• havana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : once.sideways@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 2520
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
The Feeling of Being
ความสุข ความทุกข์ ความหมาย และนาฏกรรมชีวิต
Permalink : http://www.oknation.net/blog/delamancha
วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน 2551
ฉีกหน้ากากคัมภีร์เปลี่ยนโลก The Secret (1)
Posted by havana , ผู้อ่าน : 157 , 23:16:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


(1) เบื้องหลังแรงดึงดูด (พลังเขมือบ) ของ The Secret

หากใครมิได้อาศัยอยู่ไกลปืนเที่ยงจนเกินไป ก็คงได้ยินข่าวคราวหรือรับรู้ถึงกระแสของหนังสือเล่มดัง The Secret ที่ตอนนี้กลายเป็น talk of the town ของบ้านเรากันไปไม่มากก็น้อย สื่อมวลชนรวมถึงบุคคลไฮโซทั้งทางโลกทางธรรมมากหน้าหลายตา ต่างออกมาประโคมข่าวเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้กันอย่างอึกทึกครึกโครมราวกับมิได้นัดหมาย หลายคนในที่นี้ก็อาจได้อ่านแล้ว

ผู้เขียนและผู้จัดพิมพ์ทั้งของไทยและเทศบรรยายสรรพคุณว่า เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้คือ "ความลับ" ซึ่งที่ผ่านมาเป็นที่ล่วงรู้ในหมู่บุคคลระดับสุดยอดและผู้มีอำนาจกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คน ทั้งยังถูกปกปิดซ่อนเร้นมาตลอดช่วงประวัติศาสตร์หลายพันปี และ ณ บัดนาว ความลับได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการในหนังสือเล่มนี้ ทั้งยังบอกว่า นี่คือหนังสือที่จะทำให้คุณสมความปรารถนาทุกประการ ได้ทุกอย่าง พร้อมกล่าวอ้างชื่อบุคคลระดับโลกต่างๆ ที่ใช้ความลับนี้จนตัวเองประสบความสำเร็จ

แค่เริ่มเรื่องก็โกหกกันแล้ว

ความลับนั้นคือ "กฎแห่งแรงดึงดูด" (The Law of Attraction)

ก่อนอื่นคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า LoA คือกฎที่บอกว่า สิ่งที่เหมือนหรือคล้ายกันจะดึงดูดเข้าหากันเหมือนแม่เหล็ก เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีแก่นแท้เป็นพลังงาน อันมีคุณสมบัติเป็นคลื่นความถี่ที่มีการสั่นสะเทือนเฉพาะตัวในระดับที่ต่างกันไป สิ่งที่มีคลื่นความถี่อยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกันก็จะดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งในที่นี้รวมถึงสิ่งที่ "ไร้รูป" อย่างความคิดหรือความเชื่อด้วย

The Secret นำกฎข้อนี้มาเจาะเน้นที่ "พลังความคิด" โดยอธิบายว่า ความคิด ความเชื่อ รวมถึงจินตนาการและการสร้างภาพในใจ ถือเป็นกระแสพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งมีพลังดึงดูดในตัวเอง และยังสามารถก่อให้เกิดสภาวการณ์ เหตุการณ์ หรือรูปธรรมทางกายภาพต่างๆ ในชีวิตของเราได้ ฉะนั้นถ้าเราคงความคิดที่มีความถี่สูง หรือเชิงบวก ไว้กับตัวในระยะเวลาที่นานพอ เราก็จะดึงดูดเอา "สิ่งบวกๆ" ที่มีความถี่สอดคล้องกับความคิดนั้นเข้าสู่ชีวิต หรือกระทั่งทำให้สิ่งต่างๆ ปรากฏขึ้นในโลกความจริงของเราได้อย่างปาฏิหาริย์ ในทางกลับกัน หากเราคงความคิดความเชื่อเชิงลบไว้กับตัว กระแสคลื่นลบๆ จากตัวเราก็จะไปดึงดูดเอาสิ่งลบๆ เข้ามาสู่ชีวิต

หนังสือเล่มนี้จึงบอกว่า เราควรคิดถึงสิ่งที่เราต้องการหรืออยากให้เกิดขึ้น และพึงหลีกเลี่ยงการคิดถึงสิ่งเราที่ไม่ต้องการ เพราะเราคิดอย่างไรก็ได้รับอย่างนั้น

จากหลักการข้างต้นที่หนังสือได้วางไว้ นำมาซึ่งสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นแกนกลางของหนังสือเล่มนี้ นั่นคือ กระบวนการ ขอ (ask) - เชื่อ (believe) - รับ (receive) นั่นคือ ให้เราขอ (ด้วยจิต / ด้วยจินตนาการ / ด้วยการสร้างภาพในใจ / ด้วยอารมณ์ความรู้สึก) ถึงสิ่งที่อยากได้ แล้วก็ให้เชื่อว่าเราจะได้จริงๆ จากนั้นก็เตรียมรอรับอย่างผ่อนคลาย เพราะจักรวาลจะจัดการ "ดูด" สิ่งนั้นมาให้เรา

ใครที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับสิ่งดีๆ ไปจากหนังสือเล่มนี้ก็ขอยินดีด้วยใจจริง

จริงๆ แล้วผมไม่มีปัญหาอะไรกับใจความหลักของหนังสือ อีกทั้งเจตนาที่เขียนหัวข้อนี้ขึ้นก็มิใช่เพื่อจะหักล้างแนวคิดเรื่อง "กฎแห่งแรงดึงดูด" แต่อย่างใด แถมส่วนตัวยังเห็นว่าในกรณีที่สร้างสรรค์นั้น การทำความเข้าใจและนำ "กฎแห่งแรงดึงดูด" มาใช้ในชีวิตประจำวัน จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมายหลายมิติต่อชีวิตผู้คนและโลกใบนี้

ถ้าอย่างนั้น ทำไมผมถึงมีน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะ "ไม่ปลื้ม" หนังสือเล่มนี้

บอกตามตรงว่า สิ่งที่ชวนปวดร้าวในความรู้สึกและทำให้ผมรัก The Secret ไม่ลงนั้นมีสาเหตุมาจาก (1) กระบวนการต่างๆ ที่แวดล้อมหนังสือเล่มนี้ (2) วิธีนำเสนอแบบจงใจล่อลวงผู้อ่านของทั้งผู้เขียนและผู้จัดพิมพ์ รวมถึง (3) กระบวนการทางการตลาดที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งผมเห็นว่าทั้ง 3 ประการที่ว่านี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ The Secret ดังถล่มทลายเป็นปรากฏการณ์

เราน่าจะมาดูรายละเอียดที่ว่านี้กันหน่อย....

(มีต่อ...แต่ยังไม่รู้เมื่อไร อิอิ)

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
ปี๊นปี๊น วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว"

ซื้อมาแล้ว
ยังไม่ได้อ่านเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5
LampOfGod วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/LittleWing

อ่านเรื่อง as a man thinketh แล้วรู้สึกว่าจะconceptเดียวกันและมีมาก่อนตั้งนานเป็นร้อยปีเลยไม่รู้ว่า the secret จะมีความลับอะไรแต่ดูเหมื่อนถูกปรุงแต่งทางกาลตลาดมากจนรู้สึกยังไงไม่รู้ครับ จริงๆไม่ต้องความลับแต่ขอให้เป็นสิ่งที่ดีๆมีประโยชน์ก็พอแล้วทีนี้เลย เอาไว้ก่อนดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 4
Jui วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 19.24 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

สงสัยต้องเรียนแบบ apoon
ยืมเขาอ่านดีก่า

ความคิดเห็นที่ 3
เป็ดน้อยลอยน้ำ วันที่ : 18/04/2008 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/thesexiestrubberduckling

ขำ คห. 2
เข้าใจว่าอ่านไม่ลงเพราะรู้สึกเหมือนกัน มันดูเหมือนหลอกลวงตั้งแต่ปกหนังสือ คำโปรย และอื่นๆร้อยแปด

จริงๆ แล้ว อ่านหนังสือธรรมะดีๆสักเล่ม หรือวรรณกรรมเยาวชนที่ทำให้หัวใจรู้สึกอิ่ม ยังดีกว่าเยอะเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
apooh วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 23.43 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
จริงคือเท็จ เท็จคือจริง ที่จริงไม่อาจถือเป็นเรื่องจริงจังนัก

เรียนตามตรง ว่า อ่านได้แค่สามหน้า ไม่รู้เรื่องจริงๆๆ แล้วที่ได้อ่านมิใช่เพราะอยากอ่าน แต่ที่ได้อ่านเพราะมิตรทางหนังสือท่านนึงซื้อไปแล้วอ่านได้ไม่กีหน้าโทรมาขอให้ช่วยสงเคราะห์ อ่านให้แกทีแกเสียดายตังค์ แล้วดิฉันก็ช่วยแกไม่สำเร็จค่ะ สองคนรวมกันไม่ถึงสิบหน้า มิรู้ว่าป่านนี้แกส่งต่อไปให้ใครอ่านแล้ว
คือ ความรู้สึกเวลาอ่านเหมือนหนังสือชวนเชื่อน่ะค่ะ ไม่ชอบแบบนี้เลยอ่านไม่ได้
ขอบคุณค่ะที่เล่าสู่กันฟัง
ความคิดเห็นที่ 1
แม่มด วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

รออ่านอยู่ค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน