| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ไหม..ที่แข็งแกร่ง แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2547 และ www.matichon.co.th ชีวิต อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คุณอยากให้มันเป็น สิ่งที่คุณควรจะรู้ไว้ก็คือ การเผชิญกับมัน และพอใจกับสิ่งที่คุณมี เป็นคำกล่าวของคุณ ไหม นางสาว สุภัทราพร ตันอธิคม อดีตแอร์โฮสเตสของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ที่กล่าวต่อนักข่าวเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2546 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานเปิดตัวหนังสือ Beyond Shoulders - จากหัวไหล่..ไปถึงเบื้องบน ภายหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2534 คุณไหมได้ทำงานในแวดวงการใช้ภาษา ก่อนจะผันชีวิตตัวเองไปเป็นแอร์โฮสเตส ขึ้นเหินฟ้าไปกับสายการบินเจแปนแอร์ไลน์.. จนกระทั่งวันหนึ่ง เกิดประสบอุบัติเหตุกับดิฉันอย่างรุนแรง เมื่อนั่งรถตู้เดินทางกลับบ้าน และมีรถกระบะวิ่งตัดหน้า ทำให้รถเสียหลักตกข้างถนน ร่างกายดิฉันกระเด็นออกไปนอกรถ และส่วนลำคอกระแทกพื้นถนนอย่างแรง ก่อนหมดสติและถูกนำส่งตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล หนังสือเล่มแรก -- Beyond Shoulders จากหัวไหล่...ไปถึงเบื้องบน จำนวน 92 หน้า -- ที่เธอเขียนขึ้นเองด้วยการ เป่า เล่มนี้ บอกเล่าถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นกับคุณไหมเมื่อปี 2542 และเธอต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 7 เดือนในห้อง ICU พร้อมรับการบำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกายนานกว่า 2 ปี อุบัติเหตุทางรถยนต์ในครั้งนั้น ส่งผลให้คุณไหมเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ ..ตั้งแต่หัวไหล่ถึงปลายเท้า ไม่สามารถขยับหรือรับรู้ความรู้สึกใดๆได้เลย.. ทั้งหมดนี้ เป็นฝันร้ายที่สุดสำหรับชีวิตของเธอ น้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งได้หลั่งไหลพรั่งพลูออกมา ในดวงจิตของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยความเศร้าและเสียใจต่อโชคชะตา ความทุกข์ระทมเข้ามาเกาะกุมอยู่ในหัวใจ ในบางครั้ง เธอได้พบว่า ใบหน้าของตัวเองนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา เธอได้ใช้เวลา ค่อยๆเป็นยารักษาร่างกายและจิตใจ.. Handikey กับ การเป่าหนังสือ แม้ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถทำให้คุณไหมกลับมาเป็นเหมือนดั่งเดิม แต่เราคงต้องขอขอบคุณ วิทยาการทางการแพทย์อันทันสมัย ที่สามารถช่วยชีวิตเธอไว้ได้ อีกทั้งต้องขอขอบคุณ Handikey ซึ่งช่วยให้เธอได้มีอีกหนึ่งช่องทางที่จะใช้ความสามารถของเธอเองในทางอักษรศาสตร์ เพื่อเกื้อกูล เป็นแรงหนุนนำใจต่อคนอื่นๆ ผ่านทางผลงานหนังสือของเธอ Handikey คือคอมพิวเตอร์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ มีอุปกรณ์ที่ผู้ใช้สามารถเป่าลม แล้วแปลงเป็นตัวหนังสือได้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจกล่าวได้ว่า Handikey ทำให้ความใฝ่ฝันและความมุ่งมั่นของคุณไหมที่จะเขียนหนังสือ กลายเป็นความจริงขึ้นมา คุณไหมได้ใช้สิ่งนี้ เพื่อ เป่าหนังสือ ทีละตัว ทีละตัว จนสำเร็จออกมาเป็น Beyond Shoulders จากหัวไหล่...ไปถึงเบื้องบน และอีกเล่มล่าสุดคือ ไหม...ผู้ไม่ยอมแพ้ในร่างพิการ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตนักศึกษาปริญญาโทควบคู่กับการทำงานด้านคนพิการ โดยวางขายในร้านหนังสือทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา การ เป่า หนังสือทั้งสองเล่ม สื่อถึงความทุ่มเทของเธอในการ เสกสรร อันน่าชื่นชมยิ่ง เธอคิด เธอทำ เธอแก้ไข ด้วยแรงบันดาลใจของเธอ ที่ไม่เพียงแต่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ของเธอเอง แต่เธอยังต้องการสร้างแรงกระตุ้น ให้กับคนพิการ ในการเอาชนะความยากลำบากอย่างที่เธอทำอีกด้วย หากผู้ใดประสบเหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมหลีกเลี่ยงความเศร้าเสียใจไม่ได้ แต่เมื่อผ่านเวลาไประยะหนึ่ง เราย่อมคิดปลงตกได้ว่า ชีวิตของเราจะมาจมอยู่กับอดีตที่เลยผ่านไปไม่ได้ ชีวิตมีแต่จะต้องเดินไปข้างหน้าเท่านั้น เราควรมองโลกในแง่ดี เราต้องมีกำลังใจให้ตนเองและจากคนรอบข้าง ถึงแม้ว่าดิฉันจะขยับได้แต่เฉพาะลำคอและศีรษะ แต่เรายังมีมันสมองที่ใช้คิดและสร้างสรรค์สิ่งดีๆได้.. ดิฉันกลับเข้ามาในสังคมอีกครั้ง ยอมรับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ หันมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง โดยใช้วิธีอ่านให้คนฟังและช่วยพิมพ์ตัวอักษร จนกลายเป็นรูปเล่มวางขาย หลังจากนั้นได้ทำงานด้านพัฒนาคนพิการ เป็นนักเขียน นักแปลภาษา และวิทยากรในงานสัมมนาผู้พิการ เธอได้กล่าวออกมาแบบนี้ และเธอก็ได้ทำตามที่เธอคิดและตั้งใจเอาไว้ แต่เธอก็ยังไม่หยุดความฝันอยู่เพียงเท่านั้น เธอมีความพยายามเป็นอย่างมากที่จะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอคิดหวังมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงอีกวาระหนึ่งที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้เปิดรับสมัครสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทภาคพิเศษ ปีการศึกษา 2547 ในหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม คณะพัฒนาสังคม เพื่อขยายโอกาสสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน นำความรู้ที่ได้รับไปเสริมสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน ซึ่งในการรับสมัครสอบครั้งนั้น ได้รับความสนใจและมีผู้เข้ามาสมัครสอบด้วยตนเองเป็นจำนวนมาก แต่ที่สร้างความสนใจให้กับผู้มาสมัครสอบและเจ้าหน้าที่รับสมัครทุกสายตา เป็นอย่างมากก็คือ มีสุภาพสตรีผู้พิการรายหนึ่ง นั่งรถเข็นมากับผู้ติดตาม เข้ายื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานการศึกษาด้วยตนเองอย่างมั่นใจ สาวผู้บากบั่นก็ได้เรียนต่ออย่างที่เธอต้องการ ดั่งประโยคหนึ่งที่ว่า ประตูแห่งความรู้ ไม่เคยปิดกั้นใคร... ถึงแม้ร่างกายจะเป็นอุปสรรค แต่เธอก็ยินดีที่จะทำมันต่อไป เพื่อสร้างกำลังใจแก่ผู้อื่นที่ต้องตกอยู่ในวังวนเดียวกับตัวเธอ และในที่สุด เธอก็ทำได้สำเร็จไม่แพ้คนทั่วไป เธอได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า คนพิการก็ทำอะไรหลายอย่างได้เหมือนกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องการเล่าเรียนศึกษา เธอบอกว่า อยากเรียนต่อคณะพัฒนาสังคม เพราะสามารถนำเอาไปใช้ทำงานได้ งานของดิฉันเกี่ยวข้องกับคนพิการ เรียนเพื่อเอาความรู้ไปใช้วางแผนพัฒนาคนพิการ วิเคราะห์ปัญหาคนพิการ เพื่อช่วยให้คนพิการได้รับความเท่าเทียมกันในสังคม และเธอยังได้ย้ำอีกว่า ผู้พิการไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อสังคมเลยแม้แต่น้อย แม้สภาพร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยเช่นใด แต่คุณไหม ก็ไม่ยอมแพ้ หลายคนจึงแปลกใจว่า เธอไปเรียนได้อย่างไรกัน ซึ่งอาจารย์ วิชัย รูปขำดี อาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยฯ เล่าว่า คุณสุภัทราพรสามารถเรียนต่อในสาขาพัฒนาสังคม หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตได้โดยไม่ส่งผลกระทบหรือมีปัญหาใดๆในการจัดการเรียนการสอนอย่างแน่นอน คุณสุภัทราพรมีประสบการณ์การทำงาน 10 ปี จึงไม่ต้องสอบข้อเขียน เพียงแต่ต้องสอบสัมภาษณ์ ก่อนหน้านี้ คณะฯเราเคยมีประสบการณ์ที่มีผู้พิการมาเรียนอยู่ก่อน ถึงแม้คุณสุภัทราพรจะขยับได้เฉพาะแต่ส่วนลำคอขึ้นไป แต่การเรียนหนังสือ สมองเป็นส่วนสำคัญที่สุด มือจับปากกาเล็กเชอร์ไม่ได้ แต่เธอสามารถอัดเทปฟังคำบรรยายได้ และเรายังให้เธอมีผู้ช่วยคอยดูแลอยู่ใกล้เธอ เวลาคุณสุภัทราพรมาฟังคำบรรยาย อาจให้ผู้ช่วยคอยจดเล็กเชอร์ ช่วยอัดเทปคำบรรยาย รับเอกสาร , เวลาประเมินผล เราจะมีอาจารย์มาทดสอบปากเปล่า อาจารย์อ่านโจทย์ คุณสุภัทราพรตอบโจทย์ ส่วนการทำวิทยานิพนธ์ก็ไม่มีปัญหา จะมีอาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด.. เป็นโอกาสอันดีที่คนพิการจะได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม เราไม่ได้มองว่าเป็นภาระ แต่มองว่า เป็นการให้ผู้พิการได้มีโอกาสทางการศึกษา และเมื่อเธอประสบความสำเร็จ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคมด้วย ในเวลานี้ นอกจากงานเขียนแล้ว เธอยังเป็นอาสาสมัครให้แก่องค์กรคนพิการสากลแห่งเอเชียและแปซิฟิก , เป็นสมาชิกของสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย , เป็นวิทยากรให้กับศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ศพอ.) และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆด้านคนพิการอีกด้วย เหตุการณ์เพียงชั่วพริบตาเดียวในครั้งนั้น เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเธอ เว้นไว้แต่เพียงความเป็นนางฟ้าผู้มีใจเข้มแข็งและงดงาม ที่ยังคงเข้มแข็งและงดงาม..ไม่แปรเปลี่ยน เธอไม่มีแขน แต่เธอก็สามารถเขียนได้ เธอไม่มีขา แต่เธอก็ยังสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ตราบใดที่หัวใจอันแข็งแกร่งของเธอยังคงเต้นอยู่ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ ด้วยความอุตสาหพยายาม ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ และ Handikey เธอตั้งใจที่จะทำหนังสือเล่มต่อไปออกมาอีกในเร็วๆนี้..
|