เมื่อ เร็วๆ นี้ ในการประชุมมหาเถรสมาคม ที่ห้องประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้มีกลุ่มชาวบ้านและคณะสงฆ์จากวัดบางพลีใหญ่ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จำนวนกว่า 200 คน เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องกรณีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน ที่ไม่มีความเป็นธรรม โดยมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกิจการคณะสงฆ์ ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักพุทธฯ ได้ออกมารับข้อร้องเรียน และรับปากว่าจะติดตามให้ โดยอีก 7 วันจะสามารถให้คำตอบในเรื่องนี้ได้
นายพรรษพล มกพูลทรัพย์ ทนายความอิสระ แกนนำผู้ร่วมชุมนุม กล่าวว่า การที่ตนและกลุ่มชาวบ้าน พร้อมทั้งพระสงฆ์เดินทางมาเรียกร้องครั้งนี้ เพื่อต้องการเรียกร้องการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดบางพลีใน เนื่องมาจากภายหลังจากที่พระครูโสภณธรรมานุกูล เจ้าอาวาสรูปเดิม ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะถูกร้องเรียนว่าไม่ปฏิบัติกิจสงฆ์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2550 และได้มีการแต่งตั้งพระครูปลัดเสริม ฐิตเปโม รองเจ้าอาวาส เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาส ต่อมาได้มีการเสนอชื่อพระครูวิบูลธรรมานุกิจ เจ้าคณะตำบลบางพลีขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน แต่ภายหลังมีการแต่งตั้งพระครูวิบูลธรรมานุกิจเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ก็มีชาวบ้านไปร้องเรียนต่อพระราชสมุทรเมธี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการว่า การแต่งตั้งครูวิบูลธรรมานุกิจ ไม่มีความเป็นธรรม เพราะมีการพิจารณาพระภิกษุเพียงรูปเดียว ทางพระราชสมุทรเมธีจึงขอให้เจ้าคณะอำเภอบางพลีทบทวนการแต่งตั้ง พร้อมทั้งเชิญมาหารือถึงเรื่องดังกล่าว แต่เจ้าคณะอำเภอบางพลีกลับนิ่งเฉย ทางพระราชสมุทรเมธีจึงมีความจำเป็นจะต้องใช้ดุลยพินิจเพื่อแก้ปัญหาความขัด แย้ง แต่งตั้งพระครูปลัดเสริม ฐิตเปโม ซึ่งเคยเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2551 ที่ผ่านมา
นายพรรษพล กล่าวต่อว่า จากนั้นวันที่ 26 เม.ย. ทางพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ได้มีคำสั่งผ่านมายังพระราชสมุทรเมธี ให้ถอนคำสั่งแต่งตั้ง พระครูปลัดเสริม ฐิตเปโม โดยให้เหตุผลว่ามีการแต่งตั้งไม่ถูกต้องตามกฎมหาเถรสมาคม ทั้งที่กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ระบุว่าเจ้าคณะจังหวัดมีอำนาจในการแต่งตั้งเจ้าอาวาสได้โดยบริบูรณ์ ขณะเดียวกัน ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าพอมีคำสั่งให้ถอนคำสั่งแต่งตั้งพระครูปลัดเสริมแล้ว กลับมีการแต่งตั้งพระครูวิบูลธรรมานุกิจขึ้นเป็นเจ้าอาวาสในวันถัดไปทันที ทั้งที่โดยปกติแล้วเมื่อมีการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาส จะต้องมีการตั้งรักษาการไประยะหนึ่งก่อน ดังนั้นจึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการยื่นหนังสือแก่เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ แล้ว ทางกลุ่มชาวบ้านยังไม่ได้สลายตัวแต่อย่างใด ยังคงปักหลักเฝ้ารอ จนกระทั่งภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะกรรมการมหาเถรสมาคมต่างทยอยออกจากห้องประชุม เตรียมตัวเดินทางกลับวัด และออกจากห้องประชุมขึ้นรถออกเดินทาง แต่ทันใดนั้นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อมีผู้ชุมนุมประมาณ 20 คน ได้วิ่งตามขบวนรถของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่กำลังเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าห้องประชุมไปอย่างช้าๆ โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายกระดาษประท้วงกรูเข้าพยายามล้อมรถ เพื่อให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ ลงมาจากรถเพื่อรับทราบปัญหา ทั้งนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ได้แต่เพียงเปิดกระจกออกมาดูเหตุการณ์ และถามเพียงสั้นๆ ว่า "มีอะไรกันหรือ" ขณะเดียวกัน มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งเข้าไปตะโกนเสียงดังว่า ถ้ามหาเถรฯ ยังไม่ยอมดำเนินการในเรื่องที่มาเรียกร้อง คงจะต้องนำชาวบ้านไปบุกร้องเรียนถึงวัด นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมอีก 10 กว่าคนตามไปสมทบ ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสมเด็จพระพุฒาจารย์ต้องออกมากันไม่ให้กลุ่ม ชาวบ้านเข้าไปถึงขบวนรถ จึงทำให้สามารถเคลื่อนขบวนรถออกจากบริเวณหน้าห้องประชุมได้อย่างปลอดภัย
พิมพ์หน้านี้