พิมพ์หน้านี้
|
"เรียนประวัติศาสตร์ไปทำไม" เป็นคำถามเมื่อหลายปีก่อนตอนเลือกเรียนสาขานี้เป็นวิชาเอก "อยากรู้เรื่องชาวบ้าน" เป็นคำตอบสั้น-ง่าย ที่มีให้หลายคนที่ไถ่ถาม ทำปากดีไปอย่างงั้น เพราะอันที่จริงแล้วตอนเลือกเรียนก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่ในเมื่อมีต้นทุนชอบวิชาประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยมัธยม ก็เลยตัดสินใจเลือกประวัติศาสตร์เป็นวิชาหลัก คิดว่าอย่างน้อยการเรียนประวัติศาสตร์ในระดับปริญญาตรีมันคงไม่ใช่การท่องจำ เหมือนอย่างที่ใครๆ "แปะป้าย" ให้กับการเรียนประวัติศาสตร์เป็นแน่ แล้วมันก็ใช่ตามที่คนส่วนใหญ่คิดจริงๆด้วย เฮ้ย! ไม่ใช่ แล้วการเรียนประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา...(ฟังดูเกินจริงยังไงไม่รู้แฮะ) การเรียนประวัติศาสตร์จะมีวิชาบังคับเอก 7 วิชา อย่าง ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รู้จักในชื่อไม่ค่อยเป็นทางการว่า "ซีฮิส") ประวัติศาสตร์จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี (เรียกย่อๆว่า ซีเจเค ค่ะ แล้วจะมีเด็กเอกจีน เอกญี่ปุ่น มาลงเรียนด้วย เพราะการเลือกเรียนเอกภาษาไม่ใช่ว่าจะเน้นภาษาอย่างเดียว การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ของเจ้าของภาษานั้นๆก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย) ประวัติศาสตร์ไทยสมัยก่อน (pre-mod thai his เรียกกันว่าวิชาพรีม๊อด) ประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ (วิชาม๊อดไทย) ประวัติศาสตร์ยุโรป ประวัติศาสตร์อเมริกา และ สัมมนาประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ได้รับการขนานนามว่า "สุดหิน" เพราะต้องทำรายงานมีเนื้อหาสาระทางวิชาการอย่างเข้มข้น (โอว แค่เขียนก็นึกถึงความสยองตอนนั้นได้เลย) คงเหมือนกับการทำสารนิพนธ์ของการเรียนในสาขาอื่นนั่นล่ะค่ะ ทั้ง 7 วิชากระจายลงเรียนในช่วงปีสองถึงปีสี่ เพราะยังต้องเรียนวิชาเลือกประวัติศาสตร์วิชาอื่นด้วย ทำให้ในแต่ละเทอมจะต้องเรียนวิชาในเอกอย่างน้อย 2 วิชา และเคยทำสถิติมากสุดถึง 4 วิชา (ช่างกล้า) เมื่อเริ่มเรียนไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าประวัติศาสตร์ช่างมี "มิติ" เหลือเกิน ทำให้สนุกกับการเรียนมากขึ้น สุโขทัยที่บอกกันว่า "เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" เมื่อได้อ่านหนังสือวิชาการทางประวัติศาสตร์ ก็พบว่ามีการนำเสนอสุโขทัยในอีกแง่หนึ่ง ...สุโขทัยไม่ได้อุดมสมบูรณ์อย่างที่คิด เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการจัดการระบบน้ำ จัดการระบบการค้า และอีกสารพัด "อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน" ก็มีขุนนางเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทเด่น มีอำนาจต่อรองทางการเมือง เป็นขุมกำลังทางการเมืองที่สำคัญ มีการตัดทอนอำนาจขุนนางด้วยวิธีการต่างๆ มีชาวต่างชาติมาเป็นตัวละครหลักด้วยในบางช่วงบางตอนของประวัติศาสตร์อยุธยา โดยเฉพาะสมัยพระนารายณ์ พระเจ้าปราสาททอง พระราชพงศาวดารฉบับต่างๆสมัยอยุธยาที่หลงเหลือมาถึงยุคปัจจุบัน ก็ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์ต่างๆ การชำระพระราชพงศาวดารในยุคต่างๆก็ย่อมแฝงนัยไว้ด้วย การเปลี่ยนถ้อยคำเพียงนิดเดียวสามารถส่งผลให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งกลายเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายได้ในพริบตา การสอบทานพระราชพงศาวดารกับหลักฐานและเอกสารต่างๆจึงเป็นเรื่องสำคัญ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่การค้ากับจีนรุ่งเรือง ทำให้เกิด "กระฎุมพี" ชนชั้นใหม่ที่ไม่ใช่พวกเจ้านายหรือขุนนาง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มีอะไรมากกว่าที่คิด มีแรงผลักดันจากภายในและภายนอกยังไง พอเรียนแล้วก็ทำให้รู้มากขึ้น ถึงยุคจอมพลเรืองอำนาจ ก็มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มการเมือง กลุ่มทหาร กลุ่มตำรวจ ฯลฯ การเรียนประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่การท่องจำเป็นหลัก แต่อาศัยการท่องจำเป็นพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วก็ทำให้การเรียนมีความสุขและสนุกมากขึ้น แม้ตอนเรียนจะนั่งหาวๆๆ ตอบคำถามอาจารย์ไม่ได้ก็ตาม... ขอบพระคุณอาจารย์ที่สอนสั่ง ขอบพระคุณตำราที่ได้อ่าน ป.ล.อาจารย์อย่าเอาเกรดคืนนะคะ ขอร้อง... |