พิมพ์หน้านี้
|
จากเป้าหมายเรื่องความมั่งคั่งและความมั่นคงทางการเงิน เราสามารถแบ่งคนออกเป็นกลุ่มต่างๆ ตามเกมการเงินที่พวกเขาเลือกเล่นได้ ดังต่อไปนี้ 1. ชีวิตขัดสน (Struggling) หมายถึง ชีวิตที่มีเงินไม่พอใช้ มีรายได้ทางเดียว รายรับน้อยกว่ารายจ่าย ใช้ชีวิตแบบ เดือนชนเดือน หนักเข้าหน่อยก็เดือนชนครึ่งเดือน สุดท้ายต้องหยิบยืม เป็นหนี้เป็นสิน อย่าถามว่ามีทรัพย์สินหรือไม่ แค่เอาชีวิตรอดในแต่ละเดือนยังเหนื่อย
2. ชีวิตพอมีพอกิน (Surviving) หมายถึง ชีวิตที่ดูแลตัวเองได้ รายรับชนะรายจ่าย มีเหลือเก็บบ้างตามอัตภาพ มีหนี้สินบ้างเล็กน้อย แต่ก็มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง มีความคาดหวังที่จะลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่ยังขาดความรู้ ทำให้ไม่กล้าที่จะเริ่ม 3. ชีวิตพุ่งทะยาน (Striving) หมายถึง ชีวิตที่กำลังเริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน มีชีวิตที่พ้นจากปัญหารายวัน มีความรู้ทางการเงินที่มากพอที่จะเริ่มต้นลงทุนสร้างทรัพย์สิน เพื่อสร้างกระแสรายได้ให้กับตัวเอง 4. ชีวิตที่สุขสบาย (Comfortable) หมายถึง ชีวิตที่มั่งคั่ง มีพร้อมทุกสิ่งที่ต้องการ มีรายได้ส่วนใหญ่จากทรัพย์สิน มีอิสระด้านความคิด และเวลาที่จะเลือกใช้ชีวิตได้ตามต้องการ 5. ชีวิตแบ่งปัน (Charitable) หมายถึง ชีวิตที่เพียบพร้อม และเต็มใจที่จะเผื่อแผ่ แบ่งปัน และอุทิศเวลาของตนให้กับผู้คนและสังคมอันเป็นที่รัก ชีวิตของคุณกำลังเล่นเกมไหนอยู่?
จากที่ได้มีโอกาสไปบรรยายและสัมมนาทางการเงินหลายครั้งที่ผ่านมา ผมพบว่าคนส่วนใหญ่กำลังอยู่ในเกมระดับที่ 1 และ 2 ส่วนระดับ 3 ระดับ 4 และ 5 ก็มีลดหลั่นกันไปตามลำดับ
แน่นอนว่าชีวิตในระดับ 4 และ 5 เป็นชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข และปราศจากเรื่องกังวลใดๆ ดังนั้นใครที่อยู่ในระดับนี้แล้ว ผมก็คงต้องกล่าวคำว่า ยินดีด้วยครับ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในระดับ 4 ถ้าสามารถปรับเข้าสู่ระดับที่ 5 ได้ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับด้านความคิดที่มีต่อส่วนรวม) สังคมเราก็คงจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น
ส่วนผู้ที่อยู่ในระดับ 3 นั้น ชีวิตของคุณกำลังก้าวหน้า เปี่ยมด้วยความมั่นใจ แต่มีสิ่งที่ต้องระวังก็คือ ความทะนงตน หรือ EGO ที่ส่วนอยู่ในตัว และพร้อมที่จะทำลายคุณได้ตลอดเวลา ดังนั้นคนในกลุ่มนี้ถ้ามี สติ อยู่ตลอดเวลา ความมั่งคงก็คงจะเดินทางมาหาคุณในไม่ช้า
อันที่จริงแล้วชีวิตคนเรานั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องทุ่มเทเพื่อไปให้ถึงระดับ 4 และ 5 กันทุกคนหรอก สำหรับความคิดของผมนั้น แค่ระดับ 2 บวกด้วยความรู้ทางการเงิน ที่เหมาะสม เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ทำไม? แค่ระดับที่ 2 ไม่เพียงพอ จะว่าไปแล้ว การมีชีวิตอยู่แบบพอมีพอกิน เหลือใช้เหลือเก็บบ้าง ก็ถือได้ว่าเป็นชีวิตที่มีความสุขแล้ว แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปในชีวิตของคนระดับที่ 2 ผ่านแว่นขยายที่ชื่อ ชีวิตที่พอเพียง (ตามแนวพระราชดำรัส) ซึ่งประกอบด้วย ความมีเหตุผล การรู้จักพอประมาณ และ การมีภูมิคุ้มกัน แล้ว จะพบว่า ชีวิตในระดับที่ 2 นั้น ไม่ได้มีเครื่องรับประกันอนาคตเลยว่า ความพออยู่พอกินนี้จะยังมีอยู่หรือไม่ หากสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเมื่อถึงวัยเกษียณที่ไม่มีใครจ้างทำงาน (*สถาบันการเงินแห่งหนึ่งเคยประเมินว่า หากคนไทยต้องการมีชีวิตที่พอมีพอกันหลังเกษียณ คนๆ นั้นจะต้องมีเงินออมอย่างน้อย 6 ล้านบาท) ดังนั้นหากคนในกลุ่มที่ 2 นี้ รู้จักวิธีการบริหารจัดการเงิน การวางแผนการเงิน การจัดการความเสี่ยง การลงทุนเพื่อการเกษียณ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกคนที่อยู่ในเกมระดับนี้ว่า 2+ หรือ 2 plus) ชีวิตของเขาเหล่านี้ก็จะมี ภูมิคุ้มกัน ที่พร้อมรับและเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในอนาคต จนทำให้มั่นใจได้ว่าชีวิตจะมีความสุขไปได้ตลอดชีวิต และที่สำคัญพวกเขายังอยู่ในสภาวะที่พร้อมที่จะเขยิบสู่ระดับที่ 3 4 และ 5 ได้ ถ้าพวกเขาต้องการ ส่วนคนที่อยู่ในระดับที่ 1 งานของคุณอาจจะหนักกว่าคนในเกมอื่นๆ สักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไปถึงระดับ 2+ ไม่ได้ ขอเพียงอย่างเดียว คือ คุณมีความมุ่งมั่น อดทน และตั้งใจที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จทางการเงินจริงๆ ก็พอ เรื่องวิธีการว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ยกให้เป็นหน้าที่ของพบแล้วกันครับ The Quality of a persons life is in direct proportion to their Commitment to Excellence .Vince Lombardi พบกันครั้งหน้าครับผม |
| ภาพคอร์สสัมมนา Financial Literacy | ||
ภาพงานสัมมนาคอร์ส Financial Litercy ทั้งที่จัดแบบ In-House และ Public ที่จัดเป็นประจำทุกเดือน สนใจรายละเอียดติดตามได้ที่ www.bizkons.com |
||
|
View All |
||
| Financial Literacy at Capital OK | ||
บรรยายคอร์ส Financial Literacy ที่บริษัท Capital OK |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||