พิมพ์หน้านี้
|
ความตั้งใจของ "สมัคร สุนทรเวช" นายกรัฐมนตรี ที่จะตอบโต้เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยใช้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที หรือช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00-23.00 น.ต้องเป็นหมันชั่วคราว เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว "ติดปัญหาเรื่องสัญญากับเอกชน" การพูดจองช่วงเวลาของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ช่อง 11 กลางอากาศ ของ "สมัคร" ในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" เมื่ออาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไม่มีการประสานกับทางช่อง 11 ล่วงหน้า ถือเข้าข่าย "มัดมือชก" โดยอาศัยความเป็น "รัฐบาล" ที่กำกับดูแล "สื่อของรัฐ" แต่ช่วงเวลา 22.00-23.00 น. ผังรายการเดิมของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เป็นรายการ "ข่าวหน้า 4" ซึ่งเป็นรายการวิเคราะห์ข่าวที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีร่วมกับบริษัทเอกชนผลิตรายการ มีเสียงวงในแว่วมาว่า เอกชนร่วมผลิตรายการก็ "ไม่ธรรมดา" หลังรู้ข่าวถึงกับควันออกหูพร้อมกับบอกว่า "ประเทศนี้ไม่ใช่ของสมัครคนเดียว" จึงเห็นภาพการแถลงข่าวของ "ทีมโฆษกรัฐบาลสมัคร" โดย "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกหน้ารับแทนนาย อ้างเรื่องนี้เป็นความคิดของ "ทีมโฆษก" โดยอ้างว่าต้องการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของรัฐบาลหลังจากถูกกลุ่มพันธมิตรและบางฝ่ายในสังคม โจมตีเพื่อโค่นล้มรัฐบาล โดยที่รัฐบาลไม่ได้คิดว่าการใช้ "สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที" เป็นช่องทางในการตอบโต้พันธมิตร จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ไม่พ้นข้อครหา "รับใช้รัฐบาล" ขณะที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมารัฐบาลก็มีช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นราย "สนทนาประสาสมัคร", "รายการคุยนอกทำเนียบ ทุกวันเสาร์" ซึ่งจัดโดยทีมงานโฆษกทำเนียบรัฐบาล หรือรายการ "นายกฯ พบสื่อมวลชน" หรือแม้กระทั่งคนในรัฐบาลได้ไปร่วมจัดรายการทาง "สถานีโทรทัศน์พีทีวี" จนกระทั่งล่าสุดขอช่วงเวลาสถานีโทรทัศน์ 2 ช่อง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน คือ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่ "อาการถอย" ของทีมโฆษกรัฐบาลสมัคร ที่แถลงยกเลิกจัดรายการตอบโต้เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที หรือช่อง 11 ตามคำสั่งของ "สมัคร สุนทรเวช" นายกรัฐมนตรี รู้สึกแปลกๆ เพราะการที่ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวยกเลิกการขอใช้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โดยอ้างว่า "ติดปัญหาเรื่องสัญญากับเอกชน" การแถลงของ "ณัฐวุฒิ" ช่วงแรกจึงดูเหมือนถอย "ได้ประสานงานกับเอ็นบีทีแล้วพบว่าเวลาดังกล่าวยังมีสัญญาเกี่ยวข้องผูกพันกับเอกชนที่ทำสัญญาเช่าเวลาผลิตรายการร่วมกับเอ็นบีทีและอายุสัญญายังไม่หมด เอ็นบีทีก็สอบถามเอกชนและได้คำตอบว่าเอกชนยืนยันทำรายการต่อไป ฉะนั้นเมื่อได้คำตอบนี้ ทีมโฆษกก็หารือและสรุปว่าเพื่อไม่ให้กระทบการทำงานของเอ็นบีทีกับเอกชน อันจะนำมาซึ่งข้อกล่าวหาและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จึงตัดสินใจยุติการจัดรายการดังกล่าวไปก่อน" แต่พอหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น "ณัฐวุฒิ" ก็ให้สัมภาษณ์อีกว่า "ทราบว่าบริษัทเอกชนที่ร่วมผลิตรายการกับเอ็นบีทีจะปรับรูปแบบรายการเดิม ซึ่งเวลาดังกล่าวเป็นรายการ "ข่าวหน้า 4" โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น ชาวสนามหลวง เนื้อหารายการเป็นการพูดคุยข่าวสารบ้านเมืองรูปแบบต่างๆ และอาจมีการเชิญแขกรับเชิญเข้ามาร่วม โดย "วีระ มุสิกพงศ์" อดีตแกนนำนปก.และประธานบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ ซึ่งเป็นผู้จัดรายการพีทีวี จะมาเป็นพิธีกรรายการนี้ และคาดว่าในคืนนี้ (21 ก.ค.) จะเป็นการออกอากาศเป็นวันแรก" การที่ "ณัฐวุฒิ" ให้สัมภาษณ์แบบนี้ หากรายการ "ข่าวหน้า 4" เปลี่ยนชื่อเป็น "ชาวสนามหลวง" โดยมี "วีระ มุสิกพงศ์" เป็นผู้ดำเนินรายการจริง การยกเลิกขอใช้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ที่อ้างว่า "ติดปัญหาเรื่องสัญญากับเอกชน" จะหมายความว่าอย่างไร บริษัทเอกชนที่ร่วมผลิตรายการดังกล่าว "รู้เห็นเป็นใจ" หรือ "ถูกบังคับขืนใจ" เพราะก่อนหน้านี้ต่างรู้กันดีว่า "นักการเมืองใหญ่" เข้ามาวางเครือข่ายตั้งแต่ก่อนที่จะเป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นอกจากนี้ "สถานีโทรทัศน์พีทีวี" ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านักการเมืองคนดังกล่าวอยู่เบื้องหลัง ท้ายที่สุดหากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ "ณัฐวุฒิ" ให้สัมภาษณ์ ก็คงจะเหมือนเรือล่มในหนอง เพราะสถานีโทรทัศน์ "เอ็นบีที" ช่างคล้องจองกับสถานีโทรทัศน์ "พีทีวี" เหมือนเป็นบริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่เสียจริงๆ |
| จักรภพขู่... | ||
...จัดการมือที่มองไม่เห็น |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||