พิมพ์หน้านี้
|
จำได้แม่นว่า 1 มีนาคม เมื่อ 3 ปีที่แล้ว นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อสงบเสงี่ยมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ งานแรกในชีวิตกำลังจะเริ่มขึ้น! "เรียนก็ไม่เคยเรียนมาก่อน จะเอาอะไรมาทำงานล่ะเนี่ย" วิตกกังวลอย่างแรงอยู่ในใจ วิชาประวัติศาสตร์ที่ (คิดว่า) เรียนมาหลายปีจะช่วยชีวิตได้มั๊ยเนี่ย "ได้ไม่ได้ก็ต้องลุยแล้วแฮะ มาถึงขั้นนี้แล้วหนิ" คิดอย่างนี้แรงฮึดก็มาเป็นกอง ถึงข้างในจะหวั่นหวั่นอยู่ก็ตาม ไปงานนั้นงานนี้ ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อยากพิสูจน์ตัวเองบ้าง-อาการนี้เป็นมากช่วงเข้าใหม่ หลังๆเริ่มเฉื่อย กลายเป็นบุคคลก๊าซเฉื่อยไปซะงั้น ไปๆมาๆ ครบ 3 ปีของการทำงานที่นี่แล้วอย่างรวดเร็ว ความรู้สมัยเรียนถูกขุดขึ้นมาใช้อย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันความรู้ใหม่ๆก็เข้ามามีพื้นที่อยู่ในหัว ได้ออกไปทำงานหลายที่หลายทาง เกิดความประทับใจก็หลายครั้งหลายหน - - ทริปกรุงชิง เมืองคอน - - จำได้แม่นว่าเป็นทริปออกต่างจังหวัดครั้งแรก เกิดอาการหวั่นพอประมาณที่ต้องนั่งรถตู้เดินทางไกลเป็นสิบชั่วโมง เพราะไม่เคยเดินทางไกลอย่างงี้มาก่อน อีกอย่างเพื่อนสนิทคนนึงก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จากไปแบบที่คนรอบข้างและเพื่อนฝูงไม่ทันตั้งตัว ทำเอาจิตตก ไม่กล้านั่งรถเส้นทางยาว แต่นั่งไปนั่งมาก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ครั้งนั้นเป็นงานสืบชะตาคลองกลาย เพราะภาครัฐจะสร้างเขื่อนซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้าน ชาวคลองกลายและพื้นที่ใกล้เคียงเลยจัดงานสืบชะตาขึ้นมาซะ เป็นการเรียกขวัญกำลังใจทางหนึ่ง สิ่งที่ทำให้นึกถึงคลองกลายมาได้ถึงตอนนี้ นอกจากจะเพราะเป็นงานแรกที่ได้ออกต่างจังหวัดแล้ว ก็คงเพราะวงสนทนาเล็กๆรอบกองไฟริมลำธาร คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ เบื่อก็แหงนหน้าขึ้นมองฟ้าดูดาวระยิบระยับ มีเสียงน้ำของลำธารไหลเบาๆให้ฟังพอเป็นซาวด์แทร็ค ตื่นเช้ามาก็ลงไปเล่นน้ำในลำธาร ส่วนตอนสายๆของวันหนึ่งก็ไปเดินสำรวจพื้นที่ป่าชุมชน มีเวลาเหลือก็ไปน้ำตกกรุงชิง เอ่อ...งานนี้เสียฟอร์มชะมัด ขากลับนั่งรถผ่านวัดมหาธาตุ อธิษฐานว่าขอให้ได้เข้าไปไหว้สักครั้ง... - - ทริปดอยตุงหอฝิ่น เชียงราย - - สนใจเรื่องหอฝิ่นที่เชียงรายมาตั้งแต่ต้นปี 48 แต่กว่าจะมีโอกาสได้ไปเยือนก็ผ่านไปตั้ง 7 เดือน เริ่มต้นด้วยการขึ้นไปชมพระตำหนักดอยตุง ตกเย็นก็ทานอาหารฝีมือพ่อครัวมีดีกรีอดีตเชฟจากโรงแรมโอเรียนเต็ลข้างบนนั้น แล้วพักที่บ้านต้นน้ำ 31 อยู่บนดอยตุงนั่นแหละ ตื่นเช้ามาแบบ...ยิ้มตลอด นอนมองสนามหญ้าที่ชื้นด้วยน้ำค้าง ออกไปหน่อยเห็นหมอกลอยอ้อยอิ่งเรี่ยยอดเขา สวยจนแทบไม่อยากจะลุกจากที่นอน แล้วก็เตรียมตัวไปหอฝิ่นที่ไม่คิดว่าจะมีเทคนิคการจัดแสดงน่าสนใจขนาดนั้น - - ทริปสบเมย แม่ฮ่องสอน - - เรียกเอาเองว่าเป็นทริป เซเว่น-อีเลฟเว่น เพราะไปวันที่ 7 แล้วกลับวันที่ 11 มกรา 50 เป็นงานวันเด็กไร้สัญชาติสบเมย นั่งรถตู้ยาวอีกแล้ว สนุกสนานฮาเฮเบื่อไปตามเรื่อง ล่องเรือไปตามแม่น้ำสาละวินเพื่อเข้าไปพื้นที่จัดงาน นอนบ้านชาวกะเหรี่ยงเจ้าของพื้นที่ น้ำท่าแทบไม่ต้องอาบ กลัวหนาวตาย (เวอร์ไปนิด แท้จริงเป็นข้ออ้าง) ไม่มีไฟฟ้า อาศัยแต่แสงจากลำเทียน ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู มีแต่ดูหน้าพวกเดียวกันเอง ไม่มีอะไรทำแล้วก็หาเรื่องลงไปริมสาละวิน ถ่ายรูปฮาเฮ กินไก่ทอดเหนียวๆ (พยายามคิดว่ามันคือไก่เคเอฟซี) บอกเพื่อนร่วมคณะให้จิ้มไก่ลงไปในแม่น้ำสาละวินก็ไม่ทำ จะมีบ่อยมั๊ยล่ะ...ไก่จุ่มสาละวิน รู้สึกว่าเวลาเดินช้าลงเมื่ออยู่ที่นั่น เพราะไม่ต้องรีบร้อนทำอะไรแข่งกับเวลาเหมือนอยู่ที่นี่ เด็กๆและชาวบ้านเชื้อสายกะเหรี่ยงในพื้นที่แถบนั้นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90 อัพ) ไม่มีสัญชาติ พอไม่มีสัญชาติปัญหาก็ตามมาทั้งเรื่องการศึกษาที่ขอทุนไม่ได้เพราะไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีทะเบียนบ้าน จะออกนอกพื้นที่ก็ไม่ได้อีก เพราะเดี๋ยวจะโดนจับ ปวดหัวปวดท้องปวดไส้ ยาที่ได้ก็ไม่พ้นยาพื้นฐานซึ่งไม่สามารถรักษาเยียวยาอาการได้อยู่หมัด เรื่องบัตรทองไม่ต้องพูดถึง ไม่ใช่คนไทยก็ไม่มีบัตร เงินทองก็ยิ่งหายาก ต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง กลายเป็นวงจรอันน่าเกลียดที่ส่วนใหญ่สลัดตัวออกมาไม่พ้น |
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |