• deedaailada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 415
  • จำนวนผู้ชม : 171229
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม 2565
Posted by deedaailada , ผู้อ่าน : 327 , 16:35:15 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เปิดแผนทางรอดธุรกิจประกันภัย นวัตกรรมเท่านั้นคือคำตอบ

โดย กิตตินันท์ อนุพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก จำกัด และผู้ร่วมก่อตั้ง Claim Di

 

แม้แนวโน้มประกันในปีนี้ จะอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังจากประสบปัญหาจากการระบาดของโควิด19 แต่ธุรกิจประกันยังคงมีความท้าทาย ในเรื่องการปรับตัวเป็น Digital Insurance และรูปแบบผลิตภัณฑ์ ที่ต้องเท่าทันกับพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นทั้งบริษัทประกันชีวิตจำนวน 22 บริษัท และประกันวินาศภัยมี 54 บริษัท จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มศักยภาพธุรกิจและความร่วมมือภายในเครือข่ายระบบนิเวศประกันมาใช้เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการแข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน

นายกิตตินันท์ อนุพันธ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น เคลมดิ (Claim Di) เล่าให้ฟังถึงเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คือการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจประกันภัย ควรจะมุ่งเน้น คือ “พฤติกรรมของลูกค้า” (customer centric) เพื่อการรู้จักและเข้าใจความรู้สึกลูกค้ามากขึ้น มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ซึ่ง Mindset การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าต้องดำเนินการแบบถูกต้อง ด้วยความยินยอมจากลูกค้า

ความท้าทายในเรื่องการเก็บข้อมูลลูกค้า คือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคยอมให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เมื่อได้ข้อมูลก็นำมาเก็บไว้เอง การลงทุนเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล การจัดการกับระบบฐานข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง ระบบวิเคราะห์ข้อมูลให้ตรงตามข้อมูลที่ผู้บริโภคให้ไว้ ที่สำคัญข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทางออกคือ บริหารจัดการผ่านเครือข่ายบล็อกเชนบนแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ (Decentralization)  ที่ให้ความโปร่งใสในการจัดเก็บข้อมูล ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลของตัวเองได้

“ธุรกิจประกันภัย ต้องเปลี่ยนจาก บริษัทประกันภัยเป็นผู้นำเสนอ ผลิตภัณฑ์และบริการ (Insurer Centric) เป็นการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าในเชิงลึก Customer Centric หรือ Customer Behavior เป็นหลัก และการเข้าถึงข้อมูลจริงของลูกค้า คือการคุยตรง ไม่ต้องผ่านตัวกลาง นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดความผิดพลาดในการวางแผนธุรกิจ รวมทั้งพัฒนาธุรกิจประกันภัยไปสู่ การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงใจลูกค้าและเห็นผลชัดเจน”

นอกจากนี้บริษัทประกันกัยในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูงมากจนแทบจะไม่มีกำไร ในขณะที่บริษัทจำเป็นต้องปฏิรูปทางดิจิทัล หรือ Digital Transformation ของธุรกิจ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกกระบวนงานของระบบประกันภัย (End-to-End Process)  นำ Data Analytics ใช้ Data Science หรือข้อมูลมาวิเคราะห์ และ AI/ML มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ทั้งในส่วนการรับประกัน (Underwriting) การเคลม (Claim) และการต่ออายุประกัน (Renewal) จะช่วยให้การดำเนินงานให้มีความทันสมัย เป็นอัตโนมัติ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น  ซึ่งหลายบริษัทอาจจะมีปัญหาเรื่องการลงทุน ทางออกหนึ่งที่สามารถทำได้ คือการใช้แพลตฟอร์มจากสตาร์ทอัพนอกองค์กร เป็นรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้บริษัทประกันภัยได้ประโยชน์สูงสุด

เคลม ดิ ในฐานะของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการเคลมสำหรับกลุ่มธุรกิจประกันภัย มองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาถึง ไม่เพียงเตรียมพร้อมในการต่อยอดทางธุรกิจการให้บริการในเชิง Customer Centric ยังขยายธุรกิจออกสู่ต่างประเทศล่วงหน้า ด้วยการจับมือให้บริการการทำเคลมประกันภัยรถยนต์แบบใหม่ให้กับบริษัท อินคัม อินซัวรันซ์ เอ็นทียูซี ประเทศสิงคโปร์  (Income Insurance NTUC) บริษัทประกันภัยของรัฐบาลรายใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์ โดยอินคัมใช้ระบบบริการของเคลมดิ เพื่อลูกค้าที่ขับรถยนต์ในสิงคโปร์เคลมประกันภัยรถยนต์แบบใหม่ได้เองโดยไม่ต้องรอพนักงาน

อินคัม อินซัวรันซ์ เอ็นทียูซีของสิงคโปร์ คือแบบอย่างของบริษัทประกันภัยที่มองหาผู้พัฒนาและให้นวัตกรรมการบริการรูปแบบใหม่จากภายนอกบริษัท แทนที่จะเป็นการสร้างจากภายใน เพื่อให้ได้แนวคิดที่แปลกใหม่ เพื่อการนำมาใช้และต่อยอดการให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทรงประสิทธิภาพ

จะเห็นว่า ธุรกิจประกันภัย เป็นเรื่องของความคุ้มครองจากความเสี่ยงภัยต่างๆ ให้ลูกค้า ในขณะเดียวกันธุรกิจเองก็มีความเสี่ยงในการประกอบการเช่นกัน  ดังนั้นการปรับธุรกิจโดยนำเทคโนโลยีมาใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า โดยไม่สร้าง pain point  ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า จึงเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน