| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
![]() ค่ำวานนี้ ผมออกจากบ้านไปดูหนัง หลังจากว่างเว้นไปหลายสัปดาห์ ช่วงนี้มีหนังที่ตั้งใจว่าจะดู 2-3 เรื่อง แต่เลือกเรื่องที่มีรอบฉายใกล้เวลา ที่ผมไปที่สุด นั่นคือ "Vantage Point" ครับ นำแสดงโดย เดนนิส เควด, แมทธิว ฟ็อกซ์, วิลเลียม เฮิร์ต, ฟอเรสต์ วิทเทคเกอร์ ซิเกอร์นีย์ วีฟเวอร์ กำกับโดย พีต ทราวิส Vantage Point เป็นหนัง Action Thriller ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ ลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ผูกเรื่องได้น่าสนใจทีเดียวครับ หนังใช้วิธีการเล่าเรื่อง แบบเหตุการณ์ซ้ำในมุมมองที่เปลี่ยนไป ของตัวละคร 8 ตัวหลัก.. ซึ่งการเล่าซ้ำในมุมมองของแต่ละตัวละครนี้ ก็จะเป็นการเฉลยที่มาที่ไป ปมของเรื่อง ทีละนิด แบบมีชั้นเชิง คือยังมีอะไรให้เราแปลกใจ ได้ตลอด ซึ่งผมชอบทีเดียว ... สนุกไปอีกแบบ... มันไม่ใช่หนังแบบ ที่จะขมวดปมตอนต้นเรื่อง ให้เราคิด ๆ ๆ ๆ และคลายปมตอนจบในทีเดียว ![]() ด้วยวิธีการเล่าแบบนี้ อาจจะแปลกแหวกแนวไปสำหรับหลายคน และทำให้เกิดอาการเซ็งไปบ้าง ... มันย้อนอีกแล้ว...(ได้ยินเสียงหลายคน ในโรงฮึมฮัม ทุกครั้งที่มันกลับมาที่จุดเดิม) โดยอาจจะรู้สึกเหมือนกับ มันไม่ได้ไปไหนซะที แต่จริง ๆ ผมว่ามันไปมาไกลเลยครับ เมื่อกลับมาที่มุมมองของตัวละครอีกตัว ผมสนุกตลอดทุกครั้งที่มันย้อนกลับมา เพราะรู้ว่าเดี๋ยวมันจะได้ดูอะไรดี ๆทำนองนี้ (เอ...หรือผมผิดปกติเนี่ย) ครับก็เลยมาคิดว่า หนังเรื่องนี้คนที่ชอบก็จะชอบไปเลย คนที่ไม่ชอบ ก็จะถึงขั้นด่ากันได้เลย แต่ถ้าหนังไม่เล่าเรื่องแบบนี้ คงจะไม่สนุกไปกันใหญ่นะ เพราะมันจะเหมือนหนังสูตรสำเร็จพื้น ๆ ที่ไม่มีอะไรให้จดจำ เมื่อเรื่องย้อนกลับมาในรอบที่ 4 โดยประมาณ คนดูจะสนุกและลุ้นมากขึ้น กับที่มาที่ไปของเรื่อง ข้อสงสัยจะค่อย ๆ คลายออก ก่อนจะปิดท้าย ด้วยการไล่ล่า ชนิดหายใจหายคอไม่ทัน 20 นาทีสุดท้ายของหนัง สนุกมากครับ! ผมชอบการตัดต่อในช่วงก่อนเข้าสู่ไคลแมกซ์ของเรื่องนี้มาก เชียร์ให้ลองไปดูกัน! หลังหนังจบ ผมเดินยิ้มออกจากโรง (เพราะชอบ) ในกลุ่มคนดูข้าง ๆ ผม มีชายหนุ่ม และหญิงสาวหน้าตาดี จนผมต้องแอบมองซ้ำ ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น "สนุกดีนะ มัน...ดี..." หญิงสาว (หน้าตาดี!) "สนุก ห่าอะไรล่ะ แม่ง...ดูไม่รู้เรื่องเลย" แล้วตามด้วย "£@!!*^$%+_(*$#@&*" ครับ มันเป็นมุมมองที่แตกต่างจริง ๆ ผมเข้าใจ แต่น้ำเสียง และคำพูดของเธอตอนนี้ หักมุมยิ่งกว่าหนังที่ผมดูอีก! ผมเดินจากเขาและเธอมาเร็วขึ้น ...ไม่มีอะไรครับ จะรีบมาเขียนบล็อกน่ะ.... สำหรับผม Vantage Point ยังเป็นหนังที่ยังแนะนำให้ไปชมกัน ถือว่าคุ้มค่าตั๋วนะครับ คอหนังบางคนบอกว่า เรื่องนี้เล่าเรื่องได้ในแบบเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง 11:14 แต่เป็นคนละแนว เพียงแต่ว่าเรื่อง 11:14 จะสนุกกว่านี้มาก... ครับ ผมยังไม่ได้ดูก็เลยว่าจะหาโอกาสดู 11:14 ด้วย ถ้าคุณชอบหนัง Action Thriller ที่ไม่เป็นสูตรสำเร็จเกินไปนัก ขอบอกว่าเรื่องนี้ แม้ไม่เลิศเลอสุด ๆ แต่ไม่ควรพลาด.... ![]() |