วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม 2550
นิยาย พิชิตรัก พิทักษ์ใจ 11
Posted by
บัวหิมะ
,
ผู้อ่าน : 356
, 08:56:21 น.
| หมวดหมู่ :
นิยาย พิชิตรัก พิทักษ์ใจ กับยัยจอมซ่า
พิมพ์หน้านี้
|
 สายเลือดนักเลง (คุณหมอเลือดนักเลง)
ชายร่างสูงสง่า ผมขาวดอกเลา สวมเสื้อสูตรสีดำปลดกระดุมทับเสื้อเชิต สีน้ำเงินเข้ม ยืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ รอการกลับมาของธนาคิม ป้าแก้ว รอยรายงานเรื่องราวเกี่ยวกับผู้มาเยื่อน อยู่ที่ประตูทางเข้า
คุณท่านมาค่ะ คุณหนู ป้าสายพิน เรียกขานธนาคิมว่าคุณหนู ครั้งแรกที่ได้ยินดาราวลีได้หัวเราะกลิ้ง จนเจ้าตัวออกอาการฉุน สั่งห้ามสายพินเรียกต่อหน้าเธออีก แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่สามารถตัดความเคยชินของป้าสายพินขาด เธอว่าก็เรียกมาแต่ไหนแต่ไร จะให้เปลี่ยนง่ายได้อย่างไร
คุณท่าน ดาราวลีเลิกคิ้วใส่ธนาคิม เป็นเชิงว่าสงสัย
คุณพ่อฉันเอง ธนาคิมตอบสั้น ๆ จากเดิมที่เขายังดูอารมย์ดี สีหน้ากลับแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เธอดูไม่ค่อยออกว่าเขาอยู่อารมย์ไหน แต่ที่แน่ใจคือไม่ใช่อารมย์เดียวกับตอนเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน
ดีจัง ฉันจะได้รู้จักเจ้าของบ้านตัวจริง พูดพร้อมฝืนยิ้ม ลึกในใจหล่อนยังคงหวาดเกรง นายท่านเจ้าของบ้านจะใจดี เฉกเช่นเดียวกับธนาคิมหรือไม่ ธนาคิมเดินตรงเข้าห้องโถงใหญ่ ชายวัยเกบ 60 ปี ยืนนิ่งจ้องมองรูปภาพหญิงสาวผู้เป็นภรรยา เขาหันมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของทั้งคู่
สวัสดีครับพ่อ กล่าวทักทาย เขากับผู้เป็นบิดาแถบไม่มีโอกาสได้พบพูดคุยกัน นายธนาคารมักใช้ชีวติเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ในระยะถือเขาถือว่าเป็นบันปลายชีวิต กลับมาแล้วหรือครับ ครั้งสุดท้ายที่เขาคุยกับบิดาคือเรื่องฝากฝังนางศรีไพรกับลูก ผู้เป็นบิดาอยู่ที่อังกฤษ
อืมม กลับมานานพอที่จะมีเวลาสืบข่าวว่าแกกำลังทำอะไรอยู่นะซิ นายธนาคารตอบ
นี่พ่อให้คนสืบเรื่องผมหรือครับ ธนาคิมมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ถ้าพ่ออยากรู้ ถามผมเลยก็ได้ครับไม่ต้อง ถึงขั้นต้องสือเอาหรอกครับ
แกไม่ต้องพูดดีหรอก ฉันถามแล้วแกเคยบอกความจริงเสียที่ไหน นายธนาคารกระชากเสียงหนัก นี่คงจะเป็นแม่หนู ที่ช่วยแกไว้ละซิ ส่งยิ้มมาให้ดาราวลี
โจนี่พ่อผมครับ ธนาคิมแนะนำหญิงสาวที่ยืนนิ่งดูการประทะฝีปาก ของพ่อลูกพักใหญ่ โจครับพ่อ ส่วนประวัติผมคงไม่ต้องอธิบาย พูดน้ำเสียงออกประชดประชัน
สวัสดีค่ะคุณลุง ไหว้พระเถอะ ตัวเล็กแค่นี้ไม่นึกเลยนะว่าจะเป็นนักคาราเต้เหรียญทอง ไงก็ต้องฝากหนูช่วยดูแลมันด้วย นะ แส่หาเรื่องใส่ตัวนัก เป็นหมอดี ๆ ไม่ชอบ หันไปมองหน้าธนาคิม แกนี่ก็แปลก พอฉันจะให้เป็นนักเลงจริง ๆ กลับจะเป็นจะตาย ก็ยังดีนะที่สายเลือดของฉันมันยังแรงอยู่ แกถึงได้ ซ่าได้ขนาดนี้ นายธนาคารพูดพร้อมกับถอดถอนใจ หวนนึกถึงเรื่องราวของตัวเอง นายธนาคารสมัยหนุ่มเป็นนักเลงหัวไม้ รับใช้รับใช้พวกเจ้าพ่อวงการใต้ดินมานักต่อนัก รู้จักคนมากมายในวงการนักเลง เจ้าพ่อต่าง ๆ และด้วยความชาดฉลาด ไหวพริบเกินคน บวกกับประสบการณ์อันโชคโฉน ทำให้นายธนาคารก้าวเข้าเป็นเจ้าพ่ออับดับหนึ่งแห่งวงการนักเลง ประกอบธุรกิจทั้งถูกผิดกฏหมายอยู่มากมาย โดยเฉพาะบ่อนการพนันถูกกฏหมายที่นายธนาคารถือสิทธิอยู่เพียงผู้เดียว ไร้คู่แข่งขัน และด้วยกิจการธุรกิจของบิดานี้เอง ที่ทำให้ธนาคิมไม่ค่อยจะลงลอยกับบิดานัก เขาเกลียดการพนัน เขาเกลียดแหล่งมอมเมามั่วสุ้ม
พ่อเป็นเหตุแห่งความเสื่อมโซม หลังจากประโยคนี้หลุดออกจากปากธนาคิม ฝ่ามือหนาแข็งแรงก็ปะทะบนใบหน้าของเขาอย่างจัง เป็นครั้งหนึ่งที่นายธนาคารตบหน้าธนาคิม ด้วยความโกรธกับคำกล่าวหาที่บุตรชายก่อตั้งให้ ความเจ็บปวดบาดลึกลงไปที่จิตใจของนายธนาคาร แต่จะให้เปลี่ยนแปลงสิ่งใดเขาก็ไม่สามารถที่จะทำได้แล้ว เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เขาเลือกมาแต่ต้น ถ้าไม่เลิกก็ต้องลุยให้ถึงที่สุด เป็นคำพูดของนายธนาคาร
เป็นนักเลง คุณหมอนี่นะคะ จะเป็นนักเลง ดาราวลีกล่าวออกมาด้วยความงุนงงสงสัย กับเรื่องที่นายธนาคารกำลังพูดถึง
โจ ผมว่าคุณไปอาบน้ำอ่านหนังสือเถอะครับ ดาราวลีหันขึ้นมองหน้าธนาคิมอย่างงุนงง เขากำลังไล่เธอไปที่อื่น
คุณหมอ ฉันยังไม่ได้คุยกับพ่อคุณเลย
ไปเถอะครับ ได้ข่าวว่าคะแนนยิ่งไม่ดีอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ
นี่คุณ ดาราวลีสะดุ้ง เขารู้ได้อย่างไร
ไปเถอะหนู ต่อไปฉันคงได้เข้ามาบ่อย ต้องได้มีโอกาสคุยกันอยู่แล้ว นายธนาคารส่งยิ้มให้เธอ
ค่ะ หนูขอตัวไปก่อนนะคะ ไว้วันหน้าคงได้คุยกับคุณลุงอีก ก่อนเดินแยกออกไป ดาราวลีหันมาจ้องธนาคิมอย่างเอาเรื่อง แต่ท่าทางของเขาสงบนิ่งไม่ใส่ใจ สีหน้าแววตา ราวกับแบกโลกและมาหาสมุทรรวมกันไว้บนแผ่นหลัง
นี่คุณหมอ คุณพ่อคุณกลับไปแล้วเหรอ ดาราวลีถามขึ้นเมื่อธนาคิมโพล่เข้าด้านปรตูใหญ่ห้องของเธอ
ครับ
แปลกจัง พ่อกับลูกแยกกันอยู่คนบ้าน เออ คุณพ่อคุณหมอมาเรื่องของพวก SOD ใช่ใหม ดาราวลีถามยั่งเชิง หากชายหนุ่มตอบคำถามแรก เธอจะสามารถซักต่อไปได้
ครับ
หมายความว่า ท่านรู้เรื่องแล้ว ว่ารู้แต่ได้ยังไงล่ะ คุณเป็นคนบอกเองนิว่าคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีไม่มาก
คุณไม่ต้องสนใจหรอก เอาเป็นว่าท่าสมารถก็แล้วกัน
แล้วท่านว่ายังไง
บอกให้ผมเลิกยุ่งกับเรื่องนี้
แล้วคุณล่ะ
ยากครับ วันก่อนผมให้ศตานนทร์ถายเอกสารจดหมายของนายพลมาให้ ว่าจะให้คุณช่วยไขปริศนาบนจดหมายซะหน่อย ธนาคิมกล่าวด้วยรอยยิ้ม ไม่หวั่นเกรงกับคำตักเตือนของบิดา
คิม ลูกรู้หรือไม่ หน่วยเก็บกวาดของมันไม่ปล่อยลูกแน่ ถ้าลูกยังไม่เลิกตอแยกกับพวกมัน ถึงตอนนั้นพ่อก็อาจจะช่วยอะไรลูกไม่ได้เลย พวกมันเป็นองค์กรก่อการร้ายระดับนานาชาติ ไม่หวั่นเกรงอิทธิพลของใครหน้าไหนทั้งนั้น พวกมันทำตามคำสั่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของผู้นำองค์กรของพวกมันเท่านั้น เป็นคำกล่าวตักเตือนที่นายธนาคารกล่าวกับบุตรชาย
ฉันพอจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพ่อนายถึงอยู่ร่วมบ้านกับนายไม่ได้
ถ้าอย่างนั้น แล้วที่ผมอยู่ร่วมบ้านเดียวกับคุณได้ล่ะ ธนาคิมพูดอมยิ้ม ไม่เอาล่ะไม่เถียงกับคุณล่ะ ขอไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วอย่าหลับไปเสียก่อน
ฉันว่านายพลเนี้ยคงลืมแหง๋ ๆ ดาราวลีให้ความเห็น หลังจากพิจารณาข้อ ความในจดหมายหลายตลบ เธอก็มองไม่ออกถึง ข้อความที่จะซ่อนความนัยไว้แต่อย่างใด
ผมว่าแล้วเชียว ถ้าคุณหาเจอคงไม่ต้องสอบซ่อมหรอก
นี่คุณมันเกี่ยวกันตรงไหน นี่แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันว่าจะถามแล้วแต่ดันลืมไปเสียได้ ดาราวลีตวาดเสียงดัง
รู้มากว่านี้ด้วยล่ะ ผมจะบอกคุณไว้นะ ตอนนี้ผมบอกอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณแล้วนะว่า คุณคือเด็กในปกครองของผม ญาติของคุณที่เป็นคนสนิทของคุณพ่อผม ให้ผมช่วยดูแลคุณ
โกหกชัด ๆ ไม่น่าเชื่อน่าตาซื่อ ๆ อย่างคุณนี่ร้ายกาจนัก นี่บอกมานะว่ารู้อะไรอีก ดาราวลีวีนแตก
ก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหายนี่นอกจากไอ้ผลการเรียนที่สุดแสนจะห่วยแตก หรือว่าคุณมีอะไรที่เสียหายกว่านี้อีก ดาราวลีเพิ่งจะรับรู้ว่าความจริงแล้วธนาคิมก็ปากจัดมิใช่น้อย
คุณ..ดาราวลีนิ่งไปชั่วขณะด้วยความโกรธ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนได้คิด อ้อนายหมอ! นี่นายกำลังเอาฉันเป็นข้ออ้างที่จะเข้าไปพูดคุยกับอาจารย์ทาริกาใช่ไหม ร้ายกาจนะนาย
อย่ามั่วซิคุณ ถ้าผมไม่เตรียมเรื่องราวเสียแต่ตอนนี้ แล้วที่ผมไปรับคุณทุกวันน่ะ จะบอกใครเขาด้วยเหตุผลอะไรล่ะ อย่างน้อยสักวันอาจารย์ที่ปรึกษาของคุณก็ต้องทราบ
ไม่อยากให้อาจารย์เข้าใจผิดใช่ไหมล่ะ ดาราวีพยายายจะไล่ให้ทันหมอหนุ่ม
สิทธิของคุณถ้าจะคิดแบบนั้น แต่ที่แน่ ๆ ต่อไปผมจะดูแลเรื่องการเรียนของคุณด้วย ธนาคิมพูดเน้นเสียงยื่นคำขาด
เฮ้ย นายถ้าจะบ้า มีสิทธอะไรเนี้ย ดาราวลีโวยวายไม่เลิก
โจ ผมเป็นห่วงคุณนะ ถือว่าเป็นการไถ่โทษสำหรับการที่ผมต้องทำให้คุณเดือนร้อนจากพวก SOD นะครับ ธนาคิมพูดสุภาพ แวตาอ่อนโยน จริงใจ
ไม่จำเป็นหรอก ฉันดูแลตัวฉันเองได้ ดาราวลียืนกราน แต่น้ำเสียงอ่อนลงมามาก
เถอะน่า ธนาคิมพูดพร้อมจ้องมองลึกไปในแววตาของสาวน้อย ความรู้สึกห่วงใย ในตัวสาวน้อยคนนี้มันมากมายเหลือล้น เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกินขึ้นในใจเขามาก่อนไม่ว่ากับใคร ผู้หญิงคนไหน ให้ผมคอยช่วยคุณเหมือนนายพงษ์ภัทร อีกสักคนนะ
นี่คุณ คุณรู้เรื่องพี่พงษ์ด้วยหรือ นี่มันจะมากไปแล้วนะ ดาราวลีโวยวาย
นี่ เขาก็เป็นรุ่นพี่ อดีดประธานชมรมคาราเต้ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าคุณนับถือเขามาก เชื่อฟังนายนี่ดี ไม่เห็นจะต้องขึ้นเสียงโวยวายเลยนี่ นอกเสียจากคุณจะ.... ไม่ทันที่ธนาคิจะพูดจบ หมอนข้างที่ดาราวลีหยิบฉวยได้ก็ฟาดลงไปที่ตัวธนาคิม ทั้งคู่ยื้อยุด กันจนล้มลงไปกลิ้งอยู่บนเตียง
จะอะไร นายกำลังจะว่าอะไร มันจะมากไปแล้วนะ ดาราวลีตวาดเสียงดัง
นี่คุณคิดอะไรของคุณ ผมแค่จะบอกว่านอกเสียจากคุณอยากจะสอบตก เรียนไม่จบ ก็ได้ผมจะไม่ยุ่ง ธนาคิมเน้นเสียงประโยคหลัง ดาราวลีจึงหยุดนิ่งได้
ฉันไม่ต้องมีใคร ฉันก็เรียนของฉันเอง จบหรือไม่จบก็เรื่องของฉัน ดาราวลีพูดออกมาเสียงสั่นเครือ น้ำตาเออล้นขบตาล่วงลงมา เรียนไม่จบ เป็นคำที่เสียดแทงหัวใจเธอให้ได้เจ็บมากมายนัก ธนาคิมอดแปลกใจไม่ได้ สาวน้อยอารมย์ดี ที่ดูออกจะเข้มแข็ง บทจะขี้แยขึ้นมา ก็ง่ายดาย รวดเร็ว จนเขาไม่ทันตั้งตัว น้ำตาผู้หญิง ธนาคิมเคยเห็นเสียที่ไหนล่ะ
โจ คุณร้องไห้
เห็นฉันหัวเราะหรือไงหญิงสาวยังตีฝีปากกล้า ออกไปซะ ไม่ต้องมาดูถูกกัน ถึงฉันจะไม่เอาไหน ยังไงก็ไม่ต้องให้คุณมายุ่งก็ได้ และยิ่งคุณไม่ได้หวังที่จะช่วยฉันจริง ๆ ก็ไม่ต้องเอาฉันมาอ้าง ดาราวลียังตวาดไม่เลิก ทั้งน้ำหู น้ำตาไหลพราก ธนาคิมคิด เธอคงเข้าใจว่าเขาเอาเธอเป็นข้ออ้าง สำหรับการไปพบหาทาริกา หากเธอคิดเช่นนั้นจริงก็เป็นเหมือนดั่ง เธอคงคิดว่าเขานำจุดอ่อนทางจิตใจของเธอไปเป็นเรื่องเล่นสนุก หาได้คิดช่วยเหลือเธออย่างจริงใจแม้แต่น้อย ไม่ซิ ฉันคิดช่วยเหลือเธอจริง ๆ ต่างหากล่ะดาราวลี ถ้าหากเขาจะพบหากับทาริการจริง ไม่จำเป็นต้องเอาเธอเป็นข้ออ้างหรอก ธนาคิมคิดกับตัวเอง
ฟังนะโจ ผมเป็นห่วงคุณ อยากช่วยคุณจริง ๆ เชื่อในความจริงใจของ ธนาคิมพูดสุภาพหนักเน่น ดาราวลีมองจ้องสบตาชายหนุ่ม เธอเห็นถึงความอ่อนโยน จริงใจที่แฝงไว้จริง ๆ
คุณไปก่อนเถอะ ขอฉันพักผ่อนเถอะ ดาราวลีพูดสั่ง พร้อมกับหันลังให้ธนาคิม ล้มตัวลงนอนซุกหน้าไว้กับหมอน ชายหนุ่มได้แต่จ้องเธออยู่เพีงคู่ก่อนที่จะ ถอยห่างออกไปจากห้อง ชั่วโมงนี้เขาผิดจริง ที่ไปพูดจี้จุดอ่อนไหว ในจิตใจของเธอ
|