• บัวใต้น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : werayutsan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-16
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 516
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
more
เครียดๆ ขำๆ ก็เป็นธรรมะ
พระพุทธศาสนาผ่านวันเวลามานานกว่าครึ่งของการอันตรธานแล้ว พระธาตุเป็นสิ่งหนึ่งที่ได้รับการเคารพบูชาอย่างสูง เพราะจะเป็นสิ่งที่อันตรธานสุดท้าย น่าจะมาศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของพระธาตุว่าที่แท้นั้นเป็นมาอย่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dhammahome
วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม 2551
พระบรมสารีริกธาตุ .....2 รู้จักพระธาตุตามความเชื่อ
Posted by บัวใต้น้ำ , ผู้อ่าน : 93 , 07:35:56 น.  
พิมพ์หน้านี้


 พระบรมสารีริกธาตุ .............2 รู้จักพระธาตุตามความเชื่อ
 โดย : วีระยุทธ์ สันตยานนท์ 

       เมื่อสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กเล็กๆก็ได้ยินพวกพี่ป้าน้าอาเล่าเรื่องพระธาตุมานานแล้ว
 ตอนตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบทุกปีเวลาปิดเทอม แม่ก็จะให้เราไปอยู่กับพวกญาติที่บ้านยาย ยายเป็น
คนโบราณ บ้านอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามตลาดหัวรอ นอกเกาะเมืองอยุธยา เวลามองไปในเขตกรุงเก่า
ก็จะเห็นยอดเจดีย์โบราณยอดหนึ่งอย่างชัดเจน สูงใหญ่บนยอดมีต้นไม้เล็กๆขึ้นอยู่ด้วยจำได้ติดตา 
และจำชื่อได้ว่าเป็นเจดีย์วัดขุนแสน เป็นวัดร้าง ที่นี่แหละ ที่ผู้เขียนได้ยินคำว่าพระธาตุเป็นครั้งแรก  
พวกญาติๆรวมทั้งรุ่นใหญ่ๆก็จะบอกว่าที่เจดีย์แห่งนี้แหละ มีพระธาตุ วันดีคืนดีก็จะแสดงความ
ศักดิ์สิทธิ์ส่องแสงสว่างให้เห็นคนได้ทั่วเมือง
  
  

เจดีย์วัดขุนแสน หัวรอ อุธยา

     ผู้เขียนเฝ้ามองเจดีย์แห่งนี้อยู่หลายปีก็ไม่มีบุญได้เห็นพระธาตุสักที แต่ก็จำบรรยากาศ
สมัยโบราณได้ดีเพราะว่าอะไรๆก็เป็นเรื่องเล่า ทุกๆแห่งจะมีเรื่องราวลี้ลับมากมายเล่าให้ฟังสามวัน
สามคืนก็ไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภูตผีปีศาจ วัดนี้ผีดุ วัดนั้นมีเปรต ต้นไม้ต้นนี้มีคนตาย สะพานนี้มี
ผีสิง ล้วนเป็นเรื่องราวที่พวกผู้ใหญ่มาเล่ากันให้เด็กกลัวจนหัวหด บ้านยายเป็นบ้านโบราณแบบ
เรือนไทย ใช้ตะเกียง กลางคืนล้อมวงรอบตะเกียง เงามันก็จะวูบๆวาบๆ บรรยากาศน่ากลัวแบบ
หนังผีนั่นแหละ เวลานอนก็ต้องนอนคลุมโปง แทบไม่ต้องไปไหนกัน โดยเฉพาะยามดึกดื่นเกิด
ปวดท้อง ท้องเสียจะไปห้องส้วมซึ่งอยู่ไกลจากบ้าน โน่น โคนต้นหว้าใหญ่หลังบ้านโน่นน่ากลัว
น่าสยดสยองจริงๆ พวกน้าๆที่เป็นผู้ใหญ่ก็จะเอาลูกไม้นี้แหละมาบังคับเราให้ทำโน่นทำนี่และ
ห้ามไม่ให้ทำโน่นทำนี่  มิฉะนั้นเรื่องลึกลับเรื่องผีๆก็จะต้องถูกนำมาใช้เล่นงานเราจนกลัวซัง
กันไปเลย 

          ส่วนเรื่องราวความเชื่อต่างๆก็มีไว้กำกับการมีชีวิตประจำวันอย่างนับไม่ถ้วน
 ตัวอย่างตั้งแต่ตื่นนอนจะต้องพูดจายังไงให้เป็นมงคล  การเดินการก้าว การเหยียบ การตัก
ข้าว การเทน้ำ การใช้ข้าวของ การเข้าออกจากบ้าน การตัดต้นไม้ใบตอง การถือฤกษ์ยาม 
โชคลาง เสียงทักจากสัตว์ต่างๆ  การเล่น การทำงาน เรื่อยไปจนกระทั่งเข้านอน และการล้าง
สมองเรื่องความเชื่อต่างๆ จะไม่มีการอธิบายเหตุผลให้เข้าใจหรอก  ส่วนมากก็จะใช้คำว่า 
“โบราณเขาว่า” มากำกับไว้ให้เป็นเรื่องน่าเชื่อ    มิน่าเล่า เราถึงได้สะสมความเชื่ออย่างเหนียว
แน่นยาวนาน หากเราไม่ศึกษาอย่างถูกต้อง มีเหตุผล ความเชื่อและยึดถือผิดๆก็จะเติบโต 
จนกลายเป็น สีลัพพตปรามาส และเป็นอกุศลติดตัวเราไปจนวันตาย

พระปรางค์วัดมหาธาต วังโบราณ อยุธยา
          ในช่วงเวลาสมัยนั้น กรุงเก่าเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของวัดร้างและกำแพง
เมือง เดินไปเที่ยวเล่นหลังบ้านยายแม้กระทั่งในสวนของยายก็เป็นเจดีย์และซากอิฐหักเต็ม
ไปหมดไปตามสวนใกล้กัน โบสถ์ที่เป็นวัดร้างยังเป็นรูปร่างอาคารอยู่เลย ขึ้นไปปีนป่ายวิ่งเล่น
ได้ทั่ว ภาพเหล่านี้ยังติดอู่ในความทรงจำ แต่ในปัจจุบันไม่มีเหลือแม้แต่น้อย ข่าวคราวการขุด
หาสมบัติตามเจดีย์วัดร้างมีเล่าสู่กันฟังแทบทุกวัน เจดีย์บางองค์อยู่ติดถนนยังถูกพวกขโมยขุด
เอาพระพุทธรูปไปขายได้เลย
 

 

 ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา อยุธยา

          จนกระทั่งมีอยู่ปีหนึ่ง มีข่าวว่ามีการขุดกรุสมบัติ พบพระธาตุองค์สำคัญที่วัด
มหาธาตุ บริเวณที่เรียกว่า วังโบราณ พวกเราก็ไปเที่ยวแห่ดู ได้ความว่าที่กรมศิลปากรไปขุด
ค้นนั้น ได้ไปที่หลังพวกขโมย ซึ่งได้ขุดสมบัติมีค่าพวกทองคำและพระพุทธรูปส่วนใหญ่ไป
แล้ว ส่วนที่เหลือไว้ให้หลวงไปดำเนินการอย่างถูกวิธีก็เป็นส่วนที่ขุดยากๆซึ่งก็มีพระธาตุรวม
อยู่ในสมบัติเหล่านั้น และทางการก็ได้จัดเอาสมบัติเหล่านั้นไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสาม
พระยาจนถึงปัจจุบัน ความทรงจำเรื่องพระธาตุของผู้เขียนก็เป็นเพียงทราบว่าพระธาตุ เป็นสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญควรแก่การกราบไหว้เคารพบูชาเท่านั้นเอง
          ต่อมาเมื่อผู้เขียนเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายที่กรุงเทพนี่ เพื่อนบ้านของญาติที่มา
อาศัยอยู่เขาประกอบอาชีพที่เรียกว่า “เซียนพระ” สิ่งที่ผู้เขียนจำได้คือพวกพี่ที่เป็นเซียนพระนี่
 เราไม่มีทางเข้าใจการทำงานของพวกเขาได้หรอกว่าเขาดูตรงไหนว่าพระแท้พระเทียม ถาม
เขาว่าดูยังไงถึงรู้ เขาก็จะตอบว่าดูที่เนื้อไงน้อง ผู้เขียนดูยังไงๆ ก็เห็นว่าเนื้อดีทุกองค์ แยกไม่
ออกจริงๆว่าองค์ไหนพระแท้ องค์ไหนพระเก๊  พระที่ใครๆเอามาให้เซียนดู จะไม่เคยเห็นมีองค์
ไหนเป็นพระแท้ เวลาเขาส่องดูพระที่ใครๆนำมาให้ดูด้วยความหวังว่าของเรานี่ต้องดีแน่ๆ 
อุตส่าห์เก็บไว้ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวด เซียนดูแล้วมักจะวางแล้วทำตาเหม่อๆพอเจ้าของถาม ก็มักจะ
พูดว่าเนื้อดี แต่พิมพ์ไม่ใช่ หรือบางทีถ้าบอกว่าองค์นี้ไม่เก๊แต่ก็อ้างว่ารุ่นนี้เขาไม่เล่นกัน 
ประมาณนี้แหละ สรุปรวมความแล้วผู้เขียนคิดว่าพระแท้คือพระที่เซียนจะขายนั่นเอง

 พระเครื่องจากกรุวัดมหาธาตุ
      จนวันหนึ่งเซียนพระท่านนี้ก็เปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้ชมพระธาตุ ที่ท่านบอกว่า 
พระธาตุที่แท้ต้องอย่างนี้ น้อง ก่อนอื่นนะ ต้องลอยน้ำได้ ถ้าเชิญองค์หนึ่งลอยน้ำแล้วเชิญอีก
องค์หนึ่งลงไปลอยด้วย ท่านจะลอยเข้าไปหากัน ผู้เขียนฟังแล้วก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะรู้สึก
ว่าเวลาเราเอาสิ่งของบางอย่างใส่น้ำแบบค่อยๆวางลงไปก็อาจลอยน้ำได้ไม่ยากจากการตึงผิว
ของน้ำ รู้สึกมีการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์ ตอนเรียนชั้น ม.ศ.3 ด้วย อะไรประมาณนี้ 
 ต่อจากนั้นท่านก็เล่าต่อว่าพระธาตุนี่ ถ้าเจ้าของบูชาดีๆ ท่านก็จะเสด็จมาเพิ่ม จากมีองค์สอง
องค์ ท่านก็จะเสด็จมามากจนเต็มไปหมด ตรงนี้ผู้เขียนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอีก พระธาตุจริงๆ
ท่านคงไม่ไม่ถึงกับต้องเสาะแสวงหาที่ๆคนบูชาดีๆตามบ้านคนหรอกละมั้ง มันน่าจะมีเหตุผลที่
พิสูจน์ได้ดีกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้พูดขัดคออะไรออกไปหรอก ได้แต่คิดในใจขืนพูดออกไปก็คง
อดดูของดี หรืออาจจะเสียสัมพันธภาพที่ดีต่อกันก็ได้
       จากนั้นก็ถึงตอนสำคัญ ท่านบอกว่าของท่าน เนื่องจากบูชาด้วยความเคารพเป็น
พิเศษ ตอนนี้ท่านเสด็จมาจนต้องแบ่งไปให้คนอื่นๆหลายคนแล้ว ที่ยังบูชาอยู่นี่ ก็ยังเสด็จมา
เพิ่มไม่หยุด ถึงตอนนี้ผู้เขียนก็นึกวาดภาพตามและก็สงสัยไปเรื่อยว่าทำไมพระธาตุองค์เล็กๆ 
จะมาเพิ่มจนไม่มีที่จะเก็บ  สงสัยจะโม้รึเปล่า จากนั้นท่านก็พาผู้เขียนเข้าไปในห้องพระ 
สิ่งที่เห็นนั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ ในความคาดหวัง นึกว่าจะได้เห็นพระธาตุ เป็นองค์
กลมๆ รีๆ สีขาวขุ่น เล็กประมาณเมล็ดข้าวสาร เก็บไว้ในครอบแก้ว อะไรประมาณนี้
      ภาพที่ผู้เขียนเห็นเป็นอะไรบางอย่างขนาดใหญ่กว่าลูกมะพร้าวเล็กน้อย วางอยู่
บนพานทองเหลืองสีเหมือนดินสอพองเทาๆ หรือสีซีเม็นต์ขาว สันฐานคล้ายกับหินงอกหินย้อย
ที่เห็นตามถ้ำแต่ย่อขนาดลงมา ข้างๆกันมีวัตถุลักษณะแบบนี้อีก 2 พาน แต่เล็กกว่า แสดงว่า
สองพานนั้นเตรียมไว้รองรับการเสด็จมาของพระธาตุ เป็นเครื่องยืนยันว่าท่านมีการเสด็จมาจริงๆ
       ขณะนั้น ด้วยความที่ยังเด็ก ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นแปลกใจไปด้วยกับการเติบโต
อย่างไม่น่าเชื่อของสิ่งมหัศจรรย์นั้น ในใจก็ไพล่คิดไปว่า ของวิเศษมหัศจรรย์นี้ มีค่าเกินกว่า
ที่จะมาเก็บไว้ในบ้านพี่เขาอย่างนี้ น่าจะแจ้งกรมศิลปากรหรือรัฐบาลไทยให้เผยแพร่ความ
ศักดิ์สิทธิ์ให้ดังไปทั่วโลก และจะได้เป็นการเผยแผ่แบ่งปันการบูชาไปสู่บรรดาสาธุชนทั่วโลก
   นี่เป็นประสพการณ์ในความเข้าใจเกี่ยวกับพระธาตุตั้งแต่สมัยเด็กๆที่นำมาเล่า
สู่กันฟัง เป็นความเข้าใจที่ ฟังเขาเล่า เชื่อตามเขาโดยปราศจากการศึกษาให้เข้าใจตามความ
เป็นจริง
    ตอนต่อไปจะมีประสพการณ์อันมหัศจรรย์ เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียนเอง ชัดๆเห็น
กับตา มาเล่าให้ฟังอีก คอยติดตามอ่านนะครับ

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
ฝนหยดนึง วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 22.07 น.
http://www.oknation.net/blog/hsf
ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรียงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องไห้วันหนึ่งแน่คราวแพ้มี

อยากเล่าประสบการณ์ผีๆๆ ในวัดให้ฟังกัน

ตอนผมได้บวชเณรที่วัดดังกลางกรุงเทพ(บวชภาคฤดูร้อน)ซึ่งจริงๆ มันเป็นของทาง รร. อื่นๆ ทั้ง รร. เด็กดี และเด็กไม่ดี (พ่อผมขอเจ้าอาวาธให้รับไปบวชด้วยเพราะพี่ก็บวชที่นี้และนี้ป้าก็มาตายกระทันหันเลยอยากให้บวชที่นี้ตอนนี้มันบรรจบว่าพรุ่งนี้เค้าบวชนาคกันพอดีเลยโดนจับอยู่วัดเลยวันนั้น) มันเป็นความซวยหรืออย่างไรมิทราบได้ ผมเกิดไปบวชพร้อมกับพวกที่มาจาก รร. คู่อริที่เพิ่งยกพวกมาตี รร.ผม พอวันที่โกนหัวบวชนาค ก็เอาเลยครับมาล้อมกันเต็มถามโน้นถามนี้กันใหญ่ จนคนในกลุ่มนั้นก็บอก "เด็กมันคงไม่เกี่ยว" เพราะตอนนั้นผมเพิ่ง ม. 1 พวกเค้าทะเลาะกับพวก ม.ปลาย เลยรอดตัว แล้วพี่คนนี้ที่มาห้ามก็เลยเล่าเรื่องให้ผมฟังว่าทำไมถึงโกรธจนต้องยกพวกมาตี รร.ผม "ก็รุ่นพี่ของมึงมาฟันหลังกูหน้า รร.เลย แล้ว รร. กูก็ส่งเด็กที่มีเรื่องครั้งที่ไปตี รร.มึง มาบวชที่นี้" ผมเลยเข้าใจเลยเพราะเค้าโชว์แผลที่หลังให้ดูด้วยเป็นทางยาวน่ากลัวมาตอนโดนคงล้มทั้งยืนแน่ๆ

หลังจากนั้นพวกเค้าก็ตอนรับผมอย่างดีไม่มีทะเลาะและให้เกียรติผมอย่างดี พลอยให้ รร เด็กดีอื่นๆ เข้าหาผมกันใหญ่ เป็นเพราะว่าตอนนั้นผมไม่กลัวกลุ่มพวกนั้นที่เข้ามาล้อมเลย (ถึงบอกว่า รร เด็กดีนะ แต่ก็มีตัวร้ายเหมือนกันเห็นเค้าบอกว่าคนนี้ร้ายมากเคยเอาไม้เสียบลูกชิ้นทิ้มตาคนมาแล้ว แต่พอมาอยู่กับผม เค้าก็พูดจาดีทันดี โดยปรกติเด็กใน รร เค้ากลัวเค้ามาก)


เกริ่นมาซะยาวยังมิได้เข้าเรื่องเลย งั้นขอเข้าเรื่องเลยละกันหลังจากทำความรู้จังเพื่อนต่างๆ ที่บวชด้วยกัน เป็นเวลาร่วมอาทิตย์แล้ว เราก็ได้ข่าวที่น่ากลัวเกิดขึ้นคือ ตึกที่เรานอนนั้นด้านบนเป็นชั้นดาดฟ้าที่ตกแต่งอย่างดีมีหลังคาคุม เค้าบอกต่อๆกัยว่า มีผี มีคนเจอหลอกกันมาก

คราวนี้ก็มันซิครับแอบเล่นผีถ้วยแก้วกันมาหลายคืน คนปากดีว่าไม่กลัวผีก็เยอะ คราวนี้มีที่พิสูจน์ความกล้าท้าเดินขึ้นๆไปดู ไม่มีทีมเณรจาก รร ไหนกล้าเปิดประตูขึ้นไปดูจริงๆซักที สถานการณ์ตอนนั้นคือเณรเกือบ 50 องค์ ขึ้นไปดูที่ละทีมไปแออัดยัดเยียดกันที่บรรไดชั้นดาดฟ้าแต่ละทีมก็ไม่มีทีมไหนกล้าเปิดประตูจริงๆแค่จับประตูเพื่อนก็วิ่งกระเจิงกันแล้ว กลุ่มผมไปทีหลังโอ๊ยยแม่เจ้าเด็กทีมากับทีมผมขี้กล้วยิ่งกว่าแค่เห็นคนวิ่งหนีมันก็ไม่ยอมไปต่อกันหมดแล้ว......


ด้วยความสงสัยที่ยังมีอยู่ในใจผมตลอดทั้งคืนผมนอนไม่หลับจนต้องแอบย่องขึ้นไปตอนตี 2 บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดมีเพียงเสียงกรนจากห้องนอนต่างๆๆ หมาเห่าหอนกันระงม บรรยากาศได้ที่ผมเดินขึ้นบรรไดที่ปรกติมันสั้นแสนแต่วันนี้กว่าจะเดินขึ้นไปถึงประตูมันช่างยากเย็น ครั้นเมื่อถึงประตูแล้วผมก็เปิดประตูนั้นทันที ที่ประตูเปิดออก สิ่งแรกที่ผมเห็นคือเงาตระคุ้มๆที่มีจุดสีแดงวาบๆนับไม่ถ้วนกำลังปรี่กันเข้ามา

เสียงจากเงานั้นดังขึ้น "เฮ้ย!!!! ไม่ต้องตกใจ ไอ้เด็ก สศม ที่มาบวชคนเดียวไง" เสียง เฮ จากเงาก็ดังขึ้นพร้อมกับคำถามขึ้นมาทำไม ผมก็ตอบโดยไม่กลัวอีกแล้วเพราะนี้มันคนชัดๆๆ "ขึ้นมาดูผีเห็นเค้าบอกมีแต่ไม่มีใครกล้าขึ้นมาดูเลยอยากรู้ด้วยตนเอง" คนพวกนั้นบอกพูดเบาๆ พวกกู "รร......(เด็กไม่ดี) ไง ผีไม่มีหรอกกูปล่อยข่าวเพื่อหลอกไม่ให้ใครขึ้นมาตอนกลางคืนเพราะพวกกูจะสูบบุหรี่ และขอให้เก็บเป็นความลับด้วย" ผมก็เลยพูดว่า "เอ้าแล้วกันอุตส่าห์อดหลับอดนอน" พวกนั้นฮาแตกดังลั่นจนพวกข้างล่างได้ยิน เหอๆ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าขึ้นมาเพราะกลัวว่าเป็นเสียงหัวเราะของผี

ผมได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตลอดมา....(จริงๆเล่ามาหลายที่แล้ว เพื่อนฮาแตกกันใหญ่เลย มันฮาตั้งแต่ไปบวชกันพวก รร.อริแล้ว)

ก็แล้วแต่คนแล้วแต่ความคิดนะครับ

ผมยังคงหาเวลาที่มีโอกาสพิสูจน์เรื่องนี้อยู่เรื่อยๆๆ
แม้ยังไม่เจอก็ยังไม่ท้อถ้ามีโอกาสนะไม่ใช่พวกชอบลองขนาดตั้งกลุ่มไม่ดูบ้านร้างยังไม่เคยยังกลัวโจรอยู่
ความคิดเห็นที่ 9
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/somchoke101

สวัสดีครับ สงกรานต์ปีนี้ รดน้ำวันสงกรานต์ให้สนุกนะครับ
ความคิดเห็นที่ 8
SOMBOONTIEW วันที่ : 10/04/2008 เวลา : 12.50 น.
http://www.oknation.net/blog/somboontiew

แวะมาเยี่ยมมาเยือนครับ

ภาพโดนตาเนื้อหาโดนใจครับ

มาตีฆ้องร้องป่าว

เชิญอ่านเรื่องราวที่ผมตั้งใจเขียนมากๆถึงสองเรื่องครับ

หลวงพ่อที่ฉันรู้ (หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์)
ผ้ายันต์สงกรานต์

หลวงปู่ที่ฉันศรัทธา (หลวงปู่ทิมวัดพระขาว)
เรื่องสุดยอดคุณวิเศษชานหมากหลวงปู่ทิม

ใครอ่านแล้วเมนต์หนึ่งเรื่องขอให้รวย

ใครอ่านแล้วเมนต์สองเรื่องขอให้รวยด้วย หล่อ สวย ด้วย

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 7
นานาจิตตัง วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

ผมไปทัวร์ กทม. ได้ไปไหว้พระธาตุตั้ง2ที่

เชิญมารับมาชมภาพสวยๆจากบางกอกครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ย่าดา วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ไม่มีความรู้เรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
แต่ก็กราบไหว้บูชา อยู่เป็นประจำ
ความคิดเห็นที่ 5
nuning วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 12.36 น.
http://www.oknation.net/blog/openning

ถ้าชอบหนิงรีวิวหนัง
ก็ติดตามอ่านของใหม่ๆต่อไปนะคะ
หนิงเขียนเรื่องหลากหลาย บันเทิง
กินเที่ยว การเมือง ทรรศนะต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม
หรือตอนนี้ก็อ่านของเก่าๆก็ได้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
มาลีรัตน์ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆมาให้
ความคิดเห็นที่ 3
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 22.59 น.
http://www.oknation.net/blog/industrialart02

ไม่มีความรู้เรื่องพระเครื่องและพระธาตุเลยค่ะ
องค์ไหนของจริง องค์ไหนของปลอม ไม่รู้ดูยังไง

จริงไม่จริงถ้าใจเรานับถือ แค่นี้ก็น่าจะพอนะคะ


ความคิดเห็นที่ 2
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 05/04/2008 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/somchoke101

จะหาเวลาไปนมัสการครับ
ความคิดเห็นที่ 1
สายธาร วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 07.42 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
"ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดก็ไม่มา เราไม่หวงกัน  เราก็ไม่หมด หมดก็มาเรื่อยๆ "


ขอบคุณครับ.....บทความดีมีความรู้...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31