วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม 2550
In the Court of the Crimson King
Posted by
deweyfinn
,
ผู้อ่าน : 116
, 23:31:29 น.
| หมวดหมู่ :
Great Albums
Listening to the Future
พิมพ์หน้านี้
|

หลังจากสี่เต่าทองออกอัลบั้ม Sgt. Pepper ในเดือนมิถุนายนปี 1967 ประตูบานสำคัญได้ถูกเปิดออกดนตรีร็อคไม่ได้ถูกผูกติดกับทางเดินคอร์ด (chord progression) แบบบลูส์เท่านั้น ศิลปินหัวก้าวหน้าที่มีความคิดสร้างสรรค์แบบสุดขั้วได้เห็นพิมพ์เขียวชั้นยอดจากงานชุดนี้ ต่างก็สร้างงานต่อเติมแตกกิ่งก้านกันออกไปและหลาย ๆ วงได้สานต่อสิ่งที่เต่าทองทำค้างไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเสียด้วย
-1969- Yes ออกงานชุดแรกแล้วในเดือนสิงหาคมเป็นงานที่เปล่งประกายว่าจะเป็นวงที่มีความยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต แนวดนตรียังไม่เข้าที่เข้าทางดีนักวิจาร์ณเมืองนอกบางตำรานิยามว่าชุดแรกของ Yes เป็นแฟลชร็อค (ไม่ต้องจริงจังว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างผมเชื่อว่าไม่มีคนเขียนได้คลอบคลุมแน่)
Genesis ออกงานชุดแรกมาแล้วเช่นกันในเดือนมีนาคม ชุดแรกมีซาวนด์เป็นป๊อปเหมือนบีจีส์ยุคต้นเนื่องจาก Jonathan King โปรดิวเซอร์ต้องการให้ซาวนด์ของวงออกมาแบบนั้น และ Genesis ยังเป็นเด็กนักเรียนระดับไฮสกูลชุดแรกเหมือนเป็นการค้นหาตัวเองอยู่
Pink Floyd อยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนแนวทางจากโครงสร้างดนตรีแบบไซเคเดลิคที่ Syd Barrett ได้วางโครงสร้างที่ค่อนข้างสุดยอดมาก ๆ เอาไว้ เพื่อไปหาแนวทางใหม่ ๆ
The Nice ซึ่งเป็นจุดเริ่มของ ELP ในเวลาต่อมาได้ผลิตงานที่อยู่ในทางเดินสายนี้แล้วแต่ตัวงานยังไม่ได้สร้างผลตกกระทบต่อวงการดนตรีมากนัก
เดือนตุลาคมปีเดียวกัน King Crimson ก็ได้ออกอัลบั้มชุด "In the Court of the Crimson King" ออกมาให้โลกได้รับรู้ถึงการมีอยู่จริงของแนวดนตรีที่เรียกกันว่า "ดนตรีวิวัฒน์"
พีท ทาวน์เชนด์ แห่งเดอะ ฮู กล่าวถึงงานชุดนี้ว่า "an uncanny masterpiece"
King Crimson ฟอร์มวงกันตอนต้นปี 1969 โดยสมาชิกสองคนมาจาก Giles Giels & Fripp ซึ่งออกผลงานมาหนึ่งชุด (ขณะเขียนแผ่นจากอเมซอนยังมาไม่ถึงแต่เคยอ่านจากงานเขียนของคุณพัณณาศิสว่าเดินตามรอยจ่าเป๊ปเปอร์) ต่อมาได้เล่นเป็นวงเปิดให้กับหินกลิ้งในคอนเสิร์ตที่ Hyde Park ในวันที่ 5 กรกฎาคม ต่อหน้าแฟนเพลงหกแสนคน เป็นช่วงเดียวกันกับที่ทางวงอยู่ในระหว่างการบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้ ในช่วงแรกของการบันทึกเสียงพวกเขาให้ Tony Clarck โปรดิวเซอร์ที่เคยผลิตงานให้กับ The Moody Blues ดูแลงานให้แต่ไปกันไม่รอด พวกเขาคิดว่าโปรดิวซ์งานด้วยตัวเองน่าจะดีกว่าและผลที่ได้ก็เป็นไปอย่างที่พวกคิดเอาไว้
 จากซ้ายตามเข็มนาฬิกา Ian McDonald,Greg Lake,Michael Giles,Robert Fripp
ไลน์อัพของวงที่ทำงานร่วมกันในชุดนี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวจริง ๆ Robert Fripp (กีตาร์) แม้จะรวบอำนาจของวงและเปลี่ยนสมาชิกไปเรื่อย ๆ ก็ไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับเครดิตที่มีต่องานชุดนี้แต่เพียงผู้เดียว ทั้ง Greg Lake (เบส - ร่วมงานกับวงนี้เพียงชุดเดียวและออกไปเป็นสมาชิก ELP), Michael Giles (กลอง) และโดยเฉพาะ Ian McDonald (คีย์บอร์ด - ต่อมาเป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งวง Foreigner) ได้รับเครดิตมากในการสร้างเสียงเมลโลทรอนออกมาอลังการแบบออเครสตร้า ล้วนมีส่วนร่วมในสัดส่วนที่พอ ๆ กันในการผลิตงานชุดนี้ ส่วน Pete Sinfield สมาชิกพิเศษที่ได้รับเครดิตเฉพาะการประพันธ์คำร้องซึ่งเจ้าของภาษาต่างพากันยกย่องคำร้อง (lyrics) ของพีทถึงความเป็นปรัชญาของเนื้อหาในงานชุดนี้ (ผมไม่เคยแปลและไม่คิดจะแปล)
ผลตอบรับเชิงทัศนคติที่มีต่อตัวงานชุดนี้ นั่งไล่อ่านตั้งแต่ 1001 Albums, all-time top 1000 Albums และ The Mojo Collection (ยังมีอื่น ๆ อีกประปราย) ล้วนแต่ยกย่องสรรเสริญงานชุดนี้กันทั่วหน้า ตอนแรกคิดว่าจะแปลสรุปมาให้อ่านทุกเล่มแต่เปลี่ยนใจ ขอนำนิยามสั้น ๆ ที่คลอบคลุมงานชิ้นนี้ได้ดีและตรงกับใจผมมากที่สุดจาก The Mojo Collection มาสรุปดังนี้
"การบ่มเพาะที่เข้มข้นเข้ากันอย่างดีของ ท่วงทำนองแบบดนตรีคลาสสิค ดนตรีแจ๊ซ และ ฮาร์ดร็อค กับเนื้อร้องที่ชวนลุ่มหลง บรรจุอยู่ในปกแผ่นเสียงที่น่าสนใจและน่าตื่นตกใจ และได้กลายเป็นแม่แบบให้กับดนตรีโพรเกรสสีฟร็อค"
ปกแผ่นเสียงชุดนี้เป็นผลงานของ Barry Godber คุณผู้อ่านเห็นแล้วจะเกิดความอภิรมย์ในการฟังดนตรีจากชุดนี้กันไหมครับ ดูสีหน้าของมนุษย์ผู้นี้ทีอยู่ในภาพแล้วคิดเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง ความคิดรวบยอดของงานเพลงชุดนี้ได้ถูกสื่อออกผ่านปกอัลบั้มชุดนี้ ได้อ่านจาก "The Story Behind 50 Years of Great Recordings Albums (2005)" กล่าวไว้สั้น ๆ ว่าภาพวาดได้รับการดัดแปลงจากภาพของ William Blake ส่วนการตีความภาพปกนี้กล่าวกันว่าสะท้อนความหวาดกลัวของมนุษย์ที่มีต่อวาระสุดท้ายของโลก
ผมได้ฟังงานชุดนี้ครั้งแรกจากเทปผียี่ห้อ 501 เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่ง 501 นำงานหายากมาให้ฟังกันในรูปแบบของเทป มีแนวเพลง โพรเกรสสีฟ บลูส์ งานบู๊ทเลกของวงต่าง ๆ ให้เลือกกันพอสมควร ส่วนที่ตัดสินใจซื้องานชุดนี้มาฟังเพราะคุณพัณณาศิสได้เขียนแนะนำเอาไว้ น่าจะเป็นคอลัมน์นิสต์ไทยคนแรกที่นำงานของวงนี้มาเขียนถึง ฟังครั้งแรกแล้วรู้สึกอย่างไร ต้องบอกว่ามึน และต้องบังคับตัวเองให้ปรับระดับการฟังตามงานชุดนี้ให้ได้ ไม่ใช่เพื่อจะนำไปคุยกับคนอื่นว่าฉันฟังเพลงของวงนี้แล้วนะ แต่ฟังเพื่อการศึกษาเป็นตัวตั้งและความบันเทิงเป็นตัวรอง (เห็นไหมครับการฟังดนตรีไม่ได้ทำให้เรามีความสุขเสมอไป) ได้ฟังจากซีดีในเวลาต่อมาทำให้ตั้งใจฟังและเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น ต้องยอมรับว่าเป็นงานที่ยอดเยี่ยมและมหัศจรรย์ชิ้นหนึ่งของวงการเพลงเลย และปัจจุบันทุกครั้งที่หยิบงานชุดนี้มาฟังมันได้กลายมาเป็นความสุขในการฟังไปแล้วทั้งนี้คงเกิดจากการที่ผมฟังมากรอบขึ้นพื้นฐานในการรับงานของพวกเขาก็พัฒนาตามไป งานชุดนี้ต่อให้คนที่เพิ่งมาฟังในปี พ.ศ. นี้ เชื่อว่าไม่มีใครกล้าปรามาสว่าเป็นเสียงที่ตกยุค ส่วนจะชอบหรือไม่ชอบนั่นอีกเรื่องหนึ่ง

ไม่ได้เขียนประวัติของวงนี้โดยละเอียดเพราะหาอ่านได้ง่ายมากในปัจจุบัน ผู้ที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงนักถ้ารักที่จะเรียนรู้จริง ๆ ก็จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย และไม่ได้เขียนถึงงานชุดนี้เป็นเพลง ๆ ไปเพราะอยากจะให้ไปลองมาหาฟังกันดู เพลย์ลิสท์ที่นำมาเปิดขอตัดเฉพาะไซด์เอมาเท่านั้น พัณณาศิส ศิลาพันธ์ เมนเตอร์ของผมเขียนไว้นานมาแล้วว่า
"หนังสือต้องมาจากการอ่าน หนังต้องต้องมาจากการชม เพลงต้องมาจากการฟัง"
เอนทรีนี้เป็นเพียงการแนะนำงานดนตรีที่ดีอีกชุดหนึ่งมาให้ได้รู้จักกัน ส่วนจะถูกรสนิยมและตรงกับจริตของใครหรือไม่นั้นก็เป็นความชอบส่วนบุคคลไป ส่วนตัวแล้วถ้าคุณต้องการจะเริ่มฟังโพรเกรส สีฟร็อค เริ่มจากชุดนี้ได้เลยไม่ได้ยากเย็นแต่อย่างใดแต่ต้องปรับตัวเข้าหาหน่อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชั่วโมงบินเดิมของคุณด้วย บางทีฟังแล้วคุณผู้อ่านจะชอบมันตั้งแต่ฟังครั้งแรกเลยก็ได้ ส่วนถ้าฟังแล้วไม่ชอบก็ไม่ใช่สาะสำคัญอะไรเพลงแบบนี้คงไม่ได้ถูกโฉลกกับคุณและไม่ได้หมายความว่าคุณขาดทักษะหรือรสนิยมในการฟังแต่อย่างใด
ข้อมูลดิบ อัลบั้ม: In the Court of the Crimson King ศิลปิน: King Crimson ปีที่ออก 1969 บันทึกเสียง: มิ.ย. - ส.ค. 1969 ที่ เวสเซ็กส์ซาวนด์สตูดิโอ ลอนดอน สังกัด: แอตแลนติค โปรดิวเซอร์: King Crimson หน้าหนึ่ง: 21st Century Schizoid Man/I Talk to the Wind/Epitaph หน้าสอง: Moonchild/ In the Court of the Crimson King
เครดิต Robert Fripp: กีตาร์ Ian McDonald: รีดส์, วู๊ดส์วินส์, ไวบ์, คีย์บอร์ด, เมลโลทรอน, ร้อง Greg Lake: เบส, ร้องนำ Michael Giles: กลอง,เพอร์คัสชั่น, ร้อง Peter Sinfield: คำร้อง
ปกแผ่นเสียง: Barry Godber
|