|

หลังจากทีกร่ำศึกลุยฟาดแข้งกันมานานร่วมเจ็ดแปดเดือน ก็มาถึงบทสรุปสุดท้ายในคืนนี้ ที่เราจะได้รู้กันว่า ทีมใดจะเป็นเจ้าฟุตบอลสโมสรยุโรปที่แท้จริงในฤดูกาล 07/08 ระหว่าง อดีตแชมป์สองสมัย ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ทีมทีมีเจ้าของทีม มหาเศรษฐี โรมัน อับราโมวิช หมายมั่นปั้นมืออยากได้ถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้ประดับตู้โชว์ที่สโมสรให้ได้เป็นครั้งแรก เพื่อประกาศศักดาว่า The Blue ก็เป็นทีมชั้นนำ ทีมทียิ่งใหญ่ทีมหนึ่งของยุโรป
ผลการแข่งขันจะออกมารูปใด ผมเป็นแค่คนชอบดูฟุตบอล ไม่ใช่เกจิอาจารย์ ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะวิเคราะห์เกม ได้แต่สดับตรับฟังบรรดาเซียนบอลทั้งตัวจริง ตัวปลอมวิพากษ์กันไป แต่ในฐานะที่เป็นสาวกปีศาจแดง ที่นอกจากจะส่งใจเชียร์นักเตะทุกคนที่ลงสนาม ให้โชว์ฟอรม์เทพ แสดงฝีเท้าสยบ ชนะสิงห์บลู เพื่อก้าวเป็นแชมป์สมัยที่สามแล้ว ลึกๆในใจ ผมยังอยากเห็น พอล สโคลส์ ที่ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน การันตีว่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแน่นอน เป็นผู้ทำประตูชัยให้กับทีม เหมือนกับที่เขาทำได้ในรอบรองที่ เอาชนะ บาร์เซโลน่า มาได้ ถ้าเป็นอย่างเช่นที่ผมหวัง สิ่งที่เคยเป็นปมติดค้างในใจ พอล สโคลส์ มานานตั้งแต่ ปี 1999 ที่ตัวเขาติดโทษแบน ทำได้แต่เพียงนั่งดูเพื่อนเล่นในนัดชิงที่ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 คงมลายหายไปจากใจทั้งหมด นอกจากนี้ผมเชื่อว่า พอล สโคลส์ ที่เสมิอนเป็นนักเตะประเภทปิดทองหลังพระ คงจะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเพิ่มมากกว่าที่เป็นอยู่ เทียบเท่ากับซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ และมันคงเป็นฉากปิดที่สวยงาม ของบั้นปลายชีวิตนักเตะคนหนึ่ง ที่มีความภ้กดีกับสโมสร เป็นนักเตะที่ทุ่มเทและมีวินัยสมกับเป็นมืออาชีพ เป็นนักเตะที่แทบไม่เคยมีข่าวคราวเสียหาย ไม่เคยเรียกร้องค่าตัว ไม่เคยสร้างความลำบากใจให้กับผู้จัดการทีมและเพื่อนนักเตะด้วยกัน
คืนนี้ผมจะเฝ้ารอ ผมฝันที่จะได้เห็น

Final Day , Final score, Paul Scholes, he scores goal winning the game
สำหรับเส้นทางการผ่านเข้ามาพบกันในนัดชิงชนะเลิศ ที่สองทีมยักษ์ใหญ่จากอังกฤษจะระเบิดแข้งพบกันเอง ในสนามลุซนิกิ สเตเดี้ยม, มอสโก, รัสเซีย
เชลซี รอบรองชนะเลิศ : ชนะต่อเวลาพิเศษ ลิเวอร์พูล 3-2 / เสมอในเวลา 1-1 (เหย้า), เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (เยือน) รอบก่อนรองชนะเลิศ : ชนะ เฟเนร์บาห์เช 2-0 (เหย้า), แพ้ เฟเนร์บาห์เช 1-2 (เยือน) รอบ 16 ทีมสุดท้าย : ชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 (เหย้า), เสมอ โอลิมเปียกอส 0-0 (เยือน) รอบแบ่งกลุ่ม : เสมอ บาเลนเซีย 0-0 (เหย้า), ชนะ โรเซนบอร์ก 4-0 (เยือน), เสมอ ชาลเก้ 0-0 (เยือน), ชนะ ชาลเก้ 2-0 (เหย้า), ชนะ บาเลนเซีย 2-1 (เยือน), เสมอ โรเซนบอร์ก 1-1 (เหย้า) แมนฯ ยูไนเต็ด รอบรองชนะเลิศ : ชนะ บาร์เซโลนา 1-0 (เหย้า), เสมอ บาร์เซโลนา 0-0 (เยือน) รอบก่อนรองชนะเลิศ : ชนะ โรม่า 1-0 (เหย้า), ชนะ โรม่า 2-0 (เยือน) รอบ 16 ทีมสุดท้าย : ชนะ ลียง 1-0 (เหย้า), เสมอ ลียง 1-1 (เยือน) รอบแบ่งกลุ่ม : เสมอ โรม่า 1-1 (เยือน), ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน 2-1 (เหย้า), ชนะ ดินาโม เคียฟ 4-0 (เหย้า), ชนะ ดินาโม เคียฟ 4-2 (เยือน), ชนะ โรม่า 1-0 (เหย้า), ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน 1-0 (เยือน) รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม เชลซี (4-3-3) : ปีเตอร์ เช็ก, มิชาแอล เอสเซียง, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่,แอชลีย์ โคล(ถ้าหายเจ็บฟิตไม่ทัน ตัวสำรองคือ เวย์น บริดจ์), โคล้ด มาเกเลเล่, มิชาเอล บัลลัค, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โจ โคล, ซาโลมง กาลู, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-4-2) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เวส บราวน์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, พาร์ค ชี-ซอง, ไมเคิ่ล คาร์ริค, พอล สโคลส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเวซ
ผู้ตัดสิน : ลูบอส มิเชล (สโลวาเกีย)
ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก สยามสปอรต์
|