พิมพ์หน้านี้
|
คืนนี้ตั้งใจจะเขียนเล่าเรื่องที่มาของ เดญาพอ ใหฟัง แต่บังเอิญมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง โทรมาคุยเรื่อง พายุไซโคลนนาร์กิส (Cyclone Nargis) เขารู้สึกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพราะพายุที่ว่านี้ได้ทำให้ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง คนพม่าจำนวนกว่าสามหมื่นต้องจบชีวิตกับพายุที่ถล่มเมื่อวันเสาร์ที่ ๓ พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีผู้ที่สูญหายอีกจำนวนมาก ส่วนผู้ที่รอดชีวิตมาได้ก็ต้องเจอกับปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค และปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นมาเลรีย ท้องร่วง และโรคตาแดง
ทำให้เราต้องพักเรื่องที่จะเล่าเรื่อง เดญาพอ ไปก่อน ซึ่ง เดญาพอ เองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับพม่าอยู่มาน้อยจึงอดไม่ได้ที่จะต้องเขียนถึงเหตุการณ์อันน่าสลดครั้งนี้ไม่ได้ ส่วนเรื่องเดญาพอคงจะเล่าให้ฟังในวันหลัง
ความรู้สึกของเราเองต่อพายุนาร์กิส เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยยังไงก็ไม่รู้ เพราะที่ผ่านมาประชาชนชาวพม่าก็ทุกข์ยาก กับระบบเผด็จการพม่าอยู่แล้ว แต่แล้วก็ต้องมาเจอกับภัยธรรมชาติซ้ำเติม ตามที่ได้ติดตามรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลอินเดียได้แจ้งเตือนไปยังรัฐบาลทหารพม่าก่อนหน้าที่พายุจะถล่มถึง ๔๘ ชั่วโมง แต่รัฐบาลทหารพม่าก็ไม่ได้ทำอะไร แถมหลังจากที่เกิดเหตุ ชาวบ้านก็บอกว่าไม่มีทหารออกมาทำอะไรเลย มีแต่พระสงฆ์เท่านั้น และยังมีเสียงซุบซิบใน pantip.com ว่า เหตุที่รัฐบาลทหารพม่าย้ายเมืองหลวงไปที่ใหม่นั้น ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า รัฐบาลทหารพม่ารู้แล้วว่าจะเกิดพายุไซโคลนนาร์กิสขึ้น
ตอนที่ติดตามข่าว เราก็ถามตัวเองเหมือนกันว่า เราจะทำอะไรได้บ้าง นอกจากส่งใจไปเป็นกำลังใจ รัฐบาลไทยเองก็ส่งเงิน อาหาร และยาไปช่วยเหลือแล้ว เราก็นึกไม่ออก
แต่พออ่านข่าวที่สุรินทร์ พิศสุวรรณ วิจารณ์ถึงสาเหตุที่พายุไซโคลนนาร์กิส สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ในพม่าว่า เป็นเหตุมาจากการทำลายป่าชายเลน และตัดต้นไม้ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เราคิดว่า ประเทศไทยควรจะกลับมาดูเรื่องนี้กันบ้าง เพราะประเทศไทยเองก็ได้ทำลายป่าชายเลนไม่น้อยไปกว่าพม่า เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เกิดความสูญเสียอย่างพม่า เราก็ควรจะมาช่วยกันพลิกฟื้นป่าชายเลนหรือป้องกันไม่ให้มีการทำลายป่าชายเลนให้มากไปกว่านี้
บทเรียนจากพม่าครั้งนี้ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจให้พวกเรา ได้หันมาเคารพธรรมชาติกันให้มากขึ้น ภัยธรรมชาติได้เตือนพวกเราหลายครั้งหลายครา แต่พวกเราก็ไม่เคยหราบจำ ยังคงเสพสุขกันไปวันๆ แต่เมื่อถึงวันที่ภัยมาถึง พวกเราก็ต้องมาเช็ดน้ำตาจากการสูญเสีย ทำไมพวกเราไม่ยอมเริ่มลงมือกันช่วย สร้างโลกใบนี้ให้ปลอดพ้นจากภัยธรรมชาติกันบ้าง
คงเป็นเพียงคำถามที่เราเองได้แต่ถามกับตัวเองว่า ทำไม??????
ขอบคุณมากๆ สำหรับบทสนทนาทางโทรศัพท์บ่ายนี้ ที่ช่วยให้เราหยุดคิดที่จะเขียนเรื่องตัวเอง และนำไปสู่การระลึกถึงประชาชนชาวพม่า ที่กำลังเผชิญกับผลของพายุไซโคลนนาร์กิสอยู่ในตอนนี้ ปล. สำหรับภาพแม่ชีได้มาจากเว็บไซด์ BBC: www.news.bbc.co.uk
เดญาพอ
|
| บันทึกจากร่างกุ้ง | ||
มิเคยเลือนจากความทรงจำ |
||
|
View All |
||
| ภัยพิบัติจากนาร์กีส | ||
เสียงสะท้อนจากนักข่าวและองค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |