พิมพ์หน้านี้
|
ในที่สุดการทำงานของคณะอนุกรรมการพิจารณา "ยุบพรรคพลังประชาชน" ของ กกต. ก็เสร็จสิ้นลง แต่ก็คงไม่เป็นที่น่าตื่นเต้นในผลที่ออกมา เนื่องจากรู้กันเลาๆว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นเพื่อให้ครบกระบวนการเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ได้วางบรรทัดฐานไว้แล้วว่า หากกรรมการบริหารพรรคกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 103 เหมือนกับที่ "พรรคชาติไทย" และ "พรรคมัชฌิมาธิปไตย" โดนมาแล้ว !!! ขั้นตอนหลังจากนี้ นายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งก็คือ "ประธาน กกต." จะต้องทำความเห็นว่าสมควรยุบพรรคหรือไม่ ก่อนที่จะส่งให้ กกต.นำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่เพื่อขอมติในสัปดาห์หน้า และหลังจากที่ กกต. มีมติแล้ว ก็ต้องส่งเอกสารและสำนวนสรุปไปให้ "อัยการสูงสุด" พิจารณาอีกทีว่าจะเห็นด้วยกับ กกต. หรือไม่ หากไม่เห็นด้วยก็ต้องตีกลับมาเพื่อตั้งคณะกรรมการร่วม เช่นเดียวกับกรณีของ "ชาติไทย" และ "มัชฌิมาธิปไตย" ซึ่งขณะนี้เรื่องยังกองอยู่ที่อัยการ ยังไม่ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยซ้ำไป แต่ท้ายที่สุด กกต. ก็ยังสามารถยืนตามความเห็นของตัวเองในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคได้อยู่ดี จะว่าไปแล้วคดีของพรรคพลังประชาชนนั้นมีความชัดเจนมากกว่า คดีของมัชฌิมาธิปไตย และชาติไทย อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ "พฤติกรรม" หรือ "ตัวบุคคล" ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคที่มีส่วนในการกระทำ โดยเฉพาะตัวกรรมการบริหารพรรคที่กระทำความผิดนั้นคือ ยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งเป็นถึงรองหัวหน้าพรรคเบอร์ 1 ที่มีส่วนในการบริหารและจัดการพรรคอย่างแท้จริง ต่างจากสองพรรคก่อนหน้านี้ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคแต่ในนาม แต่ทางพฤตินัยแล้ว แทบจะไม่มีความหมายใดๆในพรรคเลย ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีของพรรคพลังประชาชนนั้นเป็นการตัดสินโดย "ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง" ขณะที่อีกสองพรรคนั้นเป็นการตัดสินโดย "กกต." ยิ่งเมื่อไปดูคำพิพากษาของศาลแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า "ศาลฎีกา" ได้โยงความผิดของพรรคและของ ยงยุทธ เข้าด้วยกันเรียบร้อย ชนิดที่แทบไม่ต้องสืบสาวราวเรื่องให้เสียเวลาหรือกระบวนความแต่อย่างใด หากดูตามหน้าเสื่อแล้ว สามพรรคที่กำลังเอาคอไปพาดเขียงขณะนี้ "พรรคพลังประชาชน" ถือว่าอยู่ในภาวะโคม่ามากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าอีกสองพรรคนั้นจะสบายใจได้ เพราะแม้ รัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้ดุลพินิจ แต่หากศาลใช้ดุลพินิจโดยเคร่งครัด สองพรรคก็ "รอดยาก" เช่นกัน !!! ยิ่งเมื่อเห็นการทำสำนวนของ กกต. ที่ดูจะไม่จำกัดเฉพาะสามพรรคที่โดนไปแล้วเท่านั้น ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ของอีก 2 พรรคที่เหลือ อยู่ในข่ายเสี่ยงดวงด้วยเช่นเดียวกัน นั่นคือ .. พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งกกต.ได้แจกใบแดงให้กับ นพดล พลซื่อ หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไปแล้ว รอเพียงศาลฎีกาพิจารณาว่าจะเห็นตาม กกต. หรือไม่ ขณะที่พรรคใหญ่อย่าง "ประชาธิปัตย์" เอง ก็ต้องร้อนๆหนาวๆ เช่นกัน เพราะ ตอนนี้คดีของ วิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคเอง ที่ไปแจกบัตรชมภาพยนตร์ ก็งวดเข้ามาทุกขณะ เพราะทาง กกต. จังหวัดเองก็เห็นว่า วิฑูรย์ ควรถูกพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ อนุกรรมการของ กกต. กลางก็เห็นไปในทางที่ไม่ต่างกันมากนัก โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ กกต.จะตัดสิน โดยคณะอนุกรรมการฯได้เชิญ วิฑูรย์ มาชี้แจง แปลความจากกระบวนการทำงานได้ว่า หากคณะอนุกรรมการฯเห็นว่าเรื่องใดไม่มีมูลก็จะไม่เรียก ส.ส. ผู้นั้นมาชี้แจง หาก กกต.ลงมติว่า วิฑูรย์ สมควรถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เรื่องทุกอย่างก็จะข้าสู่กระบวนการที่ไม่ต่างจากที่สามพรรคถูกดำเนินการมา ในขณะนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าแทบจะทั้งหมดของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. จะถูกยุบพรรคอย่าง "เท่าเทียม" และ "ถ้วนทั่ว" ดูแล้วอาจจะเป็นการกระทำที่โหดร้าย และ ออกจะเป็นมาตรการที่รุนแรงเกินไปหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องไม่ลืมว่า ที่ผ่านมาการเมืองบ้านล้มเหลว ก็เพราะระบบการซื้อเสียงและโกงการเลือกตั้ง ดังนั้นมาตรการยาแรง และเชือดไก่ให้ลิงดู อาจจะเป็นวิธีการที่ต้องถูกเลือกนำมาใช้ เพื่อเป็นการป้องปรามและสร้างรากฐานที่ดีสำหรับอนาคต และมาตรการที่รุนแรง ก็จำเป็นต้องใช้อย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติจึงจะได้รับการยอมรับและได้ผลอย่างแท้จริง งานนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่า "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" การเมืองเก่าที่เต็มไปเรื่องน้ำเน่า และกลิ่นคาวทุจริตกำลังจะเริ่มขึ้น ส่วนจะสามารถเพาะกล้า "การเมืองใหม่" ได้อย่างใจหรือไม่ ยังต้องจับตา !!! ------------------------ |
| mob2 | ||
mob2 |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||