พิมพ์หน้านี้
|
ที่ปั๊มเลี้ยงปลาทองไว้ 4 ตัว...วันดีคืนดี...เจ้าปลาทองตัวหนึ่งก็เกิดอารมณ์ศิลปิน... ครีเอทวิธีว่ายน้ำแบบใหม่โดยการหงายท้องแล้วลอยเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ผิวน้ำ... สงสารก็สงสาร...แต่ไม่รู้จะทำยังไง... ลูกค้าบางคนแนะนำว่าต้องเอาเข็มเจาะท้อง...แต่ไม่มีใครยอมเป็นหน่วยกล้าตาย...เพราะกลัวเจาะแล้วเกิดตายขึ้นมา... จึงได้แต่สอบถามหาวิธีการรักษาไปเรื่อยๆ...จนมีคนแนะนำว่าโรงพยาบาลสัตว์เกษตรสามารถรักษาได้ (ช่างใกล้เกลือกินด่างอะไรเช่นนี้)...ก็เลยโทรฯไปสอบถาม... บิงโก.. เจ้าหน้าที่บอกว่ารักษาได้...และแนะนำวิธีการระหว่างเดินทางคือให้เอาปลาทองใส่ถังแล้วใส่ออกซิเจนผงในน้ำ... เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา... แม่มดก็เลยประคับประคองถังปลาทองด้วยความเร็วรถ 40 กม./ชม. ไปยังโรงพยาบาลสัตว์เกษตร... พอไปถึงปุ๊บ...ก็มีพี่เจ้าหน้าที่ตรงที่ทำบัตร(พี่เค้าน่ารักมาก...ดูแลดีทุกครั้งเลย)มารับถังปลาทองปั๊บ...เพื่อเอาไปใส่ออกซิเจน... จากนั้นเราก็นั่งทำบัตร...กรอกชื่อ-ที่อยู่ตัวเอง... แล้วก็มาถึงชื่อปลา...เราก็ลังเล...จนคนที่มานั่งทำบัตรใกล้ๆกันสังเกตุเห็น... .... คนที่นั่งทำบัตรข้างๆ : กรอกไม่ได้เหรอคะน้อง... แม่มด : .....ค่ะ...เอ่อ...ไม่รู้ว่าจะกรอกชื่อจริงหรือชื่อเล่นดี.... คนที่นั่งทำบัตรข้างๆ : ?????...ชื่ออะไรก็ได้ค่ะ...ใส่ไปเถอะ ????? แม่มด : (ก้มหน้าก้มตากรอกชือ)..เอาชื่อเล่นละกัน....เจ้าโป๊งเหน่ง คนที่นั่งทำบัตรข้างๆ ....(กลั้นยิ้ม)...ชื่อน่ารักจัง......อ้าว....แล้วชื่อจริงชื่ออะไรคะ.. แม่มด : ....ชื่อ...ปลาทองแท้...ค่ะ ..... เสร็จพิธีการทำบัตรก็ไปนั่งรอพบคุณหมอที่ แผนกสัตว์เลี้ยงพิเศษ...สักครู่ก็ถึงคิว.. คุณหมอผู้หญิงหน้าตาน่ารักอธิบายให้ฟังว่า... อาการปลาหงายท้อง... เกิดเพราะถุงลมที่ช่วยในการลอยตัวของปลาเกิดการอักเสบ...ทำให้ปลาเสียการทรงตัว...หงายท้องและลอยเหนือผิวน้ำ... เมื่อนานไป...ส่วนท้องที่อยู่เหนือผิวน้ำจะเกิดการตกเลือด...และทำให้ปลาตายในที่สุด... สาเหตุ... เกิดจากการที่เราให้อาหารเม็ดมากเกินไป (เพราะกลัวปลาไม่อิ่ม) ซึ่งในอาหารเม็ดมีส่วนผสมของแป้งอยู่มาก เมื่อกินมากเกินไปก็จะทำให้ท้องอืด...และถุงลมอักเสบในที่สุด... การให้อาหารที่ถูกต้อง... จริงๆแล้วปลาเป็นสัตว์กินพืช...ดังนั้นอาหารที่ดีที่สุดคือพืชน้ำ (จะไม่ทำให้เกิดอาการถุงลมอักเสบ). โดยให้ซื้อพืชน้ำมาแช่ด่างทับทิมทิ้งไว้ (ทำลายเชื้อรา/เชื้อโรคที่อาจติดมาจากร้าน)...แล้วนำไปใส่ในตู้ปลา....ทั้งเป็นอาหาร...ทั้งประดับไปในตัว. หรือถ้าจะให้อาหารเม็ด...ก็ควรให้ไม่เกิน 10% ของน้ำหนักตัว... วิธีการรักษา... หมอจะทำการเอ็กซเรย์หาตำแหน่งถุงลม...และทำการเจาะถุงลม (เอาลมออก)... แล้วให้แยกอนุบาลเดี่ยว ...ประมาณ 2 สัปดาห์ หรือจนกว่าปลาจะแข็งแรง วิธีการดูแลหลังการเจาะถุงลม... เมื่อเจาะถุงลมปั๊บ...ปลาก็จะตกไปนอนที่พื้น.. เราก็มีหน้าที่...ให้ยา(ใส่ในน้ำเลย)...เปลี่ยนน้ำออก 30% ทุกวัน... และให้อาหาร.. ใหม่ๆเค้าจะยังว่ายน้ำไม่ได้...เราก็ต้องให้อาหารโดยการเอามือช้อนตัวเค้าขึ้นมาใกล้ผิวน้ำ...แล้วเขี่ยอาหารเม็ดให้ใกล้ปากเค้าที่สุด...เค้าก็จะงับกินเอง...เหมือนเด็กๆ...น่ารักมากกกกก... ผลการรักษา.. ปลาจะกลับมาว่ายน้ำได้ปกติหรือไม่...ขึ้นอยู่กับว่าเราพาเค้าไปหาหมอเร็วแค่ไหน... ยิ่งพาไปเร็ว...ยิ่งมีโอกาสกลับมาว่ายได้ตามปกติมากขึ้น... ถ้าปล่อยเนิ่นนานแล้วค่อยพาไปหาหมอ...ปลาก็จะว่ายแบบเสียศูนย์... ว่ายแถไปแถมา...แบบเจ้าโป๊งเหน่ง (สงสัยต้องพาไปตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่) .... ที่สำคัญ..." ห้าม " ใช้เข็มเจาะท้องปลาเองเด็ดขาด... เพราถุงลมปลาจะอยู่ตรงกลาง...รอบๆถุงลมจะมีตับไตใส้พุงอยู่เพียบ.. ถ้าเจาะไปโดน...จะทำให้ปลาตายอย่างทรมาณ (ไม่ตายทันที แต่จะตายหลังจากนั้น 2-3 วัน). .... การรักษาปลานั้น....ค่ารักษาก็ไม่แพง...การดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก... ฉะนั้น... เมื่อเห็นปลาหงายท้อง...อย่านิ่งดูดายนะคะ...สงสารเค้า... พาปลาไปหาหมอกันเถอะค่ะ.... ................................................................................... ท้ายนี้...ขอขอบคุณคุณหมอที่น่ารักแห่งแผนกสัตว์เลี้ยงพิเศษ....เจ้าหน้าที่ตรงจุดทำบัตร...แห่งโรงพยาบาลสัตว์เกษตร... ที่ให้การดูแลเจ้าโป๊งเหน่งของแม่เป็นอย่างดีค่ะ... ...................................................................................... |