• delicoco
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-15
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 21617
  • จำนวนผู้โหวต : 98
  • ส่ง msg :
อีกไม่นานก็เช้า
บ้านนี้หาสาระอันใดไม่ค่อยจะได้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/delicoco
วันอาทิตย์ ที่ 2 กันยายน 2550
ฮิสทรี่ แอนด์ มาย สตอรี่
Posted by delicoco , ผู้อ่าน : 343 , 12:34:51 น.   | หมวดหมู่ : good old days  
พิมพ์หน้านี้


"เรียนประวัติศาสตร์ไปทำไม"

เป็นคำถามเมื่อหลายปีก่อนตอนเลือกเรียนสาขานี้เป็นวิชาเอก

"อยากรู้เรื่องชาวบ้าน"

เป็นคำตอบสั้น-ง่าย ที่มีให้หลายคนที่ไถ่ถาม

ทำปากดีไปอย่างงั้น เพราะอันที่จริงแล้วตอนเลือกเรียนก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่ในเมื่อมีต้นทุนชอบวิชาประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยมัธยม ก็เลยตัดสินใจเลือกประวัติศาสตร์เป็นวิชาหลัก

คิดว่าอย่างน้อยการเรียนประวัติศาสตร์ในระดับปริญญาตรีมันคงไม่ใช่การท่องจำ เหมือนอย่างที่ใครๆ "แปะป้าย" ให้กับการเรียนประวัติศาสตร์เป็นแน่

แล้วมันก็ใช่ตามที่คนส่วนใหญ่คิดจริงๆด้วย เฮ้ย! ไม่ใช่

แล้วการเรียนประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา...(ฟังดูเกินจริงยังไงไม่รู้แฮะ)

การเรียนประวัติศาสตร์จะมีวิชาบังคับเอก 7 วิชา อย่าง ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รู้จักในชื่อไม่ค่อยเป็นทางการว่า "ซีฮิส") ประวัติศาสตร์จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี (เรียกย่อๆว่า ซีเจเค ค่ะ แล้วจะมีเด็กเอกจีน เอกญี่ปุ่น มาลงเรียนด้วย เพราะการเลือกเรียนเอกภาษาไม่ใช่ว่าจะเน้นภาษาอย่างเดียว การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ของเจ้าของภาษานั้นๆก็เป็นเรื่องสำคัญด้วย)

ประวัติศาสตร์ไทยสมัยก่อน (pre-mod thai his เรียกกันว่าวิชาพรีม๊อด) ประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ (วิชาม๊อดไทย) ประวัติศาสตร์ยุโรป ประวัติศาสตร์อเมริกา และ สัมมนาประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ได้รับการขนานนามว่า "สุดหิน" เพราะต้องทำรายงานมีเนื้อหาสาระทางวิชาการอย่างเข้มข้น (โอว แค่เขียนก็นึกถึงความสยองตอนนั้นได้เลย) คงเหมือนกับการทำสารนิพนธ์ของการเรียนในสาขาอื่นนั่นล่ะค่ะ

ทั้ง 7 วิชากระจายลงเรียนในช่วงปีสองถึงปีสี่ เพราะยังต้องเรียนวิชาเลือกประวัติศาสตร์วิชาอื่นด้วย ทำให้ในแต่ละเทอมจะต้องเรียนวิชาในเอกอย่างน้อย 2 วิชา และเคยทำสถิติมากสุดถึง 4 วิชา (ช่างกล้า)

เมื่อเริ่มเรียนไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าประวัติศาสตร์ช่างมี "มิติ" เหลือเกิน ทำให้สนุกกับการเรียนมากขึ้น

สุโขทัยที่บอกกันว่า "เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" เมื่อได้อ่านหนังสือวิชาการทางประวัติศาสตร์ ก็พบว่ามีการนำเสนอสุโขทัยในอีกแง่หนึ่ง ...สุโขทัยไม่ได้อุดมสมบูรณ์อย่างที่คิด เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการจัดการระบบน้ำ จัดการระบบการค้า และอีกสารพัด

"อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน" ก็มีขุนนางเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทเด่น มีอำนาจต่อรองทางการเมือง เป็นขุมกำลังทางการเมืองที่สำคัญ มีการตัดทอนอำนาจขุนนางด้วยวิธีการต่างๆ มีชาวต่างชาติมาเป็นตัวละครหลักด้วยในบางช่วงบางตอนของประวัติศาสตร์อยุธยา โดยเฉพาะสมัยพระนารายณ์ พระเจ้าปราสาททอง

พระราชพงศาวดารฉบับต่างๆสมัยอยุธยาที่หลงเหลือมาถึงยุคปัจจุบัน ก็ถูกเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์ต่างๆ การชำระพระราชพงศาวดารในยุคต่างๆก็ย่อมแฝงนัยไว้ด้วย การเปลี่ยนถ้อยคำเพียงนิดเดียวสามารถส่งผลให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งกลายเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายได้ในพริบตา การสอบทานพระราชพงศาวดารกับหลักฐานและเอกสารต่างๆจึงเป็นเรื่องสำคัญ

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวที่การค้ากับจีนรุ่งเรือง ทำให้เกิด "กระฎุมพี" ชนชั้นใหม่ที่ไม่ใช่พวกเจ้านายหรือขุนนาง

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 มีอะไรมากกว่าที่คิด มีแรงผลักดันจากภายในและภายนอกยังไง พอเรียนแล้วก็ทำให้รู้มากขึ้น

ถึงยุคจอมพลเรืองอำนาจ ก็มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มการเมือง กลุ่มทหาร กลุ่มตำรวจ

ฯลฯ

การเรียนประวัติศาสตร์จึงไม่ใช่การท่องจำเป็นหลัก แต่อาศัยการท่องจำเป็นพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วก็ทำให้การเรียนมีความสุขและสนุกมากขึ้น

แม้ตอนเรียนจะนั่งหาวๆๆ ตอบคำถามอาจารย์ไม่ได้ก็ตาม...

ขอบพระคุณอาจารย์ที่สอนสั่ง

ขอบพระคุณตำราที่ได้อ่าน

ป.ล.อาจารย์อย่าเอาเกรดคืนนะคะ ขอร้อง...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 38
kokoyadi วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 09.31 น.
http://www.oknation.net/blog/kokoyadi
Blog me if you can!!! KoKoyadi  โกโก้...อย่าดิ

เรียนเอกเดียวกันเลยอ่ะครับ...

สำหรับผม ปีสอง เรียนด้วยความมึน
ปีสาม เริ่ม เออออได้
ปีสี่ มันถึงอ๋อ...

เหมือนจิ๊กซอล ที่ได้ไกลเสร็จ นึกไม่ออก
ความคิดเห็นที่ 37
aoikrub วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 23.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pimpimol

ประวัติศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีมิติ และน่าสนใจ โดยไม่ต้องพยายามทำตัวให้เก๋
เราไม่สามารถรู้จักใครสักคนโดยไม่รที่มาที่ไปและความเชื่อของคนๆ นั้น เลยเชื่อว่าเราก็คงไม่สามารถรู้จักสังคมทั้งของตัวเองและรอบข้างได้ถ้าเราไม่รู้จักประวัติศาสตร์ของสังคมนั้น
วิชาเอกตอนเรียนตรีคือประวัติศาสตร์ศิลปะ ดีใจมากๆ ที่หลงผิดไปเลือก
การได้รู้ถึงแนวคิดและที่มาที่ไปของงานศิลปะ ทำให้เราเห็นความงามในงานศิลปะได้อย่างละเมียดละไมยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นที่ 36
yongchan วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

คุณน้อง... คุณพี่ก็ชอบ... สมัยเรียนก็ต้องเจอบ้าง ไม่เชิงประวัติศาสตร์เพียวๆ แต่เป็นประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของชาติต่างๆ น่ะ โดนหมด ทั้งจีน ญี่ปุ่น เมกา ยุโรป และไทยแลนด์ ก็เรียนรัฐศาสตร์นี่เนอะ

สมัยนั้นเรียนไปงั้นๆ แต่พอตอนนี้รู้เลยว่า ถ้าเราไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ เราจะไม่เข้าใจความเป็นไปของคนและสังคมนั้นๆ เลยนะ

รักและคิดถึงมากๆๆ
ความคิดเห็นที่ 35
ku_khuan วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 12.38 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"มัวพะวงว่าจะสูญเสีย...สิ่งนั้นสิ่งนี้จะหายไป...แล้วได้อะไรขึ้นมา?  แม้แต่ชีวิตเราเอง....ก็ต้องสูญหายไปสักวันเหมือนกัน">>

หวัดดี กินข้าวกลางวันยัง ยัยโกโก้
ความคิดเห็นที่ 34
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 08.14 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

สุดยอดเลยน้อง เดลี่โกโก ประวัติศาสตร์ส่องอนาคต ถ้าพี่ไม่ติดเยอรมันก่อน พี่เรียน ปวศใ แหงๆ คนเรียนวิชานี้สามารถสรุปความคิดรวบยอดได้ดีมากๆ

หลายๆอย่างที่น้องเล่า ตรงเผง เขียนปวศ. เพื่อผลบางอย่าง แต่ไม่เป็นแบบนั้นในความเป็นจริง สุโขทัยชัดมาก ห่างแหล่งน้ำ ตั้ง 12 กม. น้ำจะดื่มยังต้องตระเตรียม
ความคิดเห็นที่ 33
ปฐม วันที่ : 04/09/2007 เวลา : 07.15 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ผมก็เป็นคนชอบประวัติศาสตร์
เพราะอยากรู้บทบาทในปูมหลัง
ชาติที่เป็นชาติต้องมีพลัง
และความหลังก็คือสิ่งจำเป็น

รู้ทำไม... รู้นั้นก็เพื่อรู้
แล้วเฝ้าดูทางผ่านมองให้เห็น
ว่าสิ่งนี้เกิดมาแสนลำเข็ญ
ยุคขุกเข็ญรอดพ้นมาได้อย่างไร

การเรียนวิชาประวัติศาสตร์
ถ้าประหลาดก็จำบทมิสงสัย
แต่ถ้าเรียนประวัติศาสตร์ให้ได้ใจ
ถามเอาไว้ คิดเอาไว้ อย่าไปกลัว

เพราะประวัติศาสตร์ของเราแต่ครั้งก่อน
ช่างกระล่อนและเหมือนอยู่ที่สลัว
มองทางไหนก็เห็นแต่เงามัว
เพราะเรากลัวที่จะพูดทุกสิ่งอัน

ยุคโบราณแบ่งไว้เป็นสองยุค
ซึ่งทุกคนก็รู้แต่ไม่ขัน
ก่อนหรือหลังประวัติศาสตร์ไม่ต่างกัน
แต่แยกนั้นให้มันหรูดูดีไป

ทำไมเรียกว่าก่อนประวัติศาสตร์
และว่าหลังประวัติศาสตร์ประหลาดไหม
สืบได้ว่าคนนี้มีที่ไป
จึงแบ่งไว้ให้คนได้ชัดเจน

แต่คนไทยเรียนรู้นี้ประหลาดนัก
หลังยุครักประวัติศาสตร์ยังไม่เห็น
ทำมืดมัวแก่วิชาแล้วหน้าเป็น
ได้แต่เห็นก่อนยุคสืบได้ไป

นักวิชาของไทยนั้นสุดยอด
รู้ตลอดเห็นแจ้งสร้างสงสัย
ได้สร้างทฤษฏีแปลก ๆ อยู่เรื่อยไป
แต่หากไซร้คนรุ่นเก่าไม่รับเก่า

เพราะวิชาต่าง ๆ มีที่แยก
ถ้าให้แปลกตั้งคำถามให้ดูเก๋า
นักวิชาต้องหมั่นคิดค้นคว้าห้ามรู้เบา
แล้วชาติเราจะรุ่งเรืองวิชาการ

สร้างมิติประวัติศาสตร์ด้วยสงสัย
แล้วจำไว้พูดไว้อย่างกล้าหาญ
ตำราว่าก็จำไว้เป็นงาน
แต่อย่ากราบอย่ากรานตลอดไป

ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ

กรี๊ดดดดด




กร๊ากกกกก


ความคิดเห็นที่ 32
yai2333 วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 23.49 น.
http://www.oknation.net/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

จำได้ว่าตอนเรียนขี้เกียจมาก...
พอโตขึ้น...เฮ้อ...ทำไมถึงได้ขี้เกียจอย่างนั้นนะ...




...

ความคิดเห็นที่ 31
ทิวสน วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 23.27 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ความคิดเห็นที่ 39
delicoco วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco
ip : 203.150.202.226

ตอนเด็กๆ ชอบเล่นน้ำฝนค่ะ ช่างไม่กลัวฟ้าผ่าเอาซะเลย รู้สึกสายฝนให้ความชุ่มฉ่ำเย็นสบายดีค่ะ
พอโตขึ้นทำแบบนั้นไม่ได้ละ กลัวชุดจะเปียกบ้าง กลัวจะเป็นหวัดบ้าง กลัวฟ้าจะผ่าบ้าง ทั้งที่ตอนเด็กไม่ได้กลัวอะไรพวกนี้สักอย่าง ว่าแล้วก็อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจัง

...................................................

อ่านแล้วรู้สึกสัมผัสความสุข และได้กลิ่นไอความหอมหวาน ในความทรงจำ ที่ชุ่มฉ่ำครับ

ผมเองก็เคยวิ่งเล่น ตากฝน เล่นกีฬาตากฝน มันสนุก
ท้าทาย ไม่กลัวหวัด ไม่กลัวไข้ และก็แปลก ที่ไม่เป็นอะไรจริงๆ


เมื่อเช้าก็ตากฝนปรอย ไปทำงาน ได้ความรู้สึกสดชื่นไปอีกแบบครับ

* * * * *

ตอนเด็กๆ ผมไม่ชอบเลยครับ ประวัติศาสตร์
แต่พอโตขึ้น กลับอยากรู้ อยากเห็น เรื่องราวเก่าๆ
ไม่ว่าหนังสือ หรือ ภาพยนตร์ ชอบครับ

* * * * * * * * * *


ความคิดเห็นที่ 30
Sainam วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 22.52 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

จำได้ว่าเวลาเรียนขี้เกียจมาก

แต่ตอนนี้นึกถึงเวลานั้นแล้ว เสียดาย ทำไมเราไม่ขยันกว่านี้นะ มีออะไร ๆ ตั้งหลายอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจทำตอนเรียน
ความคิดเห็นที่ 29
PlaPinky วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 21.34 น.
http://www.oknation.net/blog/plakemon
<;)))>< ปลาชมพู

ไม่ว่าเรียนอะไรมา สอบ Final เสร็จปั๊บ คืนความรู้ อ. หมดเลย
กลัว อ. ไม่มีสอนรุ่นน้องอ่ะค้าบ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 28
auguzzy วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ดีครับ เรียนรู้ประวัตศาสตร์เยอะๆ
เผื่อซ้ำรอย
ความคิดเห็นที่ 27
ลูกหมูสีชมพู วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 19.36 น.
http://www.oknation.net/blog/Burin001

ตอนเด็ก ๆ รู้สึกเบื่อมากเลย แต่ตอนนี้ต้องตะเกียกตะกายหาหนังสือมาอ่าน
ความคิดเห็นที่ 26
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 16.16 น.
http://www.oknation.net/blog/champions

มาดูประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่นี่จ้า
ความคิดเห็นที่ 25
เมอร์ซีไซด์สีแดง วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 15.08 น.
http://www.oknation.net/blog/LIVRED


อาจารย์ไม่เอาเกรดคืนหรอกครับ แต่เราควรเอาไปคืนให้ท่านต่างหาก...ผมเองก็เหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 24
ฅนผ่านทาง วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 14.55 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

นี่แหละครับคุณค่าของสิ่งที่เราอยากเรียนรู้ ถึงจะมีใครไม่เห็นด้วยก็ตาม
การได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนและสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ได้จริงนั่นแหละ.. คือสิ่งที่ควรเป็นไป..

ชื่นชมครับ
ความคิดเห็นที่ 23
chorcha วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 13.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chorcha

ชอบอ่านประวัติศาสตร์ แต่ไม่ชอบเรียน
เพราะขี้เกียจจำ ....555
เลยหนีไปเรียนอะไรที่ไม่จำเป็นต้องท่องจำ น่ะ

แวะมาทักทายตอนบ่าย
อิ่ม แล้ว ก็ง่วง
ยิ้มล่ะเป็นไงมั่ง เหนื่อยไหม สบายดีหรือเปล่า คิดถุง
ความคิดเห็นที่ 22
ku_khuan วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/khuan
<<"มัวพะวงว่าจะสูญเสีย...สิ่งนั้นสิ่งนี้จะหายไป...แล้วได้อะไรขึ้นมา?  แม้แต่ชีวิตเราเอง....ก็ต้องสูญหายไปสักวันเหมือนกัน">>

ไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์ค่ะ
แต่เป็นวิชาที่ชอบมากๆ
หนังสือประวัติศาสตร์กอง พะเนิน เต็มห้อง
อะไรที่ไม่เรียนดันอยากรู้ อะไรที่ไม่รู้คือสิ่งที่ลงเรียน
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

โกโก้จ๋า คิดถึงนะยะหล่อน
ความคิดเห็นที่ 21
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ความคิดเห็นที่ 36
delicoco วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 11.03 น.
ตุ้มจิ๋ววันนี้น้ำตาลอาการดีขึ้นรึยัง ดูแลน้ำตาลดีๆนะ เดี๋ยวจะน้อยใจไปมากกว่านี้ เหะๆ
...........
เมื่อวานเย็นไม่กินข้าว แต่เลย์ถุงใหญ่ 1 ขนมโมจิ4 กูลิโกะ1 แถมมาขอไอติมอีก
ชักสงสัย ว่ามันจะป่วยการเมืองซะแล้ว นี่ก็นอนหลับพริ้มอยู่ตรงนี้..
กินข้าวกลางวัน รึยังจ๊ะ คนสวย
ความคิดเห็นที่ 20
cozy วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 12.44 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
dextropropoxyphene, methadone,nalbuphine, pethidine, pentazocine buprenorphine, dextromoramide,chlormethiazole. f**k it, we would've injected vitamin C if only they'd made it illegal.

หวัดดียามเที่ยง - กินไรละยังฮะ
ความคิดเห็นที่ 19
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

ตุ๊ง ตุ่ง เอาข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำเต้าหู้ แขวนไว้นะ..
มีความสุขกับ วันทำงานค่ะ แม่สาวยิ้มหวานซะเหลือเกิน
ความคิดเห็นที่ 18
shibuki วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 01.13 น.
http://www.oknation.net/blog/shibuki
Life is short and beauty transient

ประวัติศาสตร์จีนญี่ปุ่นเกาหลีที่คิดถึง...เอ๊ะ เราเรียนคลาสเดียวกับโกโก้รึเปล่านะ จริงๆก็อยากเรียนประวัติศาสตร์มากกว่านี้แต่ตอนอยู่มหาลัยไม่มีโอกาสได้ลงเรียนนอกเอกเลย เสียดาย...เฮ้อ ตอนนี้เลยพยายามซื้อหนังสือมาอ่านเอาเอง วันนี้ไปเดินซื้อของได้หนังสือ "คนไทยในกองทัพนาซี" ของสำนักพิมพ์สารคดีติดมือมา อ่านแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะจ้ะ
ความคิดเห็นที่ 17
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 01.10 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

มอร์นิ่งคะ หวานยังไม่หลับเลยคะ


ความคิดเห็นที่ 16
davidgypsy วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 00.08 น.
http://www.oknation.net/blog/davidgypsy
Thanks My Friends,Thanks My Sunshine.

ในฐานะนักเรียนประวัติศาสตร์ระดับเข้าเลือด
รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่มาเจอนักเรียนประวัติศาสตร์ (คุณก็รู้ว่ามันหาไม่ง่ายนัก)
หลังจากอ่านจบแล้ว ก็รู้สึกดีใจที่ยังมีนักเรียนประวัติศาสตร์เห็นคุณค่าที่แท้จริงของวิชานี้

ความคิดเห็นที่ 15
ทิวสน วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.48 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

เรื่องน่าอ่านครับ

แต่วันนี้ เหนื่อยเพลีย ง่วงสุดๆ
ไปวิ่งรอบสวนหลวง ร.9 มา
ความที่ค่อยได้ออกกำลังกาย ผลเลยออกมาตาม
ขา ที่นหักอึ้ง อิอิ

มาแปะไว้ก่อน และจะมาอ่านพรุ่งนี้เช้านะครับ

* * * * * * * * * *

ความคิดเห็นที่ 14
cozy วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
dextropropoxyphene, methadone,nalbuphine, pethidine, pentazocine buprenorphine, dextromoramide,chlormethiazole. f**k it, we would've injected vitamin C if only they'd made it illegal.

ผมมีปัญหากับวิชาประวัติศาสตร์สมัยมัธยมเสมอเลยฮะ คุณโกโก้

ประวัติศาตร์ไทยในตำราเรียนนอกจากเป็นเส้นตรงเกินไปแล้ว ยังละเลยหลายๆอย่างอย่างจงใจสร้างทัสนคติที่(ผมว่า)ไม่ถูกให้เด็กๆ

เอาแค่หลักศิลาจารึก ตกลงรู้หรือยังว่าใครสร้างกันแน่ แค่นี้ก็แบะๆๆ แล้วฮะ


ความคิดเห็นที่ 13
มัชฌิมา วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สมัยเรียน สอบเกือบตก เป็นประจำ ทั้งๆที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์มากๆ เยย
ความคิดเห็นที่ 12
slipknot วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

เวลาเรียนผมชอบวิชานี้
ความคิดเห็นที่ 11
TheQueenofNostalgia วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 20.04 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
Frankly my dear, I don't give a damn.

เราชอบเรียนประวัติศาสตร์
สนุกจะตายเนาะ เราชอบรู้เรื่องเกี่ยวกับที่โน่นที่นี่ในอดีต
เคยเรียนวิชานึง ชื่อ วรรณกรรมไทยสมัยปัจจุบัน
ครึ่งหนึ่งของการเรียนก็คือประวัติศาสตร์ในสมัยรัตนโกสินทร์เนี่ยแหละ ทำให้รู้ที่มาที่ไป ประวัติคนเขียนหนังสือและสังคมในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ...ก่อนที่จะทำความเข้าใจวรรณกรรมให้ถ่องแท้

แต่เราว่าถ้าวิชาประวัติศาสตร์เพียวๆ อาจจะต้องเน้นการศึกษาจากหลายแหล่งข้อมูล ในมุมที่ต่างกันรึเปล่า
เหมือนคำที่เขาว่า ประวัติศาสตร์อยู่ที่คนเขียน
ความคิดเห็นที่ 10
sat11 วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 18.09 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11

เมื่อก่อนเรียนแล้วไม่ชอบเลยน่าเบื่อสุดๆ
เป็นวิชาที่ได้คะแนนน่าหดหู่
แต่เดี๋ยวนี้สงสัยสอดรู้สอดเห็นมากขึ้นมัง
เริ่มสนุกกับมันละรึแก่ขึ้นหว่า....
ความคิดเห็นที่ 9
delicoco วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 15.41 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco

มีคำกล่าวที่ว่า "ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์"
แต่ละฝ่ายมีการเขียนประวัติศาสตร์ที่ต่างกัน ดูอย่างกรณีประวัติศาสตร์สมัยอยุธยานั่น พระราชพงศาวดารอยุธยากับพระราชพงศาวดารฝั่งพม่า...เรื่องเดียวกันยังเขียนไม่เหมือนกัน
ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนให้กับปัจจุบัน แต่บางครั้งประวัติศาสตร์ก็ช่วยปัจจุบันไม่ได้

คุณเจ้าโอ๋ - ค่า เจิมค่า ไปเจิมคืนที่บ้านคุณเจ้าโอ๋แล้วไม่รู้ทันรึเปล่า เพราะเจ้าบ้านไม่ได้ขึ้นความเห็นให้อ่านน่ะ

ปุ๊บปั๊ป - ประวัติศาสตร์มีชีวิต

คุณ Kati - ถูกเลยค่ะ เวลาเรียนพวกเราจะเชื่อกันว่า ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียนให้กับปัจจุบันและอนาคต แต่บางครั้งคนเราก็ไม่เคยเรียนรู้ประวัติศาสตร์เลย

มิส - ช่ายแล้ว ประวัติศาสตร์สนุกตรงที่เราเอามาวิเคราะห์ปัจจุบันได้ ไม่ต้องมองไกล เรื่องของรัฐบาลชุดก่อนก็เป็นประวัติศาสตร์ (ที่หลายคนคงไม่อยากจำ) ที่เราเอามาพูดถึงกันอยู่บ่อยๆ

ครูพิม - อย่านะ กลัวววว

psl_cp127 - อย่างงี้เรียกว่าเลียนแบบประวัติศาสตร์ หึๆ

ตุ้มจิ๋ว - เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อเรียนรู้ปัจจุบัน (ทำหน้าตามุ่งมั่นด้วยนะ)

หวาน - เป็นนักประวัติศาสตร์ที่ลืมโลกและโลกลืมด้วยค่ะ ฮ่าๆ
ความคิดเห็นที่ 8
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 15.16 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

มาทักทาย ในบ่ายวันอาทิตย์
กับนักประวัติศาสตร์คนนึง
ของโลก..อิอิ

คิดถึงคะ
"หวาน"

ความคิดเห็นที่ 7
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 14.39 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan

การเรียนประวัติศาสตร์ มันทำให้เราย้อนกลับไปหาคำตอบ ของ ปัจจุบัน รึปล่าว
ถ้าใช่ มันคงจะดี แต่ บางทีถ้าเราโดนเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ซะกลางทางหละ
พอมาถึง เรา มันก็จะพลิก เป็นอีกหน้านึงไปเลย
ไม่แตกฉานเรื่องนี้หรอก แต่ รู้สึกแบบนั้น....
ความคิดเห็นที่ 6
psl_cp127 วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 12.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pslcp127
The  feeling  of  LOVE  starts  from  the  eyes,  But  the  feeling  of  LIKE  starts  from  the ears..


** ชอบประวัติศาสตร์นะ...แต่ไม่ชอบประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแบบการเมืองไทยอ่ะ..ซ้ำๆซากๆ..อ่ะนะ..
ความคิดเห็นที่ 5
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 12.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pimeiei
....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......


ตามมาเจิมกะเค้าด้วยคนที่เท่าไหร่ไม่รู้แร๊ะ อิอิอิ
อาจารย์คงไม่ตามมาเอาเกรดคืนหรอกคุณยิ้ม
แต่อาจารย์อาจให้ชาวบ้านสมัยสุโขทัย
มาตามคืนรึป่าวอันนี้ไม่แน่ใจ
5555555555
มีความสุขวันหยุดมาก ๆ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
มิสนอราห์ วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 12.52 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

ประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่สนุกนะ ตอนเด็กๆสมัยมัธยมก็เคยคิดว่าเราเรียนไปทำไม คือตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า เรียนไปเพื่อรู้รากเหง้าของชาติตัวแค่นั้น ยังไม่รู้ว่ามันเอามาบรรจบกับชีวิตจริงหรือชีวิตการงานได้หรอ วิชาแบบนี้ (คิดแบบเด็กๆมัธยมอ่ะนะ)

แต่พอมาทำงานสายที่ทำอยู่ปัจจุบัน การเขียนงานหลายชิ้นต้องกลับไปนั่งขุดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่มันเคยเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา และบ้านเมืองอื่นมาเป็นเคสตัวอย่างในการเขียน บางอันก็เล่นง่าย โทรศัพท์ไปถามนักวิชาการประวัติศาสตร์เลย ให้ช่วยเล่าหน่อย ฮ่า

แต่มิสฯเคยไปขลุกอยู่ในหอจม.เหตุที่มธ.อยู่อาทิตย์นึงนะ สนุกมาก ได้เห็นจม.ลายมือแท้ๆของสุธรรม แสงประทุม เขียนตอนติดคุก รวมทั้งของอีกหลายๆคนที่เป็นเอกสารอ้างอิงในประวัติศาสตร์ ได้เห็นนสพ.ดาวสยามแบบจะขาดแหล่มิขาดแหล่

ได้อ่านเรื่องราวของหัวหน้าพรรคนอมินีสมัยไปแหกปากในวิทยุยานเกราะ บอกว่านักศึกษาประชาชนในธรรมศาสตร์เป็นเวียดกง

เพราะกงล้อประวัติศาสตร์มักย้อนกลับ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ทางการเมือง

พอมาทำงานเรารู้เลยว่าการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เดือนตุลา และพฤษภามันสำคัญมากต่อการมองการเมืองไทยด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าในยุครัฐบาลทักษิณ ที่เคยมีคนประกาศจะไฮปาร์คใหญ่ด่าทักษิณ
คำถามว่า สนามหลวงเคยถูกนำมาใช้เป็นเวทีไฮปาร์คด่าผู้นำประเทศหรือไม่ (ไม่นับพวกม็อบนปก.นะ) เพราะตอนนั้นมีคนในรัฐบาลมาเถียงว่า ไม่สามารถใช้สนามหลวงได้ เนื่องจากที่ผ่านมาสนามหลวงเป็นที่ที่ใช้สำหรับงานพระราชพิธี ไม่เคยเปิดให้เป็นเวทีไฮปาร์ก

แต่ถ้าไปดูประวัติศาสตร์ก็พบว่าการใช้สนามหลวงเป็นเวทีไฮปาร์คครั้งแรกเกิดขึ้นในยุค จอมพลป.เช่นกัน

และถ้าเราเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ เฉพาะเรื่องการปฏิวัติก็สนุกแล้วล่ะถ้าเอามุมมองประวัติศาสตร์มาจับอ่ะ

ความสนุกของการรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ คือการเอาเรื่องนั้นมาวิเคราะห์ปัจจุบันและอนาคตได้นั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 3
Kati วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 12.47 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

สวัสดีครับ นักเรียนประวัติศาสตร์

เมื่อเหนี่ยวรั้งสายคันธนูแห่งอดีต ของประวัติศาสตร์ได้ยาวไกลเพียงพอ เมื่อเข้าใจเรื่องราวแต่หนหลัง เราก็จะปล่อยลูกธนูไปสู่อนาคต ได้อย่างเข้าใจ

ความเชื่อ และแนวคิดนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในบทเรียนของนักเรียนประวัติศาสตร์ นะครับ

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 2
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 12.39 น.
http://www.oknation.net/blog/champions

ชอบค่ะ

ประวัติศาสตร์ชีวิต
ความคิดเห็นที่ 1
chao-oa วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 12.36 น.
http://www.oknation.net/blog/chao-oa
<<<  รักคนมอง   จองคนอ่าน  >>>

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

เจิมก่องคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<<