• บัวหิมะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maliwan999@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-18
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 16850
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
เวปนิยายรักออนไลน์
คุณรู้ไหม ซานตานน่ะ แท้ที่จริงแล้วเขาเคยเป็นเทวดาที่แสนดีมาก่อน แต่แล้วความสิ้นหวังและความผิดหวัง ทำให้ก้าวเดินสู่เส้นทางสีดำ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/diary
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม 2550
นิยาย พิชิตรัก พิทักษ์ใจ 17
Posted by บัวหิมะ , ผู้อ่าน : 222 , 22:10:47 น.   | หมวดหมู่ : นิยาย พิชิตรัก พิทักษ์ใจ กับยัยจอมซ่า  
พิมพ์หน้านี้


คลี่คลายคดี


“หมอมีคนมา” ดาราวลีดาราวลีเอ่ยขึ้นเมื่อโพล่พ้นออกมาจากประตูห้อง เธอก้าวออกมาก่อนธนาคิม ชายชุดดำสามคนก้าวออกมาจากลิฟ แม้จะยังอยู่ในระยะไกล แต่ทั้งคู่ยังจดจำได้ดี เป็นสามคนเดียวกัน กับที่พวกเขาพบที่บ้านของนางไพร

“บันไดหนีไ ฟ” ธนาคิมกล่าว พร้อมมองหา นับเป็นโชคดีที่มันอยู่ทิศทางตรงกับข้ามกับพวกมัน

“ไปค่ะ” ทั้งคู่พากันรีบรุดตรงไปที่บันได เปร้ง ! แจกันใบใหญ่ตกกระจายแตกลงสู่พื้น ด้วยกระสุนนัดแรกที่เฉียดผ่านธนาคิดไปอย่างหวุดหวิด ทั้งสองเปิดตู วิ่งก้าวลงสู่ขั้นบันไดหนีไฟ ธนาคิหยิบแท่งเหล็กที่อยู่ใกล้วางขัดไว้เพื่อให้พวกมันต้องใช้เวลาในการเปิด ก่อนที่จะวิ่งตามดาราวลีลงสู่ชั้น 3

“หมอเร็วซิ ทำอะไรอยู่นั้น” ดาราวลีหันกลับมาตะโกนเรียก ธนาคิมรีบวิ่งตามลงมา
ทั้งคู่วิ่งลงสู่ชั้นสอง กระสุนปืนเฉียดดาราวลีไปกระทบราวบันได้ เกร่ง ! เสียงโลหะกระบกัน ทั้งคู่หมอบลง มีผนังอาคารเป็นทีกำบังเล็กน้อย ความกลัวแผ่นซ่านเข้าไปทั่วจิตใจ เงื่อมซึมออกมาตามรูขุมขุน บนใบหน้า เป็นครั้งที่สองที่เธอ ต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงชีวิจ กับชายหนุ่มผู้นี้ หากความแตกต่างคงอยู่ที่ครั้งนี้เธอเต็มใจที่จะเป็นตายพร้อมกับเขา

“หมอค่ะ” ดาราวลีเอ่ยแผ่วเบา ไม่จำเป็นต้องเอ่ยเสียงดังอันใด ทั้งคู่แนบบชิดเบียดกันแถบจะเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ที่กำบังเล็ก

“อะไรหรือ” ธนาคิมตอบรับ มองสบตา

“กลัวความสูงไหม”

“ไม่”

“ดีงั้นไปค่ะ” ดาราวลีฉุดมือชายหนุ่ม กระโดดลงมาจากช่องว่างระหว่างบรรได ลงสุ่งท้องถนน รถบันทุกขนสิ้นค้าผ่านมาในช่วงเสี้ยววินาที แม้พลาดไปนิดทั้งคู่ต้องลงไปกองเจ็บอยู่บนพื้น หากแต่การคำนวนของหญิ่งสาวยังดีเยี่ยม สิ่งของที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำ นั้นนุ่มรองรับทั้งคู่ให้ไม่รับการเจ็บปวดใดแม้แต่น้อย

“เรารอดแล้ว” ดาราวลีเอ่ยมองสบตาชายหนุ่ม ทั้งคู่หันย้อนกลับไปถึงชายสามคนที่วิ่งลงจากบันได ตามมาอย่างเคียดแค้น ความรู้สึกซื้นเปียกจากการสัมผัส ทำให้ดาราวลีเหลียวมองที่ผ่ามือของตัวเอง เลือด!
“หมอถูงยิง !” สีหน้าของเธอเริ่มขาวซีด กับเลือดสีแดงสดที่ติดเปื้อนมาเต็มผ่ามือ หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่ม สีหน้าของเขาถอดสีลงไปจากเดิม “ไม่ หมอต้องไม่เป็นอะไรซิ แต่นี้อะไรกันเลือดสด ซึ่งไม่ใช่เลือดของเธอ แต่ของใครกันล่ะ นอกเสียจากของเขา”
“คุณหมอ” ดาราวลีร้องอย่างตกใจ ชายหนุ่มฝืนยิ้มมาให้เธอ แต่เธอรับรู้ดีแวตาของเขาแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดไม่น้อย
“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ใช่จุดสำคัญ ฉันไม่เป็นไร” ธนาคิมแข็งใจพูดออกมา ไหล่ซ้าย ไม่ใช่จุดสำนักนัก เขาทราบดี
“เลือด!” ดาราวลีร้องออกมาอีก เธออยู่ในอาการตกใจ ไม่สามารถทำอะไรได้ถูก “เขาจะตายหรือไม่” เธอตั้งคำถามกับตัวเอง ความวิตกกังวล ผ่าซ่านทั่วจิตใจ

“ไปโรงพยาบาล” ธนาคิมบอกออกมาอีก สาวน้อยจึงค่อยคลานไปบนพื้นด้านบนของรถบรรทุกสิ่งของ บอกให้คนขับทราบว่าเธอได้อาศัยมาบนหลังคา และขอให้พาไปที่โรงพยาบาล คนขับรับคำแต่โดยดี แม้จะอยู่ในอาการตกใจกับชายหนุ่มหญิงสาวที่ไม่รู้ว่าขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ไม่อยู่ในโปรแกรมการขนส่ง

“มีคนบาดเจ็บด้วยวะ” ชายที่นั่งมามองออกมายังทั้งสอง

“ไปโรงพยาบาลก็ได้ ถ้าเป็นพวกคนร้ายคงไม่ให้พาส่งโรงพยาบาลหรอก เพราะมันไม่แตกต่างกับส่งไปโรงพัก”
คนขับให้ความเห็น

“เกิดอะไรขึ้นครับ” ศตานนทร์มาถึงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถามสาวน้อยที่นั่งรออยู่หน้าห้องพยบาลกว่าสิบนาที
ดาราวลีมองหน้าศตานนท์ เธอส่งกล่องไม้กับสมุดบันทึกของนายพลให้แก่เขา ความจริงเธอตั้งใจจะเปิดอ่านตั้งแต่ตน แต่ความกังวลในจิตใจ เกี่ยวกับชายหนุ่ม ที่ยังคงไปด้านในทำให้เธอไม่มีกระจิตกระใจ

“คุณหมอฝากไว้ให้ค่ะ ของนายพล”

“พวกคุณพบมันแล้วหรือ”

“ค่ะพบทั้งของ พบทั้งคนเลย ต้องเป็นอย่างนี้”

“คิมเป็นยังไงบ้าง”

“กระสุนถากไปที่หัวไหล่ซ้ายค่ะ เห็นหมอว่าไม่เป็นไร ทำแผลอยู่” ดาราวลีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและแวดตาห่วงใย จ้องมองไปยังห้องที่ชายหนุ่มหายลับเข้าไป ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ชายหนุ่มก็เดินออกมาแขนซ้านถูกแขวห้อยกับลำคอด้วยผ้าสีขาวบางเบา

“ดวงแข็งจริงเลยนะแก” ศตานนทร์เอ่ยขึ้นเมื่อ ธนาคิมโพล่หน้าออกมาจากห้องพยาบาล

“ไม่รู้ว่าถ้ามีครั้งที่สาม จะรอดมาได้แบบนี้อีกหรือเปล่า” ธนาคิมตอ หันมองสบตาสาวน้อย ที่มีรอยยิ้มออกมาเช่นกัน

“แล้วเรื่องของสมุดนั่นกับ....”ไม่ทันที่ธนาคิมจะพูดจบ นายตำรวจหนุ่มก็ชิพูดออกมาก่อน

“ต่อไปเป็นหน้าที่ของพวกฉันแล้วล่ะ” ศตานนทร์มองสบตาเพื่อนรัก “ทุกอย่างบันทึกไว้หมด ไว้ค่อยคุนกันจะดีกว่า” ธนาคิมพูดเบา
“อืมม” ธนาคิมตอบรับ เขารู้ถึงภาวะการไม่สะดวกในที่สาธารณะ

“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งนายกับคุณดาราวลีที่บ้านเอง แล้วอีกอย่างคือฉันจะส่งหน่วยคุ้มกันไปคอยดูแลเพิ่มอีกนะ ถ้าเรื่องยังจบระหว่างนี้ นายกับคุณดาราวลีอยู่ในอันตรายมาก”

“อืมมก็ดี ฉันไม่เท่าไหร่หรอก ห่วงแต่” ธนาคิมหันไปมองสาวน้อยที่เดินติดตามาด้านหลัง ศตนนทร์อมยิ้ม

“นี่ ฉันถามอะไรแกหน่อยได้ไหม” ศตานนทร์เอ่ยเบา ๆ ไม่ให้ได้ยินถึงพูดติดตามด้านหลัง

“อะไร”

“นายคิด ยังไงกับคุณดาราวลี” จบคำศตนนทร์ ธนาคิมมองสบตาผู้พูด สายตาสงบนิ่งปิดบังความรู้สึก หากแต่เขาเพลอไปตั้งแต่เมื่อใด ถึงให้ชายหนุ่มจับความรู้สึกได้ จนต้องถามออกมาเช่นนั้น

“คิดอะไรล่ะ” ธนาคิมถวนคำ ไม่ค่อยใสใจ ก้าวเดินเคียงคู่กันไป ที่ลาดจอด

“คิม ทีนายยังรู้จักฉัน แล้วฉันจะไม่รู้จักนายเลยเหรอ” ศตนนทร์พูดเบาอย่างที่สุด

“อย่าคิดให้เสียเวลาเลย เขามีคนรักอยู่แล้ว เห็นว่าเป็นรุ่นพี่มั้ง”

“ถ้าไม่มีก็จะคิดใช่ไหม” ศตานนทร์เซ้า

“นนทร์ นายดูฉันกับเขาซิ มันต่างกันมาก คนแก่อย่างฉัน คงเข้าอกเข้าใจเขาได้ไม่ดีเท่ารุ่นพี่เขาหรอก ฉันคงเข้าไปในความรู้สึกของเธอได้น้อยกว่าเขา ส่วนเธอก็ไม่เข้าใจความรู้สึกฉันเลย แม้แต่น้อย”

“ฮ่า!” ศตานนทร์หัวเราะลั่น จนทำให้คนที่เดินติดตามมาด้านหลัง มองตามด้วยความสงสัย “คนแก่! นี่นายคิดว่านาแก่งั้นเหรอ”

“เธออายเพียงยี่สิบ แต่ฉันสามสิบกว่าแล้วนะ จะไม่แก่ได้อย่างไง”

“นายนี่คิดมากจริง” ศตานนทร์หัวเราะไม่เลิก

“เลิกหัวเราะ บ้าเสียที” ธนาคิมตวาดเสียงหนัก “ไปส่งฉันที่บ้าน แล้วก็เล่าเรื่องของนายพลมาด้วย ฉันอยากรู้ว่าทำไมเข้าถึงไปทำงานให้กับองค์กรบ้านั่นได้” ธนาคิมออกคำสั่ง ศตานนทร์เดินอ้อมไปเปิดประตูด้านหลังให้กับดาราวลี

รายงานเรื่องราวของนายพลกับองค์กรนรก ค่อยเข้ามาในห้วงความคิด ธนาคิมค่อยนั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดในห้องนอน แผนการการจัดการกับองค์กรได้ถูกำหนดขึ้นเรียบร้อยด้วยชุดปฏิบัติงานชุดใหญ่ของสำนักงานตำรวจ รายละเอียดศตานนทร์ไม่ได้เล่าให้ฟังมากนะ แต่เท่าที่ทราบคือสัญลักษณ์ของสมชิกองค์กรที่ได้จากนายพลทำให้ทางตำรวจตามรอยเข้าไปอย่างง่ายได้ บันทึกของนายพลได้บอกสถานที่ตั้งลับขององค์กรไว้ทุกจุด และอย่างละเอียดทำให้เป็นเรื่องง่ายดายที่ตำรวจจะแฝงตัวเข้าไป หากแต่นายพลได้บันทึกไว้เฉพาะจุดทำการของสมาชิกภายในประเทศเท่านั้น ไม่ได้ขยายถึงที่อื่น ๆ ในแต่ละประเทศ หากไม่เช่นนั้นคงขยายพลได้อีกกว้างนัก “อย่างน้อยเราก็สามารถที่จะกำจัดมันให้พ้นไปจากการตั้งรกราก สร้างความวุ่นวายให้แก่ประเทศของเราได้” เป็นคำกล่าวของศตานนทร์ ที่บอกไว้กับเขา เมื่อตอนบอกกล่าวเรื่องราว นายพลเคยเป็นคนของตำรวจจริง ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกันตัวเขา เป็นคนเดียวกันกับนายตำรวจที่เสียชีวิตจากการช่วยเหลือชิวิตผู้คน จากการลอบวางระเบิดที่โรงเรียนเมื่อหลายปีก่อน เหตุระเบิดคราวนั้น เป็นหนึ่งในการก่อวินาศกรรมของ Son of Dankness ผู้สบภัยคือครูและนักเรียน ทั้งหมดหลุดรอดออกมาได้ ขาดแต่ผู้ที่เข้าไปทำการช่วยเหลือ มีสรุปว่าเขาได้จบชีวิตลงไปพร้อมกับการระเบิดของระเบิดชุดนั้น หลังจากช่วยทุกคนออกมาได้ หากแต่บันทึกของนายพลว่าไว้ว่า เขาถูกแรงระเบิดจริงแต่ไม่ได้เสียชีวิตเขาได้รับการช่วยเหลือ จากใครคนหนึ่งซึ่งมารู้ภายหลังว่า เป็นสมาชิกขององค์กร์ SOD ที่ทำการก่อเหตุวางระเบิดในครั้งนั้นเอง หนึ่งชีวิตแรกหนึ่งชีวิต มันเลื่อมใสในความสามารถ ที่นาพลสามารถกู้ระเบิดที่วางกลไว้อย่างมากมายนั้นได้ เลยลงมือสังหารลูกมือให้เป็นตัวแทนศพของนายพล
นายพลถูกแรงระเบิดที่ ชายคนนั้นทำรีโมทย์บังคับสำรอง แม้จะกู้ระเบิดในพื้นที่ได้สำเร็จ ช่วยเหลือผู้คนออกมาได้ แต่ชายผู้นั้นก็ไม่อาจล้มเลิกแผนชั่วร้ายนั้นได้ เขาสั่งลูกน้องผู้เคราะห์ไปรั้งตัวนายพล จับตัวนายพลก่อนที่จะได้ทันออกไป แล้วจากนั้นก็ปิดชีวิตเขาเป็นตัวแทนของนายพล นายพลมาทราบเรื่องราวนี้ภายหลังจากเข้าร่วมกับองค์กรนั้นแล้ว ครั้งนั้นพลถูกแรงจากสะเกดระเบิดทำให้บาดเจ็บสาหัสและเป็นแผลที่ใบหน้า ชายผู้นั้นก็ดูแลนายพลเป็นอย่างดี จากที่แรกเริ่มเขาไม่รู้ว่าชายผู้นั้นเป็นใคร รู้แต่เป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาจากแรงระเบิดนั้น จึงนับถือไว้ใจ เขาทราบเรื่องจากหนังสือพิมพ์ที่ชายผู้มีพระคุณเก็บไว้ให้ว่า “ไม่มีนายพลอยู่บนโลกนี้แล้ว เขาตายจากการกู้ระเบิดช่วยเหลือผู้คน” นายพลไปพบนางศรีไพร กับลูกหลายครั้ง หลังจากเหตุการณ์นั้น ไปในสภาพชายหน้าอัปลักษ์ ขอทานสกปรก โจลูกชายสุดที่รัก กับศรีไพรภรรยา ไม่สามารถที่จะจดจำเขาได้เลย ธนาคิมถามนางศรีไพรเรื่องนี้ นางศรีไพรว่าหลายครั้งเธอกับลูกเคยคุยสนทนาก็ขอทานสกปรก น่าตาอัปรักจริง เธอเสียใจที่ไม่สามารถจดจำเขาได้ในครั้งนั้น และต่อมาภายหลังในบันทึกบอกว่านายพลได้ผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า เขาตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์ เนื่องจากน้อยใจในโชคชะตา หากการทำดีมีผล ดังเช่นที่ได้รับ เขาจึงตัดสินใจเดินในทางตรงกันข้าม และนั่น “ก็เป็นความอ่อนไหวของจิตใจ” ที่ทำให้นายพลเดินเส้นทางชั่วร้ายนั้น “มันเป็นความอ่อนไหวชั่ววูปที่ทำให้เขาก้าวเข้า แต่เมื่อมันดับลง เขาก็ไม่สามารถออกมาได้อีก” จนกระทั่งจบชีวิต “หากแม้คุณไม่หวั่นไหวกับโชคชะตา มีความมั่นคงในจิตใจแล้ว ในวันหนึ่งคุณคงได้กลับมาอยู่กับครอบครัว ท้ายสุดคงไม่จบลงเช่นนี้” ธนาคิมสรุปเรื่องราว ในท้ายสุดของห้วงความคิด ก่อนที่จะหลุดออกมาจากน้ำเสียงดังกังวาล

“ฉันเตือนแกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้เขาไปยุ่ง แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ต้องมาหยอดน้ำข้าวต้มอย่างนี้”
นายธนาคารก้าวเข้ามาในห้อง ธนาคิมเหยียดตัวตรง จากพนักพิงเก้าอี้ มองหน้าผู้เป็นบิดา

“หยอดน้ำข้าวต้มอะไรกัน ผมไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย” ธนาคิมตอบ

“โอ้ย!” ธนาคิมร้องสุดเสียง หลังจากนายธนาคาฟาดฝ่ามือไปที่แขนซ้าย “เจ็บนะครับ”

“ไม่ได้เป็นอะไร พูดออกมาได้อย่างไร ที่เป็นอยู่เขาเรียกว่าสบายดีงั้นหรือ”

“แค่ถากไปเท่านั้น”

“แกมันก็ปากแข็งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ว่าแต่ลงทุนเจ็บมากขนาดนี้ อย่าปฏิเสธฉันนะว่าไม่ได้เรื่องอะไรมาเลย”
นายธนาคารกล่าว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาพยายามให้ลูกน้องสืบเรื่องราว แต่ทางตำรวจปิดเงียบไม่ปล่อยให้รั่วไหลออกมา

“ก็เป็นชิ้นสำคัญที่พอจะกวาดล้างพวกมันได้ครับ”
ธนาคิมตอบ พลางลุกจากก้าวอี้ไปอีกมุมหนึ่งของห้อง ผู้เป็นบิดาเป็นฝ่ายนั่งลงแทนที่

“ขนาดนั้นเชียว ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ลงความเห็นว่าชีวิตแกไม่ค่อยจะปลอดภัยแล้วนะ”

“มันไม่ปลอดมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือครับ”
ธนาคิมพูดเหน็บผู้เป็นบิดา การล้มล้างแก้แค้นในหมู่เจ้าพ่อ มาเฟียร์มีมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เขาเป็นเด็กจำความไม่ได้ จนกระทั่งรับรู้เรื่องราว จดจำวิธีชีวิตของผู้เป็นบิดาได้

“ไม่ต้องมาปากดีใส่ฉัน เอาเถอะ ยังไงเสียเ ลือดฉันมันก็ยังเข้มอยู่ ถึงแม้มันจะคนละสีก็เหอะ”
ธนาคิมได้แต่รับฟังผู้เป็นบิดาไม่ต่อปากคำ

“ฉันจะให้คนมาดูที่นี่ช่วงนี้ก็แล้วกัน”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ คนของเจ้านนทร์ก็มีอยู่แล้ว”

“แกนี่มันจริงเลย เห็นคนอื่นดีกว่าฉันตลอด”

“ก็แล้วแต่คุณพ่อครับ” ธนาคิมพูดตามใจ

“ฉันจะให้คนมาดูแล คนของพ่อซิ ที่คู่ควรรับมือกับพวกมัน” ธนาคิมรับฟังเข้าใจความหมาย การเผชิญเหตุการณ์นอกกรอบคนของนายธนาคาร ย่อมเชียวชาญกว่าคนของทางการหลายเท่า

“ฉันจะให้ดิลกไมรับส่งหนูโจที่มหาวิทยาลัยแทนแกช่วงนี้นะ” นายธนาคารพูดเปรย

“อาดิลก” ธนาคิมฟังไม่เชื่อหู เขาทวนคำ “ดิลก” เป็นลูกน้องคนสำคัญ นี่เรื่องอะไรกัน นายธนาคารจะให้มารับส่งสาวน้อยที่แถบไม่รู้จักหัวนอนปรายเท้า ธนาคิมตามไม่ทันความคิดของผู้เป็นบิดา

“หนูโจ ช่วยแกไว้หลายครั้งนะคิม แกคือลูกฉัน ฉันก็ต้องตอบแทนเขา ที่ช่วยดูแลแก ท้ายสุดเขาก็อาจะดูแลทุกอย่างแทนแก” นายธนาคารพูดอมยิ้น ธนาคิมไม่เข้าใจคำพูดของบิดดานัก กรอบกับไม่ตั้งใจฟัง จึงไม่โต้แย้ง

ดาราวลีมองผ่านระเบียงลงสู่เบื้องล่าง นายแพทย์หนุ่มกับอาจารย์สาวกับกำลังนั่งสนทนากันอยู่ที่สนาม นับตั้งแต่ทราบข่าวการได้รับบาดเจ็บของธนาคิม อาจารย์ทาริกา กลายมาเป็นพยาบาลประจำบ้าน แวะเวียนมาดูแลธนาคิมอยู่ไม่ขาด นายแพทย์หนุ่มก็ดูจะสดชื่นไม่น้อย เวลามีเธออยู่ข้างกาย “ได้ข่าวมีคนมาป้อนข้าว ป้อนน้ำเจ้าคิมไม่ขาดเลยหรือ” เป็นคำกล่าวทักทายของนายธนาคาร กับป้าแก้ว เมื่อวันที่มาพบกับลิลลินีอยู่กับที่บ้าน ช่วงนี้กลับเป็นเธอเสียอีกที่ห่างออกมาจากธนาคิม หากเป็นวันที่ลิลลินีมาที่ เธอจะเป็นฝ่ายถูกสาวเจ้ากันออกไปให้ห่าง หากแต่เป็นวันที่ทาริกาเข้ามาที่บ้าน เธอก็ต้องจำกัดตัวเองให้พ้นทาง “เหมาะสมกัน” เธอลงความเห็น จากที่ได้ฟังจากศตานนทร์ที่รับฟังมาจากสารวีอีกต่อหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องราวของอาจารย์สาวกับหมอหนุ่ม นั้นมีสัมพันธ์ทางใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียน หากแต่เมื่อจบแล้ว ต่างคนต่างไม่สานสัมพันธ์ โดยเฉพาะนายแพทย์หนุ่ม ที่หันหลังให้เรื่องราวความรักโดยสิ้นเชิง ไปหมกมุ่นกับงาน ทั้งในและนอกหน้าที่ ด้านหญิงสาวแม้จะยังคงมีเยื้อใย แต้ก็ไม่มีช่องว่างใด ให้เธอได้มีโอกาสเข้าไปในชีวิตของนายแพทย์หนุ่ม ยิ่งเป็นกุลสตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีอย่างทาริกาแล้ว ก็อยากยิ่งที่จะประกาศตัวไล่ตามชายหนุ่ม เหมือนดงเช่นหญิงสาวในยุคปัจจุบัน เว้นเสียจะได้แรงยุส่งจากสารวีอยู่บ้างในบางครั้ง
ดาราวลีมองภาพเบื้องล่าง สีหน้ายิ้มชื่นยินดีของธนาคิม กับการรับการป้อนข้าว ป้อนน้ำ จากอาจารย์สาว ทำให้เธอรู้สึกหมั่นใส้ ขุ่นเคืองจิตใจขึ้นมาเล็กน้อย “เช้าคน เย็นคนเลยนะหมอ น่ามั่นใส้จริง เห็นหน้าซื่ออย่างงี้ ร้ายใช่เล่น” ดาราวลีก้าวถอยออกจากระเบียง “แล้วนี่เราจะไปวุ่นวายกับเรื่องของเขา ทำบ้าอะไร” ดาราวลีข่มความรู้สึกขุ่นข้องใจ “อิจฉาหมอหรือ” ไม่น่าใช่ หรือจะ “อิจฉาอาจารย์” แล้วจะอิจฉาทำไมกันล่ะ เธอไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเสียหน่อย เธอเองต่างหากที่พยายามสานสัมพันธ์ นายแพทย์หนุ่มกับอาจารย์สาวมาตั้งแต่ต้น ดาราวลีทิ้งตัวลงบนเตียงนี่ รู้สึกขัดใจ ที่เธอไม่สามารถหาสาเหตุ ของความขัดเคืองจิตใจ อย่างบอกไม่ถูกนั้นออกมาได้ “เป็นอะไรไปนะ” ดาราวลีตั้งคำถามกับตัวเอง หรือว่าเป็นอารมย์ “หึง” แล้วใครล่ะ นายแพทย์หนุ่มงั้นหรือ “โอ้ ไม่! ไม่ใช่เด็จขาด” ดาราวลีรีบสลัดให้หลุดจากความคิด เธอกล้าคิดไปเช่นนั้นได้อย่าง เธอคิดไปได้อย่างไร เขาไม่ใช่คนรักของเธอเสียหน่อย หรือว่าเธอ “รัก” นายแพทย์หนุ่มคนนี้ “โอ้ ไม่! มันไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น” นี่เธอกำลังฟุ้งซ่านอะไรหรือ ดาราวลีถามตัวเอง

คลี่คลายคดี

“พี่ภัทร เป็นอย่างไรบ้างนะ” ดาราวลีรำพึงรำพันถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ที่เธอเคยสัญญากับตัวเองว่า จะรักและเคารพเขาตลอดไป เรื่องราวของพงภัทร ช่วยตัดห้วงความคิดของเธอ ออกมาจากเรื่องราวเดิม ที่ก่อกวนจิตใจ
เมลล์ฉบับสุดท้ายของพงภัทร ที่ดาราวลีเปิดอ่านนั้น เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับ การเริ่มต้นเรียนปริญญาโทของเขา หากนับเวลาก็นานมากแล้ว ที่เธอไม่เคยเปิดอ่านอีกเลย ก็ตั้งแต่พบธนาคิม กับเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นล่ะ ดาราลีลุกขึ้นจากเตียง ก้าวผ่านไปที่ห้องนอนของธนาคิม เธอตรงไปยังโน๊ตบุคที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม ซึ่งโดยปกติแล้ว ชายหนุ่มมักขอบพกพาไปตามที่ต่าง ๆ ทั่วบริเวณบ้าน หากแต่เวลานี้เขาคงลืมมันไปแล้ว เพราะมีบางสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้กับนายแพทย์หนุ่มได้มากว่า ดาราวลีเปิดล็อคอินเข้าสู่เมล์ของตนเอง ในกล่องจดหมายมีจดหมายนับสิบที่เธอไม่เคยเปิดอ่าน ล้วนแล้วแต่มาจาก ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ชื่อพงษ์ภัทรทั้งสิ้น สาวน้อยค่อยเปิดอย่านทีละฉบับอย่างเพลิดเพลิน เป็นการเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของพงษ์ภัทรที่พบเจอในต่างแดน สนุกสนาน เศร้า ซึ้ง ดีใจ เสียใจ ต่าง ๆ นานา เธอเพลินเพลินไปกับกับอ่านจดหมาอยู่พักใหญ่ หากแต่ความคิดไม่มาสะดุจที่การตอบจดหมายเสียก่อน แล้วเธอล่ะ จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นอันสุดแสนจะตื่นเต้น ให้กับพงษ์ภัทร ได้รับรู้บ้างดีหรือไม่ “ไม่ได้ซินะ มันสำคัญ และอันตราย เกี่ยวพันธ์กับหลายฝ่าย ไว้เรื่องจบลงเมื่อไหร่ โค่อยแล้วจะดีกว่าน” เธอบอกตัวเอง

“อืมมม” เสียงกระแอมในลำคอ ทำให้สาวน้อยตกใจ เธอไม่ได้ทำผิดอะไร หากแต่กำลังเพลินเพลินจนลืมสภาวะรอบกายไปเท่านั้น จนทำให้ไม่รับรู้ว่าชายหนุ่มเจ้าของห้อง ได้มายืนมองเธออยู่นานแล้ว การหลุดจากห้วงความคิดอย่างไม่ทันตั้งใจ ทำให้ตกใจเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ หากแต่ก็มีความรู้สึกผิดผิดเล็ก ๆ แฝงอยู่ คือเธอไม่ได้ขออนุญาติจากเขา ที่จะมาใช้ห้องนี้

“ทำอะไรอยู่หรือ” ธนาคิมเอ่ยถาม

“ฉันเข้ามาใช้คอมของคุณน่ะค่ะ เห็นคุยอยู่กับอาจารย์เลยไม่เข้าไปขัด”
เธอตอบแผ่วเบานึกถึงภาพชายหนุ่มกับหญิงสาว ความรู้สึกปั่นป่วนทางจิตใจกลับมาอีกครั้ง

“ขัดอะไรกันครับ ตาลเขายังถามถึงคุณอยู่เลย มากี่ครั้งไม่เห็นคุณลงไปทักทายบ้างเลย”

“เอ่อ ฉัน....” คำพูดขายชายหนุ่มเป็นการตักเตือนว่าเธอไม่มีมารยาทแน่แล้ว “เขากำลับว่าเธอไม่มีมารยาท” ดาราวลคิดในใจ

“เอ่อ ฉันขอโทษ คิดว่า...” ดาราวลีมองจ้องสบตาธนาคิม ไม่กล่าวจบประโยค จนชายหนุ่มต้องถามซ้ำ

“คิดว่าอะไรหรือ”

“อยากอยู่กันสองคนงัย” ดาราวลีคิดในใจแต่ไม่ได้กล่าวออกไป

“ขอโทษแล้วกัน คราวหน้าจะไม่มาวุ่นวายอีก” ดาราวลีพูดตัดบท คนละเรื่องราว เกิดความน้อยใจ ทั้งที่หาไม่ได้ว่าความรู้สึกนั้นมาจากที่ได้

“โจ!”ธนาคิมเรียกเสียงเข้ม ดึงสาวน้อยทีลุงพรวดจะก้าวเดินออกไป เข้ามาข้างกาย “ผมไม่ว่าอะไรคุณเสียหน่อยนะ” ธนาคิมพูดเสียงเรียบสุภาพอ่อนโยน “ผมแค่ถามว่าทำอะไรอยู่ เห็นคนดูมีความสุข ยิ้มอยู่คนเดียว ขนาดผมมายืนอยู่ตั้งนานคุณยังไม่สนใจ ก็เลยอยากรู้ต่างหากล่ะ แล้วคุณจะไม่บอกผมหน่อยหรือ” น้ำเสียงของธนาคิมยังคงสุภาพอ่อนโยน ทำให้ความรู้สึกของดาราวลีค่อยเข้าสู่ภาวะปกติ

“ ฉันอ่านเมลล์น่ะค่ะ”

“อ่านเมลล์” ธนาคิมทวนคำ สีหน้าครุ่นคิด “จากใครกันนะ ที่ทำให้สีหน้าคุณดูมีความสุขขนาดนั้น”
ธนาคิมตตั้งคำถาม ย้ายตัวเองไปนั่งลงที่เครื่องมองไปยังหน้าจอ หากแต่ดาราวลีได้ปิดหน้าต่างไปหมดแล้ว

“จากใครก็ช่างเถอะ ไม่ใช่จากคุณก็แล้วกัน” ดาราวลีพูดเสียงเข้มตัดบท

“เอะโจคุณนี่จริงเลย คิดจะตอบตรงไปตรงมากับบ้างไม่ได้หรือ” ธนาคิมพูดอ่อนใจ หากถ้าเป็นของเขาจริงเ ธอคงไม่ยิ้มมีความสุขแบบนั้น

“อาจารย์กับไปแล้วหรือค่ะ”
ด้วยเหตุที่เธอมัวเพลิน อยู่กับการอ่านจดหมายน จึงไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงรถของอาจารย์สาว ว่าไปตั้งแต่เมื่อใด

“ไปแล้วครับ” ธนาคิมตอบเรียบสุภาพ

“ถ้าอย่างนั้น ฉันว่าคุณก็ควรจะได้พักผ่อนได้แล้วนะ จะได้หายไว ๆ”

“คุณห่วงผมหรือ”

“ห่วงซิ ใคร ๆ ก็ห่วงคุณหมอกันทั้งนั้น”

“โจ” ธนาคิมเรียกขานแล้วนิ่งไม่ว่ากล่าวสิ่งใด เพียงแต่จ้องมองสบตาหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า “ช่วงนี้ รู้สึกว่าเราจะไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ”

“ก็แหง๋ล่ะซิ” ดาราวลีตอบรวดเร็ว หากไม่หันมาสบตาชายหนุ่มที่ยังคงเคร่งขรึม เธอคงพูดต่อไปอีกยาว สายตาของเขาจำให้เธอต้องจบลงสั้น ๆ “ฉันต้องไปเรียน แถมก็หมอมีคนคุยด้วยอยู่แล้ว” แบบว่าเช้าคนเย็นคนอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาคุยกับเธอล่ะ เป็นประโยคที่สาวน้อยอย่ากจะต่อออกไป “คุยกับฉันไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ สู้คุยกับอาจารย์ได้ที่ไหนล่ะ” ดาราวลีพูดหน้าทะเล้น ข่มความรู้สึกในจิตใจ

“ปวดหัว” ธนาคิมหัวเรา ฮ่า ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกกับเธอเช่นนี้จริง ๆ แต่ไม่คิดว่าสาวน้อยจะจำมาถึงวันนี้

“เรื่องนั้น ผมล้อคุณเล่นน่ะโจ”

“ไม่รู้ล่ะ เอาไปว่าฉันขอโทษละกันที่เข้ามาในห้องโดยพละการ” ดาราวลีพูดตัดบท “ฉันไปนอนก่อนนะ”

“ไม่” ธนาคิมพูดเสียงเข้า

“ไม่อะไรหรือ” ดาราวลีเดินเข้ามาไกล้ถามอย่างสงสัย

“ไม่ยกโทษให้”

“อะไรกันหมอกับแค่เข้ามาใช้คอมแค่นี้ จะอภัยกันไม่ได้หรือ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น” ธนาคิมตอบลุกยืนจากเก้าวอี้

“อ้าวว แล้วอะไรล่ะ”

“ไม่อภัยที่คุณไม่ตอบคำถามผม”

“เอะ หมอนี่ยังไงนะ คำถามอะไรล่ะ”

“ก็คำถามที่ว่า คุณอ่านจดหมายใครน่ะซิ”

“อยากรู้เหรอ” ดาราวลีถามเสียงสูง ยักคิวหน้าเป็น

“แล้วจะบอกได้หรือยัง” ธนาคิมคาดคั้น

“ไม่บอก” สาวน้อยยังคงหน้าเป็น

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่ยกโทษให้คุณ” ธนาคิมพยายามทำเสียงเข้ม

“ก็เรื่องของหมอ” ดาราวลีพูดไม่ใส่ใจเตรียมเดินออกจากห้อง “การอภัยจะทำให้เราไม่จมอยู่ในความทุกข์นะหมอ” เธอหันกลับมาทำหน้าเป็นสั่งสอน ต่างจากอีกฝ่ายที่ออกอาการขัดเคืองเล็กน้อย

“โจ เดี่ยวก่อน” ธนาคิมลุกก้าวเดินตามมา

“อะไรอีกหรือ” สาวน้อยหันกลับมาถาม

“คุณยังจำได้ไหม ตอนที่ผมติวข้อสอบให้คุณ คุณสัญญาว่าอะไร”
หญิงสาวครุ่นคิด มองสบตาชายหนุ่ม

“จำได้” ดาราวลีตอบรับ
“คุณสัญญาว่าหากคุณผ่านหมดทุกวิชาแล้ว ถ้าผมให้ทำอะไร คุณก็จะไม่ขัด”
ชายหนุ่มพูด แววตาเป็นประกายสดใสได้เปรียบ

“เอ่อ ค่ะ” ตายล่ะหว่า จากแววตาสดใสที่แฟงไว้ด้วยความความเจ้าเล่ย์เล็กน้อย ที่ไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนจากดวงตาของธนาคิม ทำให้ดาราวลีรู้สึก หวั่นเกรงขึ้นมาเล็กน้อย

“หมอจะให้ฉันทำอะไรล่ะ” ดาราวลีพูดห้วน

“เกือบอาทิตย์แล้วล่ะ ที่ผมรู้สึกว่าอาบน้ำไม่สะอาด ผมอาบไม่ถนัด”
สิ้นคำตอบของธนาคิม สาวน้อยเบิกตากว้าง

“หมายความว่า คุณจะ.ให้ฉัน...”จ้องมองสบตายชายหนุ่มด้วยความตกใจ

“อาบน้ำครับ” ธนาคิมพูดไม่ใส่ใจท่าทีของอีกฝ่า

“ไม่!” ดาราวลีตอบหนักเน้น

“ทำไมล่ะ”

“ฉัน...”ดาราวลีมีอาการอึกอัก เถียงไม่ออก “ฉันตามป้าแก้วให้ก็ได้นะ ขอล่ะหมอน่ะ นะ ไม่เอาแบบนี้นะ”
ประโยคหลังดาราวลีใช้น้ำเสียงวิงวอนน่าสงสาร

“ป้าแก้วไม่อยู่นะซิ ถ้าอย่างนั้นไม่กวนหรอก”

“ไม่” ดาราวลียืนกรานเสียงแข็ง

“กลัวผมหรือ” ธนาคิมถามเจ้าเลย์

“กลัวคุณ!” ดาราวลีร้องลั่น

“ใช่ไหม คุณกลัวผม” ธนาคิมถามซ้ำ

“กลัวหมอพิการ อย่างคุณนี้อะนะ”
คำตอบของเธอทำให้ธนาคิมอมยิ้ม
“อ้าวถ้าไม่กลัวแล้ว ทำไม่ทำล่ะ”

“นายเป็นผู้ชายนะ”ดาราวลีพูดสบตาใบหน้าปรากฏเป็นสีชมพู “ส่วนฉันเป็นผู้หญิง”

“เหรอ” ธนาคิมผงกศรีษะ รับรู้ “แต่ผมไม่ยักกะคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงแฮะ”
ธนาคิมพูดขบขัน จ้องมองสีหน้าและแววตาที่ออกอากาวิตกกังวลของสาวน้อย

“หมอพูดอย่างนี้หมายความว่าไง” ดาราวลีตวาดลั่น “ฉันไม่เหมือนผู้หญิงตรงไหน”
สาวน้อยออกการการฉุน ปกติแล้วธนาคิมไม่ใช่คนพูดมาก ช่างต่อความ หากแต่วันนี้เป็นอะไรถึงได้กวนอารมย์นัก

“ตรงไหนนะหรือ”
ธนาคิมมองสำรวจไปตามร่างกาย ทำให้ดวงหน้าหญิงสาวปรากฏเป็นสีชมพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ก็ตรงที่ยืนตวาดผมอยู่นี่ไง”

“คุณหมอ” ดาราวลีเริ่มอ่อนใจ “ไม่เอาโจ ขอทำอย่างอื่นดีกว่าค่ะ”
ธนาคิมหัวเราะ ขำ ขำ ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้

“ผมล้อเล่นน่ะโจ”

“ล่อเล่น”ดาราวลีทวนคำ

“เห็นคุณเงียบ ๆ ก็เลยอย่ากกวนโมโหเล่น”
ธนาคิมพูดอมยิ้ม แววตาเป็นประกายสดใส
“แต่ก็ต้องรบกวนเปลี่ยนเสื้อให้ผมด้วยละกัน วันนี้ป้าแก้วไม่อยู่จริงๆ”

“ค่ะอย่านี้พอไหว ”ดาราวลีรับคำก่อนที่จะ พูดบ่นเบา ๆ “สนุกนักนะที่แกล้งคนอื่นได้ ฝากไว้ก่อนเหอะ”

“ว่าอะไรนะ” ธนาคิมได้ยินไม่ชัด

“เปล่าคะ ฉันว่าจะไปเตรียมเสื้อให้” ดาราวลีรีบพูดก่อนที่จะถอยกรุ รีบออกไปจากห้อง ธนาคิมมองตามด้วยความอ่อนใจ “ถึงคุณจะยอมจริง ผมก็คงไม่ให้คุณทำจริงหรอก ผมก็กลัวเหมือนกัน กลัวใจตัวเอง” ธนาคิม ลดสายตาลงที่หน้าจอโน๊ตบุคเครื่องโปรด คลิ๊ก เปิดหน้าต่างที่ถูกซ่อนไว้ทำให้ ดาราวลีลืมปิด “พงษ์ภัทร” เธออ่านจดหมายของพงษ์ภัทร

วันเสาร์ศตานนทร์มาที่บ้านของธนาคิม ในตอนเย็น เขาเล่าถึงการถูกรอบทำร้าย และรวมถึงเหตุการณ์ ที่บ้านของเขาได้มีบุคคลบุกรุกไป รื้นค้น หากแต่โชคดีไม่ได้เกิดอันตรายแก่ผู้ใด

“สิ่งที่พวกมันค้นหา กับสิ่งที่เราพก็เป็นสิงเดียวกัน” ธนาคิมให้ความเห็น

“พวกมันคงหาสัญลักษณ์นั่น คงคิดว่าอยู่กับฉัน”

“นี่กลับเป็นนายไปที่โดนพวกมันรังควาน ไม่ใช่ฉัน”

“พวกมันคงรู้ ยังนายคงไม่เก็บไว้หรอก อีกอย่างบ้านนายมดสักตัว จะเขามายังยากลำบาก พวกมันคงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็วางใจไม่ได้ยังไงก็ต้องระวังตัว”

“ไม่ต้องมาปากดี พูดห่วงฉันหรอก ห่วงตัวนายไว้เหอะ ถ้าเรื่องยังไม่จบ ฉันว่าคนที่อันตรายที่สุดน่าจะเป็นแกแล้วล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ก็คงเร็ว ๆ นี้ล่ะ ที่จะได้กวาดล้างพวกมัน ส่วนเรื่องฉันตอนนี้ ก็ให้คนไปคอยระวังเพิ่มแล้ว” ศตานนทร์อธิบาย “ได้ข่าวว่า ช่วงนี้มีพยาบาลกิติมศักดิ์มาดูแลหรือ”

“อะไรหรือ”

“ก็คุณดาราวลีบอกว่า ช่วงนี้อาจารย์ทาริกา กับคุณลินลี่ แวะมาหาทุกวันเลยนี่”

“โจเขาบอกนายหรือ”

“ฉันถามเขาเอง ว่านายเป็นยังไง”

“ก็ไม่เป็นไร อีกอาทิตย์หนึ่งก็น่าจะดีขึ้นแล้ว ว่าแต่นายเถอะนนทร์ ฉันชักเป็นห่วง ตอนนี้มันมุ่งไปที่นายแล้วนะ พวกมันคงไม่อยู่เฉยแน่ อีกอย่างถ้าลองคิดว่าเราได้ของมามันคงต้องทำอะไรสักอย่างแน่”

“ฉันเชื่อว่าพวกมันยังไม่รู้หรอกว่าเราได้อะไรมาบ้าง อาจจะคิดว่าได้ตราสัญลักษณ์ขององค์กรอย่างเดียว และนี่แหละที่ทางเรากำลังเล่งดำเนินการให้เร็วที่สุดไม่ให้มันรู้ตัว”

“เมื่อไร”

“ไม่เกินอาทิตย์นี้หรอกคิม ไว้ฟังข่าวดีแล้วกัน”

“จะคอยฟังข่าวแล้วกัน”

“อืมม” ศตานนทร์ตอบรับ

“กับสิตาเป็นยังไงบ้าง”
“ฉันผิดต่อเขามาก ก็พยายามชดเชยให้มากที่สุด ไม่รู้หรอกนะว่าเริ่มตอนไหน มันชัดเจนจริง ๆ ก็ตอนที่จะต้องเสียเธอไป ฉันยอมไม่ได้จริงๆ หากเธอต้องไปเป็นของคนอื่น ถึงรู้ได้รู้ว่ารักมาก”

“นนทร์” ธนาคิมมองสบตาเพื่อนที่กับลังเพื้อรำพันถึงหญิงคนรัก

“สิตาล่ะ”

“รักซิ” ศตานนทร์ตอบไม่มั่นใจ

“รู้ได้ยังไง”

“เดาเอา”

“อ้าว!”

“เถอะน่า ไม่รักฉันก็ต้องทำให้รักให้ได้” ศตานนทร์พูดมั่นใจ

“ฉันก็ขอให้นายทำให้ได้ละกัน” ธนาคิมพูดตอบ

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 22.41 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

โห ตอนนี้ยาวววววมากเลยจ๊ะ

แต่กำลังสนุกคะ เล่นเอาวันนี้ตาแฉะ
และเมื่อยเลยนะคะเนี่ย
แต่อยากอ่านรวดเดียวให้จบค่ะ เพราะอารมณ์จะต่อเนื่อง
ชอบนะค่ะ
"หวาน"
ความคิดเห็นที่ 11
ยิปซีทะเล วันที่ : 17/08/2007 เวลา : 18.07 น.
http://www.oknation.net/blog/gypsysee
มะละกอใบน้อย แต่เสียวWa ...เอาเรื่องจริงมาเล่าแบบขำขำ

มาทักทายเช่นกันครับ บล๊อคสวยดีครับผม เดี๋ยวจะไล่อ่านทุก เรื่องนะครับ
ความคิดเห็นที่ 10
Jaxx วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 20.17 น.
http://www.oknation.net/blog/jaxx

ความเหงาเป็นเพื่อนแท้.......ผมน่ะมีเพื่อนคนนี้เสมอมา
ความคิดเห็นที่ 9
บัวหิมะ วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 17.32 น.
http://www.oknation.net/blog/diary

รับเทศกาลอกหักของเจ้าของ Blog เจ้าค่ะ

ขอบคุณ phakri นะคะ นั่งอ่านตามสบายค่ะ
เชิอ่านตอนแรกค่ะคุณ kingsMule
ขอบคุณ mindsoul ด้วยค่ะ
ขอบคุณ แสงจันทร์ด้วยเจ้าค่ะ อุตสามาทักก่อนนอน
ขอบคุณคุณ human ด้วยอีกคน และก็ คุณ langtajunir ด้วยเจ้าค่ะ สุดท้ายก็พี่นัชเช่นเคย แสนดีที่สุด

ความคิดเห็นที่ 8
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 16/08/2007 เวลา : 17.10 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

โอเคจ๊ะยุ้ย
ทั้งบีจี
ทั้งเพลง
เยี่ยมจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกแม่ไทรจิตใจงาม วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 11.44 น.
http://www.oknation.net/blog/luangtajunior

ยังไม่เคยอ่านเลยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 6
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 20.41 น.
http://www.oknation.net/blog/human-error-story

แวะมาทักทายค่ะ....ตอน 17 คงต้องกลับไปอ่านตอนเก่าๆ
ความคิดเห็นที่ 5
MissBrightside วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 12.34 น.
http://www.oknation.net/blog/nuthatai99
You are the habit I can't seem to kick

โอ้โห ตอนที่ 17 แล้วเหรอคะเนี่ยะ ต้องกลับไปอ่านตอนแรกก่อนละสิ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ
ความคิดเห็นที่ 4
moonlight วันที่ : 13/08/2007 เวลา : 00.18 น.
http://www.oknation.net/blog/sangjan
แสงจันทร์


มาราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณบัวหิมะ
BG สีนี้เย็นตา อ่านสบายดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
mindsoul วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 22.52 น.
http://www.oknation.net/blog/mindsoul

ชื่อของตัวเอก เพราะมาก เนื้อเรื่องน่าสนใจดี อ่านสนุก และ ไม่เบื่อ ดีมาก

สวัสดีวันแม่เช่นกัน
เย็นด้วยธรรม
ความคิดเห็นที่ 2
เล็กหมีพูห์ วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/KingsMule
บันทึกเบื้องหลัง การทำหนังของผม

โอว ต้องกลับไปอ่านตอนแรกก่อนใช่ปะคับ
ขอบคุณที่ไปดูหนังตัวอย่างครับ
ความคิดเห็นที่ 1
อิศรา วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 22.23 น.
http://www.oknation.net/blog/phakri

ขออนุญาตินั่งอ่านนิยายน่ะค่ะ และสวัสดีวันแม่ด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31