พิมพ์หน้านี้
|
หยิบยืมดีวีดีหนังเรื่อง Music & Lyrics จากพี่สาวคนหนึ่งมานานแล้ว ถ้าจำไม่ผิดก็ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ปากบ่นว่าอยากดู๊ อยากดู แต่พอได้แผ่นมาแล้วกลับวางไว้เฉยๆซะนี่ มันน่าเขกกะโหลกมั้ยล่ะ เมื่อคืนเลยได้ฤกษ์หยิบมาดู เพราะพี่สาวคนนั้นบอกว่า ยังมีคนรอดูอีกเยอะ ฮ่าฮ่า พอเปิดเล่นก็จะมีให้เลือกว่าเป็นภาษาอะไร ก็กดเลือกภาษาไทย สักแป๊บจะมีขึ้นมาอีกว่าแล้วซับไทเทิลล่ะจะเป็นภาษาอะไร ก็กดภาษาไทยอีกรอบ สงสัยตัวเองจะกดผิดหรืองงกับอะไรสักอย่าง เลยกลายเป็นว่าไม่มีซับไทเทิลภาษาไทยขึ้นมาสักที ไม่เป็นไร ลองใหม่ ลองแล้วลองอีกก็ยังไม่ขึ้น (เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดมาแล้วตอนดูหนังแอนิเมชั่นเรื่อง สุสานหิ่งห้อย มีให้เลือกแต่ดันกดผิด เลยได้ดูเวอร์ชั่นพูดญี่ปุ่นแบบไม่มีซับ พยายามคิดในแง่ดีว่าการ์ตูนเป็นภาษาสากล ยังไงก็ต้องดูรู้เรื่อง โอว...ช่างคิดดีจริงฉัน) ในที่สุดก็เลยดู มิวสิค แอนด์ ลิริคส์ แบบภาษาอังกฤษล้วน หน้าเริ่มซีด ใจเริ่มสั่น หมดความมั่นใจไปเกือบทันที (เอ่อ...เกินไปละ เกินไปละ) ฮิวจ์ แกรนท์ เล่นเป็น อเล็กซ์ เฟล็ตเชอร์ อดีตนักร้องป็อบสตาร์วง "ป็อบ" ที่เคยโด่งดังสาวกรี๊ดแตกในยุค 80 แต่มาถึงยุคปัจจุบัน...สาวก็กรี๊ดบ้างล่ะนะ แต่ก็เป็นบรรดาสาวๆที่เติบโตมากับเพลงของเขาเท่านั้น ไม่ใช่สาวๆรุ่นใหม่แต่อย่างใด โถ่...พัวร์ อเล็กซ์ เดินบนถนนคนยังแทบไม่รู้จักว่านี่คือป็อบสตาร์คนดังของยุค 80 บังเอิ๊ญบังเอิญนักร้องสาวดาวรุ่งพุ่งแรงชื่อดังอย่าง คอร่า เกิดมีอเล็กซ์เป็นเหมือนไอดอล เลยอยากให้อเล็กซ์มาร่วมงานด้วย เธอจึงมอบหมายให้อเล็กซ์แต่งเพลงให้เธอขึ้นมาเพลงหนึ่ง ธีมของเพลงก็ประมาณ...way back into love เกิดมาจากเธอเพิ่งเลิกกับหนุ่มคนหนึ่ง เลยอยากให้เพลงได้สื่อความหมายบางอย่างออกมา ให้เวลาแต่งเพลงไม่กี่วัน เพื่อที่เธอจะได้ร้องเพลงนี้ในคอนเสิร์ตของเธอที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น คิดจนหัวแทบแตกก็คิดเนื้อเพลงไม่ออก...แล้ว โซฟี ฟิชเชอร์ (รับบทโดย ดรูว์ แบร์รี่มอร์) ก็โผล่มา แรกๆเธอปฏิเสธอย่างแรง "ฉันแต่งเพลงไม่ได้ ฉันแต่งเพลงไม่เป็น" แต่ผ่านไปสักพัก เนื้อเพลงแต่ละท่อนก็ค่อยๆออกมาจากความคิดของโซฟี พร้อมไปกับความรู้สึกดีๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับอเล็กซ์ แต่งเพลงเสร็จ ร้องเดโมเสร็จ ก็เอาไปให้คอร่าได้ฟัง นักร้องสาวชอบมันมาก แต่...เธอจะทำเพลงออกมาในเวอร์ชั่น อะดึ่งดึ๋ง กลิ่นอายแบบภารตะ โซฟีดูจะไม่ชอบความคิดนี้เท่าไหร่ เธอพยายามบอกคอร่าแต่อเล็กซ์ก็พยายามขวาง เพราะหากทำให้คอร่าไม่สบอารมณ์ นั่นอาจหมายถึงอเล็กซ์ต้องกลายเป็นอเล็กซ์ที่น่าสงสารอีกครั้ง... มีอยู่ประโยคหนึ่งที่อเล็กซ์บอกกับโซฟีว่าบางครั้งดนตรีก็เป็นธุรกิจ เล่นเอาโซฟีงงไปเลย หรืออย่างตอนที่อเล็กซ์พยายามให้โซฟีคั้นเนื้อเพลงประโยคสุดท้ายออกมาให้ได้ ทั้งที่เธอยังไม่อยู่ในสภาวะอารมณ์ปลอดโปร่งที่จะแต่งเนื้อเพลงได้ ก็ดูจะเป็นเรื่องบีบคั้นโซฟีซะเหลือเกิน อเล็กซ์อาจไม่ได้บอกแค่กับโซฟี แต่คงต้องการบอกกับทุกคนว่าโลกของดนตรีก็เป็นอย่างนี้แหละ...ก็เป็นได้ แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ส่อเค้าเปราะบาง ถึงวันแสดงคอนเสิร์ตของคอร่า โซฟีกับพี่สาว สามีของพี่สาว และลูกอีกสองคนของพี่สาวกับสามีพี่สาว (อ่อ พี่สาวของโซฟีกรี๊ดอเล็กซ์อย่างแรง) ก็ไปดูด้วย เรื่องมาคลี่คลายก็ที่คอนเสิร์ตนี้ล่ะค่ะ ถึงจะฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็มีความสุขดีค่ะกับหนังเรื่องนี้ มีประโยคที่โซฟีพูดอยู่ตอนหนึ่งทำนองว่า (ถ้าแปลผิดขออภัย เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง) ดนตรีหรือท่วงทำนองก็เหมือนกับตอนที่คุณได้เจอใครสักคน ส่วนเนื้อเพลงก็เหมือนกับช่วงที่คุณเริ่มรู้จักใครคนนั้นแล้ว ให้เนื้อเพลงได้พรั่งพรูความรู้สึกออกมา ทั้งดนตรีและเนื้อเพลงต้องไปด้วยกัน...ก็เป็นความคิดที่น่ารักดีเหมือนกันนะคะ (ถ้าไม่นับว่าดนตรีก็สามารถเติมเต็มตัวของดนตรีเองได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เนื้อร้อง) ชอบมากสุดก็เพลง way back into love ล่ะค่ะ เนื้อร้อง ทำนอง และเรื่องราวเบื้องหลังเนื้อร้องและทำนอง มีเสียงเปียโนหวานๆ ทำให้เพลงหวานมากขึ้น จิ๊กดีวีดีไม่คืนเลยดีมั้ย ฮึ!! |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||