พิมพ์หน้านี้
|
ตอนที่ผ่านๆ มาเราได้เรียนรู้วิธีการประหยัดภาษีอย่างง่ายไปแล้ว 2 วิธี นั่นคือ การลดรายได้ โดยการปรับเลื่อนการรับรู้รายได้ และการเพิ่มฐานการคิดภาษี และอีกวิธีหนึ่งก็คือ การเพิ่มรายได้ โดยการเลือกรูปแบบการหักค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ของรายได้แต่ละประเภทให้เหมาะสม วันนี้เราจะมาคุยถึงวิธีที่ 3 นั่นคือ การเพิ่มค่าลดหย่อน กันครับ ทบทวนกันอีกครั้งกับสมการ "เงินได้สุทธิ" (ที่เป็นตัวเลขในการคำนวณภาษี) เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน - ส่วนหัก ค่าใช้จ่าย - ส่วนหัก ค่าลดหย่อน จากสมการจะเห็นได้ว่า หากเราสามารถเพิ่มค่าลดหย่อนได้ ก็จะสามารถลดเงินได้สุทธิในการคิดคำนวณภาษี และนั่นส่งผลถึงเงินภาษีที่คุณจะต้องจ่ายในแต่ละปี โดยปกติแล้วสรรพากรจะให้สิทธิ์ในการหักค่าลดหย่อนต่างๆ ไว้มากมายหลายรายการ แต่ในบทความนี้ ผมขออนุญาตยกสักสิบรายการที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้หักค่าลดหย่อนกันครับ 1) ค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท - อันนี้ตรงตามตัว ของใครของมันครับ 2) ค่าลดหย่อนคู่สมรสของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท - กรณีคู่สมรสจดทะเบียนนะครับ และหาก 3) ค่าลดหย่อนบุตรโดยชอบ และบุตรบุญธรรม คนละ 15,000 บาท กรณีศึกษาอยู่หักได้เพิ่มอีก 2,000 บาท - หักได้จนอายุครบ 20 ปี ยกเว้นยังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา (ทั้งตรี/โท/เอก) หักได้ถึงอายุ 25 ปี 4) ค่าลดหย่อนบิดา มารดา ท่านละ 30,000 บาท - กรณีพ่อและแม่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และมีเงินได้ไม่ถึง 30,000 บาท/ปี 5) ค่าลดหย่อนเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท - อันนี้ขอหลักฐานได้จากธนาคารที่คุณจดจำนองบ้านของคุณได้เลยครับ กรณีกู้ร่วม ให้เฉลี่ยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่เกิน 100,000 บาท 6) ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท - เฉพาะกรมธรรม์ที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะกี่ฉบับก็ได้ แต่ลดหย่อนได้แค่ 50,000 บาท 7) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 300,000 บาท 8) เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม - ตามจริง ไม่เกิน 9,000 บาท 9) ผู้มีเงินได้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ได้รับการยกเว้นเงินได้ (ไม่นำไปคิดภาษี) 190,000 บาท - หักออกก่อนนำไปคิดค่าลดหย่อน พูดง่ายๆ คือ ยกเว้นภาษีสำหรับ 190,000 บาทแรก 10) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (RMF) ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ ทั้งนี้เมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว ต้องไม่เกิน 300,000 บาท อันนี้เข้าใจผิดกันแยะ ไม่ใช่ว่าซื้อเท่าไหร่ก็ลดหย่อนเท่านั้นนะครับ ต้องดูที่เงินได้ตัวเองก่อน และสามารถนำมาหักลดหย่อนได้แค่ 15% ของรายได้เท่านั้น 11) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท อันนี้แยกกันกับกองทุน RMF นะครับ เรียกว่าเบิ้ลสิทธิ์สำหรับผู้ที่ออมและลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในวัยเกษียณ 12) เงินบริจาคให้กับโรงเรียนภาครัฐ (ดูรายละเอียดได้จากเว็บของกรมสรรพากร) ตามโครงการ 1 ได้ 2 ของกรมสรรพากร สามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว 13) หักลดหย่อนสำหรับเงินบริจาค ตามยอดที่บริจาคจริง แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ที่หักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายแล้ว อันนี้ต้องดูนะครับว่า องค์กรสาธารณกุศลที่เราบริจาคเงินไป สามารถออกใบเสร็จเพื่อให้เรานำไปลดหย่อนได้หรือไม่ 14) เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภรรยาของผู้มีเงินได้ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท คงพอจะเห็นช่องทางในการเพิ่มค่าลดหย่อนกันแล้วใช่ไหมครับ เท่าที่ผมสังเกตจะพบว่าในปัจจุบันช่องทางการลงทุนเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกำลังเป็นช่องทางที่มีผู้สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการซื้อกองทุน RMF, LTF และการซื้อประกันออมทรัพย์ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ครับว่าใครสนใจช่องทางไหน และมีเงินทุนหรือไม่ เชื่อว่าทุกท่านคงพอเห็นวิธีการในการคิดคำนวณภาษีอย่างง่ายกันแล้วนะครับ ช่วงนี้ก็ใกล้สิ้นปีแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิในช่องทางใดก็อาจลองคำนวณกันดูว่า ปีนี้เราต้องเสียภาษีประมาณเท่าไหร่? ถูกหักไปแล้วเท่าไหร่? (ดูที่สลิปเงินเดือนได้) และจะต้องจ่ายเพิ่ม หรือได้ภาษีคืนเท่าไหร่? จากนั้นก็ลองพิจารณาดูครับว่าจะใช้ช่องทางใดในการประหยัดภาษีให้ได้มากยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดีเริ่มประมาณการภาษีที่อาจต้องจ่ายในปีหน้าด้วยก็เป็นเรื่องที่น่ากระทำยิ่งครับ ผมขอจบตอนเรื่องของภาษีไว้เพียงเท่านี้ อย่างไรก็ดีเรายังมีแนวทางในการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม หรือ SPEND LESS กันอีกหลายเรื่อง ก่อนที่จะข้ามไปสู่ SAVE MORE และ MAKE MORE กัน ยังไงคอยติดตามนะครับ |
| ภาพคอร์สสัมมนา Financial Literacy | ||
ภาพงานสัมมนาคอร์ส Financial Litercy ทั้งที่จัดแบบ In-House และ Public ที่จัดเป็นประจำทุกเดือน สนใจรายละเอียดติดตามได้ที่ www.bizkons.com |
||
|
View All |
||
| Financial Literacy at Capital OK | ||
บรรยายคอร์ส Financial Literacy ที่บริษัท Capital OK |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |