• dhanawatana
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 3548
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม 2551
NO ONE S PERFECT
Posted by dhanawatana , ผู้อ่าน : 138 , 10:42:43 น.  
พิมพ์หน้านี้


คุณครับ

...

ในชีวิตหนึ่งของเราที่เกิดมา สิ่งที่เราอยากได้ หรือควรที่เราจะได้นั้น ได้แก่อะไรบ้างครับ

?

สำหรับบางคน เขาขอแค่การได้เกิดมามีอวัยวะครบ

5 ก็พอครับ..

ด้วยการมีหนึ่งสมองกับอีกสองมือสองเท้าเพียงเท่านี้ ก็นับว่า เป็นโชคดีสุดๆแล้ว

..

แต่ไม่ทุกคนหรอกครับ ที่จะมีโชคที่ดีถึงเพียงนั้น

คุณเคยได้ยินชื่อของชายหนุ่มคนนี้หรือเปล่าครับ

"

 

 

"

ถึงกระนั้น เขาก็มองความพิการของตัวเองว่า เป็นแค่

...? โอโตะทาเกะ ฮิโรทาดะ" โอโตะทาเกะ ฮิโรทาดะ" เป็นชาวญี่ปุ่น เขาเกิดที่โตเกียว แต่ไม่มีทั้งแขนและขามาตั้งแต่เกิด"ลักษณะเฉพาะทางกาย" คล้ายกับการเกิดมาเป็นคนสูง คนเตี้ย และไม่ต่างไปจาก คนตัวดำ ตัวขาว หรือ คนอ้วน คนผอม

การใช้ชีวิตของชายหนุ่มผู้นี้ น่าสนใจมากครับ

..

เขาใช้ชีวิตครึ่งท่อนอยู่บนรถเข็น

ทว่าสีหน้า แววตา ไม่มีรอยหม่นแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีไม่เท่าคนอื่น แม้แต่น้อย

..

ยิ้มใสๆ ที่ยิ้มได้ทั้งใบหน้า กับทั้งสายตาภายใต้แว่นกลมๆใสๆ

บ่งบอกถึงความเข้มแข็งโดยแท้

 

..

ประเทศญี่ปุ่น มีความเป็นชาตินิยมสูง และเป็นสังคมอันหนึ่งอันเดียวกันเหลือเกิน จนบางที อาจยากที่จะยอมรับในความแตกต่าง

แท้จริง การปฏิบัติต่อเขา ไม่จำเป็นต้องดูแลอย่างสงสาร หรือประคองเสียจนทำให้เขารู้สึกด้อยค่า

แค่อำนวยความสะดวกบางอย่างที่เขาขาด ก็เพียงพอแล้ว

 

 

 

.. คนญี่ปุ่นส่วนมากอาจมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับคนพิการ ไม่ใช่ว่าใจร้าย แต่อาจไม่คุ้น ไม่ชิน ไม่รู้..ว่าจะปฏิบัติตัวต่อคนพิการอย่างไรถูก....

โชคดีเหลือเกิน

แม่ส่งเรียนในโรงเรียนของเด็กปกติ ให้เขาได้รู้จักการใช้ชีวิตเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่งทั่วไป

พ่อแม่เลี้ยงดู

ไม่ให้หนีจากสิ่งต่างๆโดยเอาความพิการเป็นข้ออ้าง

และไม่ให้คิดว่า ความพิการเป็นปมด้อย

ด้วยเหตุนี้

..ที่เขาเกิดมาในครอบครัวที่เข้าใจ"โอโตะ" ให้เป็นเด็กที่เข้มแข็งมาตั้งแต่เล็กๆ"โอโตะ" จึงเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออะไรโดยง่าย

เขาเพียรพยายามและสามารถฝึกฝนที่จะทำสิ่งต่างๆให้ได้ด้วยตัวเอง

พยายามจนเล่นบาสเกตบอลและเบสบอลได้ สามารถไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร

เขียนหนังสือได้ ใช้คอมพิวเตอร์เป็น และที่สำคัญ เขาร่ำเรียนจบปริญญาตรีโดยไม่ต้องใช้อภิสิทธิ์ใดๆ

พอเรียนจบ ก็มาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวกีฬา

และเมื่อไม่นานนี้ มีข่าวของเขาลงในหนังสือพิมพ์อีกครั้ง

ล่าสุด เขาลาออกแล้ว เพื่อมาประกอบอาชีพที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุด

.....นั้นคือการเป็นคุณครู

เขาสอนวิชาศีลธรรมให้กับเด็กๆ ป

นอกจากตำราเรียนแล้ว สื่อการสอนที่ดีที่สุดอีกชิ้นหนึ่งของเขาก็คือ ประสบการณ์ชีวิตจริงที่เด็กๆได้เรียนรู้โดยมองจากชีวิตของคุณครูโอโตทาเกะคนนี้นี่เอง

คนอะไร

คุณครูให้สัมภาษณ์ว่า ความฝันสูงสุดอีกอย่างของเขาคือ อยากให้คนในโลกอยู่กันอย่างสันติ

'

ผมก็พอใจและรู้ซึ้งถึงความหมายของการได้เกิดมาบนโลกนี้แล้ว

 

. 1 - . 6 ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้ถึงความแตกต่างในสังคม"ใช้ชีวิตสง่างาม" เหลือเกิน ขอชม !...หากศักยภาพและตัวตนของผม ทำให้เข้าใกล้ความหวังแม้เพียงก้าวเดียว'

ณ วันนี้

เขาต้องการสร้างโลกในแบบ

วิธีการของเขาคือ เดินทางไปเผยแพร่แนวความคิดที่ว่านี้ ทั่วญี่ปุ่น

และน่าปลื้มใจด้วยจริงๆครับ ที่ตอนนี้ แนวคิดของเขาได้รับความสนใจอย่างมาก จากการขานรับผ่านงานเขียนที่ชื่อ

"โอโตะ" กำลังใช้ร่างกายเล็กๆของเขา "ขับเคลื่อนสังคม" อยู่ครับ"หัวใจไร้สิ่งกีดขวาง" ให้ได้"NO ONE 'S PERFECT" จนมีการแปลไปแล้วหลายภาษา

โอโตะทาเกะ ถ่ายทอดชีวิตของตัวเองในหนังสือ

เพื่อที่จะบอกว่า

ชีวิตครึ่งท่อนบนรถเข็น คือ กำลังใจของคนทั่วโลก

'ความพิการ เป็นแค่เพียงความไม่สะดวกเท่านั้น (แต่ไม่ใช่ความไม่สุขสบาย)'..

ที่มีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตของคุณครู และอาจจะแอบอิจฉารอยยิ้ม หลังแว่นตานั้นอยู่

งานเขียนของเขาได้เผยถึงสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตของเขาครับ

....

แต่บางที ก็อาจจะเผยถึง

"สิ่งที่ขาดหาย" ในชีวิตของเราๆเองด้วย..

นั้นคือ

"

เขาพยายามให้สังคมเปิดใจให้กว้าง ให้ทุก

"

เขากำลังบอกดังๆ ให้คนที่มีร่างกายปกติทั้งโลกได้ยินว่า

"วิญญาณนักสู้" และ "ดวงใจอันเปิดกว้าง" ไงครับ?...โอโตะ" ได้ถ่ายทอดความคิดที่ว่า โลกนี้ไม่ควรมีพรมแดนกั้นขวางระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพียงเพราะคนคนหนึ่ง "เกิดมาไม่เหมือนคนอื่น""หัวใจ" ในสังคม เป็น "หัวใจที่ไร้สิ่งกั้นขวาง" ไร้สิ่งกีดขวางแม้กระทั่ง "ความรู้สึกเวทนาสงสาร" !โอโตะ" ยืนยันอย่างเข้มแข็ง ที่จะขอมีชีวิตอยู่ แม้รู้ว่าจะต้องเกิดมาพิการ

"

 

"

สิ่งที่ยากที่สุดของคุณครู คือเดิน หรือกอดใครสักคน ซึ่งอาจเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเรา

แต่ทำไม ชีวิตที่มีอวัยวะครบ

ถึงจะเกิดมาพิการ แต่ก็มีความสุขในทุกวันของชีวิต"สองแขนและสองขา ที่ขาดหาย" นั้น เทียบเทียมไม่ได้เลยกับ "หนึ่งหัวใจอันเข้มแข็ง ที่มีอยู่" และคุณครูก็อาจมีสิ่งนี้มากยิ่งกว่าใครคนอื่น..5 อย่างเราๆ ถึงยิ้มได้ไม่เท่าคุณครู

บางทีที่เรารู้สึกแย่ เราทุกข์โศกเสียใจ ท้อใจกับบางเรื่องมากจนเกินจำเป็น ทั้งๆที่เราอาจมีในสิ่งที่คนอื่นขาดตั้งมากมาย เรามีทุกอย่างครบมือครบเท้า มีโอกาสได้ลงสนามแห่งชีวิตเพื่อการต่อสู้

ในขณะที่บางคน ทั้งชีวิต มีแต่ลมหายใจไว้เป็นเสบียง

แต่เขายังคงพยายามค้นหาคุณค่าแท้ของตัวเอง ที่จะมอบให้กับโลกใบนี้

 

...

คุณครับ

...

หายใจลึกๆ เวลาเจอปัญหา

ถ้าหายใจเข้าแล้วยังหายใจออกได้ นั่นแสดงว่าทุกอย่างยังเป็นเรื่องเล็กอยู่

เพราะลมหายใจยังเป็นของเรา

คราวใดก็ตาม ที่เราเจอเรื่องหนักมากๆ แล้วยังสามารถใช้นิ้วมือกดโทรศัพท์ไปถึงใครๆ เพื่อเล่าว่า

 

 

"ฉันแย่แล้ว เศร้าเหลือเกิน" ได้ละก็ แปลว่า เรายังโชคดีกว่าคนอื่นอีกมาก..

หนังสือเล่มนี้

ถ้าชีวิตนี้มีโอกาสยิ้มได้มากเท่าที่ครูยิ้ม

, บางคนบอกว่า , ไม่เพียงเหมาะสำหรับคนร่างกายพิการทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับ "คนขี้แพ้" ที่แข็งแรงด้านร่างกาย หากแต่ "ใจหมดแรง" ทั้งหลายอีกด้วย อ่านแล้วจะมีกำลังใจในการสู้ชีวิต หายขี้แพ้เป็นปลิดทิ้งเลยเชียว ! ...ก็ดีใจมากแล้ว..

ขอให้ทุกถ้อยคำที่คุณได้อ่าน

ได้มีส่วนช่วยเติมเต็มช่องว่างในใจทุกดวง ให้มีความสุขและมีกำลังใจที่เต็มตื้น

 

 

 

...

อ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ

"ไม่ครบห้า"

โอโตะทาเกะ ฮิโรทาดะ เขียน

พรอนงค์ นิยมค้า แปล


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
คนใส่แว่น วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 10.50 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


นิยมชมชอบคนเขียน
ให้เราพากเพียรฝึกฝน
เพื่อความเป้นคนเหนือคน
เสาะค้นค้นหาตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 1
มิสนอราห์ วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

เป็นเอนทรีที่ดีจังเลย นอกจากหนังสือจะน่าอ่านและมีคุณค่าให้กำลังใจอย่างที่เจ้าของบล๊อกว่าไว้ เจ้าของบล๊อกยังเขียนสรุป ขมวดปม และทำให้อ่านเอนทรีนี้อย่างประทับใจ

1 โหวตนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน