พิมพ์หน้านี้
|
ซีดีแผ่นหนึ่งซุกตัวอยู่ในอัลบั้มเก็บซีดีมานานนับปีแล้ว เคยนึกถึงอยู่เหมือนกัน แต่ความนึกถึงยังไม่มีแรงพอที่จะผลักให้หยิบซีดีแผ่นนั้นออกมาสูดอากาศดีๆข้างนอก จนเมื่อวานที่คิดถึงจนต้องตั้งใจเอาออกมาดูให้ได้ เป็นหนังแอนิเมชั่นของเกาหลีค่ะ เรื่อง Doggy Poo ได้ซีดีแผ่นนี้มาหลายปีแล้วด้วยความอนุเคราะห์ของรุ่นพี่ที่คณะ ตอนนั้นพอได้มาแล้วก็ดูทันที ดูจบก็มีความรู้สึกแบบอิ่มอิ่ม เมื่อคืนดูอีกรอบ ความรู้สึกแบบเดิมก็กลับมาอีก ... เดินๆอยู่ หมาหน้าตาธรรมดาตัวหนึ่งก็ปวดอึขึ้นมาซะงั้น เลยต้องหาทางปลดปล่อย แล้ว ด็อกกี้ ปู พระเอกตัวน้อยก็ลืมตาดูโลก...ใช่แล้วค่ะ เขาเป็นขี้หมาน้อยนั่นเอง
ด็อกกี้ ปู ผู้น่ารัก ข้างๆ ด็อกกี้ ปู เป็นกองดิน ที่ทักทายด็อกกี้ ปู แบบฮาร์ดคอร์ว่า "เจ้าน่ะ ไม่ใช่แค่ขี้เฉยๆนะ แต่เป็นขี้หมา ซึ่งมันแย่ที่สุดของที่สุดเลยทีเดียวเชียวล่ะ" ทำเอาด็อกกี้ ปู ร้องไห้โฮ ช็อคที่รู้ว่าตัวเองดูจะไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ ดูไม่มีค่าอะไรเลยสักนิด แต่ก้อนดินก็ขอโทษด็อกกี้ ปู แล้วทั้งสองก็พูดคุยกัน ก้อนดินเล่าว่า เมื่อก่อนเคยเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินอันอุดม มันฝรั่งล้วนเติบโตขึ้นจากเขาทั้งสิ้น จนวันหนึ่งชาวนาอยากสร้างบ้าน จึงตักดินขึ้นมาไว้บนเกวียน จากนั้นก็ให้วัวลากเกวียนไปอีกที่ โชคไม่ดีที่ก้อนดินหล่นระหว่างทาง...เลยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านของชาวนา มาจุ้มปุ๊กอยู่บนถนนแทน ด็อกกี้ ปู ฟังก้อนดินอย่างตั้งใจ แล้วก็มาน้อยใจตัวเองว่าช่างไม่มีประโยชน์อะไรเอาซะเลย แต่ก้อนดินก็พูดปลอบใจว่า "พระเจ้าไม่ได้สร้างอะไรโดยไม่มีเหตุผลหรอก พระเจ้าต้องมีแผนการอะไรดีๆสำหรับทุกสิ่งแน่ๆ" ความเศร้าของด็อกกี้ ปู จึงค่อยบรรเทาลงบ้าง คุยกันได้สักพัก เกวียนของชาวนาก็ผ่านกลับทางเดิม พอชาวนาเห็นก้อนดินก็ดีใจ เลยกอบก้อนดินไปไว้บนเกวียน เหลือด็อกกี้ ปู อยู่ก้อนเดียวกับความเงียบเหงาจับใจ เสียงลมหวีดหวิว ขี้หมาน้อยเริ่มกลัว แต่แล้วก็มีใบไม้ใบหนึ่งปลิวมาตกใกล้ๆ ด็อกกี้ ปูกับใบไม้เริ่มต้นบทสนทนา เธอบอกกับด็อกกี้ ปู ว่า พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้อย่างเธอก็ต้องออกเดินทาง จะไปที่ไหนก็สุดแท้แต่ลมจะพัดพา ส่วนต้นไม้ก็จะมีใบไม้ใหม่ๆขึ้นมาในฤดูใบไม้ผลิ แล้วพอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ที่ขึ้นนั้นก็ต้องออกเดินทางเช่นเธอ ด็อกกี้ ปู ดูท่าจะงงกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็พยายามทำความเข้าใจ ลมเริ่มพัดแรงขึ้นอีกครั้ง...แล้วสายลมก็พาใบไม้ปลิวจากด็อกกี้ ปู ไป ขี้หมาน้อยร้องเรียกอย่างวิงวอน "อย่าไปนะ อย่าไป" แต่ก็ไร้ผล ด็อกกี้ ปู ต้องอยู่อย่างเดียวดายอีกครั้ง เช้าแล้ว...ขี้หมาน้อยลืมตาตื่นขึ้น แล้วก็เห็นแม่ไก่กับลูกไก่ 13 ตัวเดินตรงมาที่ตัวเอง แม่ไก่เข้ามาดูด็อกกี้ ปู ใกล้ๆ เพื่อจะดูว่าขี้หมาน้อยสามารถเป็นอาหารให้กับลูกๆของเธอได้หรือเปล่า ซึ่งขี้หมาน้อยเองก็เต็มใจหากว่าตัวเองจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งอื่น ดมๆ ดูๆ แล้ว แม่ไก่ก็ส่ายหน้า ก่อนพาบรรดาลูกไก่เดินจากไป ด็อกกี้ ปู เศร้าอีกแล้ว ได้แต่มองท้องฟ้าและดวงดาวระยิบอย่างน้อยใจในโชคชะตาตัวเอง กระทั่งด็อกกี้ ปู รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างงอกออกมาจากพื้นดินตรงที่ด็อกกี้ ปู อยู่ "เธอคืออะไรเหรอ" "ฉันคือแดนดีไลออน" "เธอสวยเหมือนดวงดาวไหม" "แน่นอนเลย แต่ฉันจะเติบโตไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเธอ" แดนดีไลออนบอก แน่นอนว่าขี้หมาน้อยดีใจที่ตัวเขามีประโยชน์ และมีใครเห็นคุณค่าของเขา แดนดีไลออนโอบกอดด็อกกี้ ปู ไว้ ด็อกกี้ ปู จะเป็นปุ๋ยให้เธองอกเงย-งอกงาม แล้วละอองเกสรของแดนดีไลออน - - ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีด็อกกี้ ปู - - ก็ปลิวไปตามสายลม รอวันเติบโตบนผืนดินอันอุดมสมบูรณ์... แอนิเมชั่นเรื่องนี้มีความยาว 30 นาทีนิดๆ สร้างจากวรรณกรรมเด็กของเกาหลีใต้ค่ะ ชอบที่หนังสื่อว่า แม้สิ่งที่เรามองเห็นว่าด้อย-ไร้ประโยชน์ที่สุด สิ่งนั้นก็ยังมีค่า เพราะบนโลกนี้ไม่มีอะไรไม่มีค่า เว้นแต่จะทำตัวเองให้ไม่มีค่า เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามกองขี้หมาหน้าปากซอย ถึงจะกองอยู่บนฟุตบาธดูเกะกะสายตาและเกะกะทางเดิน...แต่มันต้องมีประโยชน์อะไรบ้างสิน่า! ... ... ขอบคุณสปอนเซอร์ อย่าง พี่บี รุ่นพี่ที่คณะที่ให้ซีดีเรื่องนี้มาเมื่อหลายปีก่อน |