พิมพ์หน้านี้
|
ภาพใบเดียว ที่เด็กชาวกำพูชาถ่ายให้ ครั้งเดียว กับปราสาท พระวิหาร แต่ก่อนผมไม่ได้ศึกษาเรื่องปราสาทพระวิหาร มาสักเท่าไหร่ รับรู้ความเป็นมาหลักๆใน ปี 2505 และในปี 2545 ผมเคยได้ไปเยือนที่แห่งนี้ การไปเยือนครั้งนั้นไม่เกิดความประทับใจเลย เนื่องจากว่าไปเจอป้ายที่เขียนไว้ว่า I have pride to be born as Khmer ทำไมต้องสื่อความหมายเช่นนี้ กับผู้ที่มาเยือน เพียงความหมายมันจี้ใจดำผมเกินไป ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเขียนสื่อในความหมายเช่นนั้น ผมไม่อยากบอกว่าในใจผมคิดอะไร ถ้าป้ายนั้นเขียนว่า A warm welcome to คงทำให้ผมเกิดความรู้สึกดีๆเหมือนการไปเยือน ที่ต่างถิ่นทั่วๆไป ถ้าวันนั้นผมมาคนเดียว ผมจะเดินลงบันไดกลับฝั่งไทยในทันที แต่ผมมากับครอบครัว กับลูกชาย และ คณะ เลยอยากให้เขาได้เห็น ได้เก็บประสบการณ์ ว่าครั้งหนึ่งลูกชายเคยมาที่นี่ ผมจึงต้องจำใจเดินต่อไป แม้ขอบทางเดินจะมีป้ายเตือน Beware landmine !! ตลอดสองฝั่งทางเดิน ผมไม่พอใจหนักเข้าไปอีกเมื่อไปเจอ ซากปืนใหญ่ น่าจะขนาด 105 มิลลิเมตร อยู่ตรงระเบียงหนึ่งของปราสาท สงครามภายในเขมรเลิกลามาแล้วหลายปี ทำไมยังทิ้งสิ่งนี้ไว้อีก แต่ที่แย่กว่านั้น ทำไมปากกระบอกปืน จึงหันไปทาง ผามออีแดงฝั่งไทย นักท่องเที่ยวชาวไทยมาที่ทุกวัน ทำไมจึงให้สิ่งนี้ ตั้งอยู่เช่นนี้ หรือว่าวันนั้นผมมองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด ?? ผมไม่ได้ถ่ายรูปสถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่ใบเดียว ภาพเดียวที่ได้มาคือภาพหมู่ ที่เป้ยตาดี เพราะมีเด็กชาวเขมรคนหนึ่ง แกเป็นเสมือนไกด์และมีกล้องโพราลอยด์ แกใช้เวลาอยู่กับคณะของผมค่อนข้างนาน คอยให้ข้อมูลบางอย่าง ที่ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง และท้ายที่สุดแกพูดว่า ช่วยอุดหนุนภาพผมสักใบเถอะครับ วันนี้ยังไม่ได้สักภาพเลย ผมเลยช่วยอุดหนุน ผมไม่ได้ไม่พอใจพี่น้องชาวเขมร เพราะสิ่งที่ผมไม่พอใจในวันนั้น ไม่ใช่ความผิดของพี่น้องชาวเขมร 2551 จากข้อมูลผ่านสื่อมากมาย โดยเฉพาะ เวที พันธมิตร ผมเข้าใจและรู้จักปราสาท พระวิหารมากขึ้น และถ้า วันนี้ ถ้ายูเนสโก รับขึ้นทะเบียน ปราสาท พระวิหาร เราคนไทยยอมไม่ได้ ครับ เพราะบรรพบุรุษของคนไทยก็ไม่เคยยอม ตามคำพูดที่ว่า สักวันหนึ่งเราจะเอาปราสาทพระวิหาร กลับคืนมาเป็นของเรา ให้จงได้ +++ |