยโอกาสตอนนี้ให้เร็วที่สุด มิฉะนั้น การชุมนุมจะอ่อนล้าและกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำในที่สุด คำประกาศ ย่ำทำเนียบ เมื่อคืนวันที่ 17 มิ.ย จึงเป็นเหมือนการประกาศว่า พันธมิตรต้องการที่จะปิดเกมนี้ให้เร็วที่สุด เพราะชัดเจนว่า รัฐบาลได้ประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่า ผู้ชุมนุมต้องอยู่แต่ที่เชิงสะพานมัฆวานเท่านั้น ไม่มีสิทธิที่จะก้าวข้ามไปสู่ยุทธภูมิหน้าทำเนียบ ซึ่งเรื่องนี้ ใช่ว่า 5 แกนนำ จะไม่รู้ แต่หากต้องการให้เรื่องจบ การกระทำเช่นนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่า... การเคลื่อนครั้งนี้ "พันธมิตรฯ"จะไปแบบไร้ซึ่งทิศทางหรือตรงเข้าไปหาแบบดื้อๆ เพราะแม้เบื้องต้น จะประกาศ "ทุบหม้อข้าว" ย้ายจากมัฆวานรังสรรค์ พุ่งไปปักหลักหน้าทำเนียบฯ โดยยกโขยงย้ายเวทีออกจากชัยภูมิที่ปักหลักมานาน แต่ พันธมิตรประกาศให้ผู้ที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเดินทางที่มัฆวานฯเหมือนกันทุกคน แต่ให้ทยอยกันไปที่หน้าทำเนียบจากทุกสารทิศ ขณะเดียวกัน ก็ใช้หลัก "ทัพย่อย ทัพหลวง"
ซึ่งทัพย่อย ก็คือ กองทัพมด หรือผู้ชุมนุมที่จะเดินทางไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลจากทุกทิศทุกทาง ส่วนทัพหลวง ที่มีแกนนำพันธมิตรอยู่ร่วมด้วยนั้น จะถือเป็นแกนหลักและเคลื่อนเข้าสู่ทำเนียบโดยเริ่มต้นที่มัฆวาน โดยมีองค์ประกอบหลัก คือ คนที่เป็นขาประจำและมาชุมนุมทุกวัน รวมไปถึงกองทัพธรรม ที่ถือเป็นกำลังหลักที่พร้อมจะทำตามทุกอย่างที่แกนนำสั่ง และคำท้าทายจาก "จำลอง ศรีเมือง" ซึ่งได้ประกาศกร้าวไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากคิดว่าขัดขวางได้ก็ลองทำดู เพราะพันธมิตรมีทางที่จะเดินหน้าต่อไป และหากจำเป็นต้องดันรั้วที่ตำรวจขวางเอาไว้ ก็จะทำ พูดกันถึงขนาดที่ว่า คลองผดุงกรุงเกษม ที่กั้นทำเนียบอยู่นั้น หากจำเป็นก็อาจจะต้องใช้เส้นทางดังกล่าว และแน่นอน สิ่งที่หลายคนกังวล คือ ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการปะทะในจุดต่างๆที่กองทัพย่อยเข้าไปปิดล้อม โดยพันธมิตรได้จัดเตรียมชุดรักษาความปลอดภัย ไปประจำอยู่ทุกทิศที่ประชาชนจะเข้ามาร่วมและปิดล้อมทำเนียบ ขณะที่กองกำลังหลักนั้น จะปักหลักอยู่กับแกนนำ คือ นักรบศรีวิชัย ซึ่งเหมือนกับเป็นหน่วยประจัญบานและอาสาสมัครรักษาความปลอดภัย โดยหน่วยรักษาความปลอดภัยนี้ ได้รับการฝึกฝนและบัญชาการจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตนายทหาร จปร. 7 จึงไม่แปลกที่จะเห็น "จำลอง "เป็นคนบัญชาการและซักซ้อมเหล่าหน่วยรักษาความปลอดภัยเป็นประจำ พร้อมด้วยคำพูดปลุกใจและสั่งการให้หน่วยรักษาความปลอดภัยพกอาวุธที่เป็นท่อนไม้และท่อนเหล็กติดตัวอยู่ตลอดเวลา มินับรวมถึง โล่ห์ป้องกันตัวที่ล่าสุดได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาติดที่โล่ห์ นัยว่าป้องกันถูกทำร้ายจากเจ้าหน้าที่ และที่สำคัญคือ แกนนำจะอยู่กลางฝูงชน แปลว่า หากจะมีการจับกุม ก็ต้องฝ่าฝูงชนเข้ามา ขณะที่การชุมนุมก็จะติวเข้มผู้ชุมนุมตลอดเวลา เกี่ยวกับการป้องกันตัว โดยเฉพาะการป้องกันแก๊สน้ำตา แต่หากมีการปะทะก็ขอให้อยู่นิ่งๆ เพราะถึงเวลานั้น หน่วยรักษาความปลอดภัย จะเป็นผู้จัดการด้วยตัวเองจากมาตรการวางแผนเบื้องต้นก็ชัดเจนแล้วว่า พันธมิตรจะต้องบุกไปให้ถึงหน้าทำเนียบให้ได้ เพราะหากบุกไม่ได้ ก็หมายถึง รัฐเป็นผู้ใช้ความรุนแรงและอาจจะปลุกระดมการต่อสู้ครั้งใหม่ได้แรงกว่าเก่า แต่หากสามารถเข้าไปปักหลักหน้าทำเนียบได้ โอกาสของพันธมิตรก็จะเปิดกว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความได้เปรียบว่า สามารถเดินมาเหยียบจมูกรัฐบาล และการจะปฏิบัติการอะไรต่อไป ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขณะเดียวกันหากพันธมิตรต้องการจะเปิดช่องทางลง ก็สามารถทำได้ โดยบอกว่า บรรลุวัตถุประสงค์ คือ การแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นแล้ว ดังนั้นการที่รัฐบาลจะทำอย่างไร ย่อมต้องคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่ล่อแหลมและยั่วยุเช่นนี้ และเมื่อใดที่รัฐบาลเลือกใช้กำลัง ย่อมจะเป็นจุดพ่ายแพ้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะหากเป็นการใช้กำลังสลายในคืนวันที่ 19 มิ.ย. เพราะแม้ว่าจะเป็นการสลายที่ทำได้ง่ายเพราะคนไม่มาก แต่ในขณะเดียวกันก็ย่อมเป็นผลสะท้อนกลับ ที่จะเรียกคนออกมาต่อต้านรัฐบาลให้มากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ อดทน และชี้ให้เห็นว่าผู้ชุมนุมไม่มีความชอบธรรม มิใช่ใช้ปากแก้ปัญหา ดูหมิ่นดูแคลนเหยียดหยาม เพราะการกระทำเช่นนั้น กลับจะเป็นการ"เชียร์แขก" ให้กับพันธมิตรฯมากกว่า ขณะที่พันธมิตรฯเองก็กำลังเดินไปสู่เป้าที่ตัวเองวางไว้ แต่อาจเป็นการเดินไปบนความเจ็บปวดของผลลัพธ์และคนร่วมชุมนุมก็เป็นได้ |
| จักรภพขู่... | ||
...จัดการมือที่มองไม่เห็น |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||