• deedaailada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 399
  • จำนวนผู้ชม : 158622
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน 2565
Posted by deedaailada , ผู้อ่าน : 193 , 13:10:25 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เคลมดิ ชี้ ตลาดประกันส่งสัญญาณเติบโต

เตรียมลงทุนเทคโนโลยีเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางเข้าถึงพฤติกรรมเชิงลึก

 

นายกิตตินันท์ อนุพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอนิแวร์ทู โก และผู้ร่วมก่อตั้ง เคลมดิ (Claim Di) สตาร์ทอัพชั้นนําด้านบริการ แอปพลิเคชันเคลมประกัน เปิดเผยว่า ในงาน Insuretech Connect Asia 2022 ล่าสุดที่จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ แนวโน้มประกันภัยในเอเชียและในประเทศไทยว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังจากประสบปัญหาจากการระบาดของโควิด19 ทำให้หลายบริษัทขาดทุนอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

“ปีนี้ หลายองค์กรในตลาดประกันภัยเริ่มมองเห็นแนวโน้มที่สดใส หลายบริษัทในภูมิภาคต่างเห็นพ้องต้องกันถึงศักยภาพของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และความร่วมมือภายในเครือข่ายระบบนิเวศประกัน ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทประกันบรรลุถึงโอกาสใหม่ทางการตลาด ด้วยการนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ เพื่อให้ได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ในขณะที่ยังรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น” กิตตินันท์ กล่าว

โดยไฮไลท์ที่พูดคุยภายในงาน InsureTech Connect Asia ในปีนี้ครอบคลุมประเด็นสําคัญ 4 ประการของความก้าวหน้า และโอกาสใหม่ในธุรกิจ InsurTech ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่จะมุ่งเน้นที่ “พฤติกรรมของลูกค้า” (customer behavior) เป็นหลัก 2) การปฏิรูปทางดิจิทัล หรือ Digital Transformation ของธุรกิจ 3) การควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจ และ 4) การพัฒนาระบบนิเวศ (ecosystem) เพื่อต่อยอดธุรกิจ

ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่คาดการณ์ว่าจะมาช่วยให้ธุรกิจประกันดีขึ้นแบบพลิกโฉมนั้น InsureTech Connect Asia 2022 มีข้อสรุปร่วมกันว่า ต้องเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะให้ธุรกิจประกันภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และสามารถติดต่อไปยังลูกค้าโดยตรงโดยตัดตัวกลางได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ธุรกิจประกันภัยสามารถลดต้นทุน และความผิดพลาดในการวางแผนธุรกิจได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม กิตตินันท์ ชี้ว่าปัจจุบัน ยังไม่มีนักพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ หรือ สตาร์ทอัพรายใดสามารถนําเสนอ ผลงานด้านนี้ออกมาสู่ตลาดได้ในช่วงปีนี้

ลูกค้าคือศูนย์กลางของธุรกิจ นิเวศที่เข้มแข็งคือแต้มต่อ

“ภาพรวมตลาดประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไปต่อจากนี้ คือทุกบริษัทประกันภัยจะหันมาเน้นเรื่อง Customer Centric หรือ Customer Behavior เป็นหลัก จากที่ผ่านมาเน้นแต่มุมมองภายในของผู้นำเสนอประกันเอง (Insurer Centric) ซึ่งภาคประกันถือเป็นภาคที่ปรับตัวช้ากว่าภาคธุรกิจอื่นๆ และความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างธุรกิจในระบบนิเวศพร้อมกับนำนวัตกรรมเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้ เพื่อปรับตัวสู่ยุดิจิทัล คือหนทางสู่การต่อยอดธุรกิจใหม่ ช่วยสร้างการเติบโตให้กับระบบนิเวศ” กิตตินันท์ กล่าว

ในส่วนของเคลมดิ (Claim Di) เอง เตรียมส่งแพลตฟอร์มเทคโนโลยีล้ำหน้า ที่ให้มุมมองเชิงลึกในเรื่องของ Customer Behavior ในรูปแบบของ Bureau ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลาง ช่วยลดค่าใช้จ่าย และพัฒนาธุรกิจประกันภัยไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่ตรงใจลูกค้าและเห็นผลชัดเจน

“การพัฒนาความร่วมมือกับสตาร์ทอัพนอกองค์กร จึงเป็นแนวโน้มรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้บริษัทประกันภัยได้ประโยชน์สูงสุดจากการนำนวัตกรรมใหม่อย่างการเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในเชิงลึก โดยที่องค์กรไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวเอง และยังช่วยให้นำเสนอบริการให้กับลูกค้าได้อย่างตรงใจ นอกจากจะเข้าถึงโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ยังเป็นการต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นการพัฒนาโมเดลธุรกิจร่วมกันในระบบนิเวศเครือข่ายประกันที่ให้ผลประโยชน์ร่วมกัน และนำไปสู่การเติบโตของเครือข่ายพันธมิตรในระบบนิเวศในภาพรวมได้”

กิตตินันท์ ได้ยกตัวอย่างบริษัทประกันสัญชาติสิงคโปร์ อย่าง Income Insurance ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยรายใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์ และเป็นลูกค้าของ Claim Di ที่ได้มีการนำระบบบริการเคลมไวมาใช้เป็นหลังบ้านในการให้บริการลูกค้าในประเทศสิงคโปร์  “Income Insurance ซึ่งเป็นลูกค้าของเรา เป็นบริษัทประกันภัยชั้นนำรายใหญ่ที่มุ่งเน้นเรื่องของนวัตกรรม มองว่าการสร้างนวัตกรรมควรสร้างจากมุมมองที่ต่างจากสิ่งที่คนอื่นทำ และเน้นการสร้างสตาร์ทอัพจากภายนอก และนี่คือสิ่งที่เคลมดิมองว่าเป็นอนาคตที่จะช่วยสร้างธุรกิจในรูปแบบใหม่เพื่อตอบโจทย์โอกาสใหม่ๆ ให้กับบริษัทประกันภัยได้อย่างตรงจุด”




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน