• หุ่นไล่กา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-19
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 2303
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
วันอาทิตย์ ที่ 30 ธันวาคม 2550
บางอย่างจากความตาย (3)
Posted by หุ่นไล่กา , ผู้อ่าน : 132 , 20:05:57 น.   | หมวดหมู่ : ความตายช่างงดงาม  
พิมพ์หน้านี้


                            

เมื่อจรัลยังอยู่หากไม่มีงานใดรอคอยให้กระทำเขาจะชักชวนฉันขับรถเข้าไปยังเชียงใหม่ในยามเช้า เพื่อจะใช้เวลาดูแลต้นไม้ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้ รดน้ำ-พรวนดิน-ตัดแต่งกิ่งไม้ และโยกย้ายบางต้น เราปลูกไม้หลายพันธุ์ในสวน บนเนื้อที่ไม่กว้างนักของร้าน เน้นหนักไปที่ไม้ซึ่งให้ดอกและนำมากินได้ ดอกกุหลาบก็เป็นหนึ่งที่ถูกนำมาปรุงอาหารจานดอกไม้ ฉันถนัดกับการตัดดอกแต่หน้าที่ดูแลมันยกให้กับจรัล เราไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลง แต่นำขี้วัวขี้ไก่มาจากลำพูนให้มันเป็นอาหารต่อต้นไม้ที่เราปลูก บางฤดูกาลหากมีดอกกุหลาบมากพอฉันจะทำน้ำกุหลาบสดใหม่ซึ่งจะทำได้เพียงครั้งละไม่กี่แก้วเท่านั้น ฉันคุ้นเคยต่อการได้เห็นจรัลนั่งอยู่ใกล้ๆกับต้นไม้และด้วยสองมือของเขาซึ่งหยาบกร้านและข้อก็แตก มันน่าจะเป็นมือของคนสวนเสียมากกว่ามือของนักดนตรีที่จรัลดูแล”ออมเป๊าะออมป๋อย” ทะนุถนอมต้นกุหลาบเหล่านั้น ไม่นานมานี่เองฉันได้เห็นเขายืนอยู่ใต้ต้นกาสะลองสูงใหญ่ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย เพ่งมองไปรอบๆร้านเพื่อดูว่าจะทำยังไงกับตรงไหนดีในวันต่อไปที่เขาจะมาทำสวนอีกครั้ง

เมื่อรูปปั้นของจรัลเสร็จสมบูรณ์คุณหงษ์จรก็โทรศัพท์มา เพื่อบอกฉันล่วงหน้าว่าเขาจะนำจรัลมาในวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ฉันรอต้อนรับการกลับบ้านของจรัลอยู่ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้

ราวทุ่มกว่าคุณหงษ์จรก็มาถึงพร้อมกับครอบครัวของเขาและเพื่อนๆจากกรุงเทพฯ

เขาโอบอุ้มจรัลลงจากรถด้วยความทะนุถนอม ในอ้อมแขนของเขานั่นคือดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ผสานกันเข้าจนกลายเป็นจรัล มโนเพ็ชร มันไม่ต่างกันเลยฉันคิดกับรูปลักษณ์ที่ฉันเคยเห็นและจับต้องมากว่าสิบเจ็ดปี ธาตุทั้งสี่ที่ทรงพลังเท่านั้นที่ประกอบมันขึ้นมา

บัดนี้จรัลกลับมาแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของสายหมอกกับดอกไม้และของฉัน เขายืนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นกาสะลองที่เขารัก เปล่งประกายระยับท่ามกลางแสงแดดบ่าย เพ่งมองออกไปยังฟ้ากว้างของล้านนาและถูกโอบล้อมอยู่กลางสวนท่ามกลางแมกไม้ที่เขาเองนั่นแหละเป็นผู้ปลูก

                              

ปลายเดือนธันวาคมก่อนที่คุณหงษ์จรจะนำรูปปั้นของจรัลมายังเชียงใหม่  ฉันขับรถออกจากบ้านดวงดอกไม้ที่ลำพูน มุ่งหน้าไปยังสวนทูนอิน ในเขตตำบลโป่งแยงอำเภอแม่ริม เพื่อไปพบคุณรงค์ วงษ์สวรรค์ ฉันเคยไปที่นั่นมาครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีแล้วไม่แน่ใจว่าจะจำเส้นทางได้ เพื่อไม่ให้หลงทางจึงต้องแวะรับเพื่อนผู้หนึ่งซึ่งคุ้นเคยเส้นทางดีติดรถไปด้วย

คุณรงค์ – ขุนนางป่า นักเขียนจากโพธาราม ราชบุรี บัดนี้เป็นหนึ่งโดยสถานะภาพของศิลปินแห่งชาติ ได้ตอบรับคำเรียนเชิญเพื่อเป็น”เก๊า” ประธานงานพิธีเปิดรูปปั้นจรัลแล้วตามแผนที่วางไว้ในวันที่หนึ่ง มกราคม สองพันห้าร้อยสี่สิบห้า

ราวเที่ยงกว่าฉันไปถึงสวนทูนอินพูดคุยกับคุณรงค์และพี่ติ๋ม เรียนเชิญทั้งสองท่านอย่างเป็นทางการ เมื่ออธิบายคร่าวๆแล้วว่าจะมีอะไรบ้างในวันพิธี คุณรงค์ก็บอก – จะขอเวลาสักไม่กี่นาทีเพื่อพูดบางสิ่งบางอย่างในวันงาน ฉันไม่รู้ว่านักเขียนผู้มีวัยกว่าหกสิบปีแล้วจะพูดอะไร แต่มันต้องเกี่ยวพันกับจรัลแน่นอน คุณรงค์ฉลาดและผ่านประสบการณ์โชกโชนในการเดินทางของชีวิต ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะไม่น่าฟัง

ตั้งแต่จรัลจากไปฉันวุ่นวายกับการสะสางเรื่องต่างๆที่หลั่งไหลเข้ามา เหมือนกำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่งโดยทางเรือ ล่องลอยอยู่บนสายน้ำที่บางครั้งนิ่งงัน บางครั้งเชี่ยวกราก และบางครั้งราวกับมีท่อนซุงพุ่งเข้าชนจนสูญเสียการทรงตัว ระหว่างโดยสารต้องพร่ำภาวนาขออย่าให้พบเจอวังน้ำวน

“อ้ายน่ะเป็นตัวยุ่ง” จรัลพูดกับฉันอยู่บ่อยๆ เมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ ในตอนนั้นฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่เคยตระหนักสักนิด แต่เมื่อเขาจากไปสิ มันไม่ใช่จรัลหรอกที่เป็นตัวยุ่ง ผู้อื่นต่างหาก ผู้อื่นที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี และมักทำอะไรที่ตรงข้ามกับสิ่งที่จรัลรักและปรารถนา หลายคนกำลังย่ำเท้าไปบนความฝันของจรัลอย่างไม่ใยดี และบางคนที่เคยลบหลู่ก็ใช้ความตายของเขาเป็นฉาก ประกอบเรื่องราวที่เพิ่งคิดแต่งขึ้นมาสดๆ

มีจดหมายมาหลายฉบับจ่าหน้าซองถึงฉันตามที่อยู่ที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวันที่รายงานข่าวเรื่องการเสียชีวิตของจรัล จดหมายเหล่านั้นเดินทางมาจากทุกทิศของประเทศจากผู้คนทุกเพศทุกวัย บางฉบับเป็นของผู้มีอายุกว่าหกสิบ ผู้ส่งต่างแสดงความเสียใจ เสียดายที่จรัลจากไปกระทันหัน มันรวดเร็วเกินไป พวกเขาปลอบโยนฉันด้วยตัวอักษร หวังว่าจิตใจของฉันคงจะฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิมได้ในเร็ววัน

ในบรรดาจดหมายเหล่านั้น มีอยู่ฉบับหนึ่งไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนามและที่อยู่ที่ส่งมา ฉันได้รับในตอนเย็นของวันที่แปดกันยายน หลังจากจบสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพ สุภาพสตรีผู้ส่งขอร้องให้ฉันอ่านจดหมายของเธอต่อร่างไร้วิญญาณของจรัลที่ศาลาศรีจำปาวัดพระธาตุหริภุญไชย แต่ถ้าไม่ทันการเธอขอให้ฉันอ่านมันต่อเถ้าถ่านและอัฐิของจรัลก็ได้ มันเป็นจดหมายที่แสนโศกเศร้า บอกเล่าความในใจอันลึกซึ้งและความเจ็บปวดเมื่อรู้แน่ชัดว่าจรัลได้จากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ ฉันแน่ใจว่าเธอไม่ใช่คนรักเก่าคนใดคนหนึ่งของจรัลเพราะจดหมายนั้นบอกจะแจ้งว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจจากบทเพลงของจรัลทำให้ตัดสินใจขึ้นมาอยู่ที่เมืองเหนือ เธอรู้จักจรัลผ่านมาทางบทเพลงตั้งแต่อายุสิบหกปี และบัดนี้สิบเก้าปีล่วงมาเธอยังไม่เคยมีโอกาสพูดคุยกับจรัลแม้สักคำและเธอหวัง…..

ฉันได้ทำตามที่เธอขอร้องแล้ว นั่นคืออ่านทุกถ้อยคำที่เธอเขียนต่อหน้าอัฐิและเถ้าถ่านของจรัลที่ฉันเก็บรักษาไว้ที่บ้านดวงดอกไม้

บารเมศ วรรณสัย มาหาฉันในเช้าวันหนึ่ง และเล่าความฝันของเขาว่าเขาพบจรัลในขณะที่กำลังพาเด็กนักเรียน-ลูกศิษย์ลูกหาหลายสิบคนไปออกค่ายในป่าแห่งหนึ่ง ในฝันนั้นบารเมศเองตระหนักชัดว่าจรัลเสียชีวิตไปแล้ว แต่จู่ๆจรัลก็ปรากฏตัวข้างๆเขา “ผมยังไม่ทันถามสักคำว่าจรัลกลับมาได้อย่างไร แต่ดูเหมือนเขาจะอ่านใจผมออก เขารีบบอกทันทีว่า ฮาแต่งต๋ายบ่ดาย ก้ายคนบ่เฮ้ย “ ความหมายในตัวของมันคือการจากไปของจรัลนั้นเป็นสิ่งที่เขาเสแสร้งแกล้งกระทำนั่นเองเพราะเขาเบื่อหน่ายต่อผู้คนแล้ว เออ-จริงสิ ฉันคิดมันน่าจะเป็นไปได้อย่างยิ่งต่อจิตใจของจรัล

หลายสิ่งอุบัติขึ้นหลังความตายของเขา เช่นเดียวกับที่หลายอย่างอันตรธานหายไป

“ความตายคือการค้นพบ” คุณรงค์ วงษ์สวรรค์ กล่าวเมื่อยามเย็นวันที่ 1 มกราคม 2545 ต่อหน้ารูปปั้นสง่างามของจรัลที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าแพรบางเบาสีฟ้าสดใต้ต้นกาสะลอง

“และเราจะค้นพบบางอย่างจากความตาย”

ถ้อยคำจากปากของท่านผู้เป็นประธานในพิธีเปิดรูปปั้นศิลปินล้านนาผู้จากไปชั่วนิรันดร์กระทบใจหลายคนที่มาร่วมงานรวมทั้งฉันเองด้วย “แต่เมื่อไหร่กันเล่า”

                                                                

                                      

เราคงต้องรอคอยให้เวลาล่วงผ่าน อาจเนิ่นนานพอดูที่โลกจะรู้ว่าจรัล มโนเพ็ชร เป็นสุขหรือโศกเศร้าเพียงใดต่อชะตากรรมของตนเอง และทั้งหมดนี้จรัลไม่อาจฟื้นคืนมาเพื่อบอกกล่าวต่อผู้ใดได้ เมื่อฉันออกหนังสือ “รักและคิดถึง จรัล มโนเพ็ชร” ในเดือนตุลาคม ปี 2544 บางบทที่ปรากฏในหน้าหนังสือได้ผ่านการ”เซ็นเซอร์”จากจรัลแล้ว เพราะบทนั้นฉันเขียนขึ้นก่อนที่จรัลจะจากไป ดังนั้นมันจึงผ่านสายตาของเขามาบ้างแล้ว และมีอยู่บทหนึ่งที่จรัลเป็นผู้พิมพ์มันด้วยตัวของเขาเองแต่บทนั้นสั้นมาก เพราะ “อ้ายเขินน่ะ มาให้พิมพ์เรื่องของตัวเอง” เขาบอก จากนั้นมาก็ไม่ยอมช่วยฉันพิมพ์เรื่องของตัวเองอีกเลย

มีอาจารย์ท่านหนึ่งเป็นสุภาพสตรีวัยกว่าห้าสิบปีสอนหนังสืออยู่ที่สถาบันราชมงคลเชียงใหม่ เป็นแฟนเพลงของจรัลอย่างเหนียวแน่น เธอซื้อหนังสือ”รักและคิดถึง จรัล มโนเพ็ชร” ไปแล้วยี่สิบหกเล่ม เล่มหนึ่งเพื่อตัวเองอีกยี่สิบห้าเพื่อมอบให้ห้องสมุด เมื่ออ่านจบลงเธอมาหาฉันและต่อว่า

“ทำไมคุณหมูเขียนแต่เรื่องโศกเศร้า เขียนเรื่องที่ผู้คนคิดไม่ดีทำไม่ดีกับคุณจรัลล่ะคะ ดิฉันอยากให้เขียนอีกเล่ม คราวนี้เขียนเรื่องที่มีแต่คนชื่นชมคุณจรัลนะคะ”

แต่ให้ตายเถอะฉันรู้ว่าคงจะเขียนแบบที่เธอปรารถนาไม่ได้แน่

ชีวิตของจรัล ทั้งชีวิตนั่นล่ะ มีทั้งสองสภาวะ มีคนรักและคนชัง มีคนให้เกียรติและมีคนลบหลู่ มีคนที่อยากให้และมีคนที่อยากแต่จะได้จากเขา

“ความตายคือการค้นพบ และเราจะพบบางอย่างจากความตาย”นี่เป็นจริงอย่างที่ท่าน-คุณรงค์ วงษ์สวรรค์ ว่าไว้ไม่มีผิด!

สำหรับจรัล มโนเพ็ชร ผู้ล่วงลับไปแล้ว ฉันปรารถนาจะเขียนคำร้องทุกข์ในฐานะแห่งความรักและการที่ตกเป็นคนรักชั่วชีวิต ต่อผู้ใดก็ตามที่เคยได้รับหลายสิ่งหลายอย่างมาจากเขา เหลียวมองความหวังและความฝันของจรัลบ้าง ฉันคิดว่ามันไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ที่จะปิดฉากความหวังความฝันของจรัลลงโดยสิ้นเชิง ร่องรอยจรัลยังประทับอยู่บนแผ่นน้ำหนังดินของล้านนา รอคอยผู้กล้าและจิตวิญญาณที่จริงใจต่อเขา ฉันอยากบอก….

“ เหนือกว่ารัก เหนือกว่าเงินตรา และชื่อเสียง

  มอบความจริงใจให้เขาบ้าง ”

 

             บทความจากพ็อกเก็ตบุ๊ค "ตามรอยฝัน จรัล มโนเพ็ชร"

                 ผู้เขียน :  อันยา โพธิวัฒน์

                             

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
hooknoi วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 21.00 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

สวัสดีปีใหม่ครับ

ยังคงรำลึกถึงผลงานของคุณจรัลเสมอครับ
ความคิดเห็นที่ 3
แพรจารุ วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 19.07 น.
http://www.oknation.net/blog/parjaru
อยู่แบบบ้าน ๆ ในป่าเมือง

สวัสดีหุ่นไล่กา สบายดีนะคะ ข่าวว่าไปฉลองปีใหม่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพฯ และไม่มีงานวันเกิด อ้ายจรัล จึงไมได้แวะไปที่ร้านสายหมอก
ความคิดเห็นที่ 2
daddynop วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 02.32 น.
http://www.oknation.net/blog/daddynop


สวัสดีปีใหม่ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 31/12/2007 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีในวันสุดท้ายของปี 2550 ค่ะ ..

ขออวยพรให้ได้รับพรที่ปรารถนา ขอให้ปีใหม่นำมาซึ่งความงดงามในชีวิต ความสุข ความสมหวัง สุขภาพที่ดี ตอลดปี 2551 และทุกๆวันค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน