• ดีเจพะโล้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dj.palo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-11
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 20040
  • จำนวนผู้โหวต : 134
  • ส่ง msg :
ดีเจพะโล้
“เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์ สักพันชาติจักสู้ ม้วยด้วยหฤหรรษ์ แม้ชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน”
Permalink : http://www.oknation.net/blog/djpalo
วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม 2550
10 ธันวาคม 2550 75 ปี แห่งการเสียสละของพระมหากษัตริย์ เพื่อประชาธิปไตย
Posted by ดีเจพะโล้ , ผู้อ่าน : 487 , 09:58:21 น.   | หมวดหมู่ : ข่าว  
พิมพ์หน้านี้


วันนี้… ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475 ซึ่งถือเป็นการนำประเทศเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอย่างเป็นทางการ นั่นคือ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้เข้ามาแทนที่การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์   

คณะราษฎร  คือกลุ่มบุคคลที่ดำเนินการเพื่อนำประชาธิปไตยมาสู่ประเทศสยามในขณะนั้น เราจะเรียกการดำเนินการของคณะราษฎรในครั้งนั้นว่าอย่างไรก็ตาม

การปฏิวัติสยาม  ยึดพระราชอำนาจจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 7   เปลี่ยนแปลงการปกครอง 

ไม่ว่าจะเรียกว่าอย่างไร  ที่สำคัญเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ส่งผลต่อความเป็นมาประเทศของเราตราบจนวันนี้

ผมพยายามที่จะลำดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ให้คุณผู้ฟังได้พอนึกภาพออกโดยสังเขปครับ…

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะความพยายามที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 1          

แน่นอน...บางประเทศเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการพลิกฟ้าคว่ำดิน    เพื่อจะนำพาประชาชนในประเทศของตัวเองพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ  ภายใต้อุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ 

หลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรปประสบความสำเร็จ

ขณะเดียวกันกลุ่มบุคคลซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกันจากประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง ก็ได้ก่อกำเนิดขึ้นเพื่อรอวันปฏิบัติการเช่นเดียวกัน

นักเรียนและนักเรียนทหารจากประเทศสยามที่ศึกษาและทำงานอยู่ในทวีปยุโรป ได้รวมตัวกัน และเรียกตัวเองว่า คณะราษฎร 

โดยได้ร่างปฏิญญาร่วมกัน  6 ประการ  คือ

1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง

2.จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

3.จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลใหม่ จะพยายามหางานให้ราษฎรทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4.จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน

5.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น

6.จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

สมาชิกทั้ง 102 คน ได้แบ่งเป็นสายต่างๆ คือ

สายพลเรือน นำโดย หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์)

สายทหารเรือ นำโดย น.ต. หลวงสินธุสงครามชัย 

สายทหารบกชั้นยศน้อย นำโดย พ.ต. หลวงพิบูลสงคราม 

และสายนายทหารชั้นยศสูง นำโดย พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา

 

อันที่จริงในประเทศสยามนั้น  พระราชปณิธาณในการที่จะพระราชทานประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน  ได้มีมาแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 และมีการเตรียมการมาแต่ครั้งนั้น

แต่...ความพร้อมของประเทศยังมีไม่พอ เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น  ต้องมีพื้นฐานที่สำคัญคือ การศึกษาของประชาชน จึงเห็นได้ว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงเลือกที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติเป็นอันดับแรก

พระราชปณิธานนี้ได้สืบทอดต่อมาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชปรารภเรื่องพระราชทานรัฐธรรมนูญ  กับคณะอภิรัฐมนตรีและพระบรมวงศานุวงศ์ หลายครั้ง  แต่ก็ถูกทัดทาน  ด้วยสถานการณ์ในขณะนั้นยังไม่ความพร้อมที่เพียงพอ  โดยเฉพาะการศึกษาของประชาชน  ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำอย่างหนักอันเนื่องมาจากภาวะหลังสงครามโลกนั่นเอง  

12 มิถุนายน 

คณะราษฎรได้ประชุมวางแผนการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 โดยมีเป้าหมายควบคุมสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร  ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เสด็จแปรพระราชฐาน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน

24 มิถุนายน 

คณะราษฎร ได้ใช้กลลวง นำทหารบกและทหารเรือมารวมตัวกันบริเวณรอบ พระที่นั่งอนันตสมาคม ประมาณ 2,000 คน ตั้งแต่เวลาประมาณ 5 นาฬิกา โดยอ้างว่าเป็นการสวนสนาม จากนั้นนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ได้อ่าน ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เสมือน ประกาศยึดอำนาจการปกครอง ซึ่งประกาศดังกล่าวก็คือ ปฏิญญา  6 ประการ ของคณะราษฎรนั่นเอง

หลักฐานประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นหมุดทองเหลือง ฝังอยู่กับพื้นถนน บนลานพระบรมรูปทรงม้า ด้านสนามเสือป่า  จารึกข้อความว่า "...ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎร ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ"

 27 มิถุนายน 

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยในธรรมนูญการปกครองประเทศ โดยทรงเพิ่มคำว่า "ชั่วคราว" ต่อท้ายธรรมนูญการปกครองฯ ซึ่งร่างโดย นายปรีดี พนมยงค์  

28 มิถุนายน 

พระที่นั่งอนันตสมาคม  มีกการประชุม สภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกตามธรรมนูญการปกครองฯ ชั่วคราว มีจำนวน 70 คน โดยแต่งตั้งจากคณะราษฎร 31 คน และจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในระบอบเดิม 39 คน ทำการเลือก พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นประธานกรรมการราษฎร หรือ นายกรัฐมนตรี คนแรกของประเทศไทย  และมีนายปรีดี เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของสภาผู้แทนราษฎร

วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ได้เสด็จออกประทับพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ณ พระที่นั่ง อนันตสมาคม ซึ่งโปรดเกล้าให้จัดเป็นที่ประชุมรัฐสภา ได้ทรงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชทานเป็นกฎหมายสูงสุด เพื่อเป็นหลักในการปกครองประเทศ  จึงได้ถือเป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติ เพื่อระลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนูญ "ฉบับแรกอันเป็นฉบับถาวร" ให้แก่ปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ซึ่งมีพระราชดำรัสในวันพระราชทานรัฐธรรมนูญดังนี้

  "ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

คุณผู้ฟังครับ 

ภายหลังที่พระองค์ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญ  ทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะบุคคลในรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ  ก็ทรงสละราชสมบัติในอีก 2 ปีต่อมา ด้วยความเสียสละ และมุ่งมั่นที่จะเห็นประเทศเดินหน้าสู่ความเจริญรุ่งเรืองเทียบนานาอารยะประเทศอย่างแท้จริง   

75 ปี ผ่านมา

เรามีรัฐธรรมนูญ 18 ฉบับ

นายกรัฐมนตรี 24 คน

รัฐบาลอีกนับไม่ถ้วน

เรา...ได้อะไรจากประชาธิปไตย  ที่เรียกร้อง  ขอพระราชทานจากล้นเกล้าฯผู้ทรงเสียสละ

เรา...เลือกที่จะเดินด้วยตัวของพวกเราเอง  ด้วยประชาธิปไตยตามแบบที่เราเป็นอยู่

เรา...เคยเห็น และเคยยอมรับ ให้ผู้ที่เราเลือกไปเป็นตัวแทนของเราเพื่อบริหารบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย  กระทำย่ำยีต่อบ้านเมือง กอบโกยผลประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง เพียงเพราะเห็นแก่เศษเสี้ยวกากเดนของผลประโยชน์ที่โยนมาให้เราได้เสพ

เรา...เลือกที่จะเรียกร้องเอาประชาธิปไตยของเราคืนในยามที่มีใครฉกฉวยไปจากเราเพื่ออะไร

เรา...ได้คืนมาแล้ว ผ่านการลงประชามติ รัฐธรรมนูญ เมื่อ 19 สิงหาคม 2550 หลังจากที่เราต้องหยุดชะงักไปเพราะเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 อันเนื่องจากการเข้ามาแก้วิกฤตรัฐธรรมนูญ ของ คปค. 

เรา...กำลังจะใช้ประธิปไตยนำทางประเทศเรา ด้วยการเลือกตั้งคณะบุคคลผู้ทำหน้าที่แทนเราในการบริหารบ้านเมือง

23 ธันวาคม 2550   แม้ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

แต่ก็เป็นสิ่งที่จะบอกพวกเราว่า  

ความเสียสละของพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง  เพียงเพื่อให้พวกเราช่วยกันนำพาประเทศก้าวเดินไปสู่ความเจริญ  ตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย

จะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าสมดังพระราชประสงค์

หรือ...เป็นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่รอวันถูกลืม...

และเลือนไปพร้อมกับการล่มสลายของประเทศชาติ

เพียงเพราะการยอมรับนับถือให้คนคดโกงประเทศชาติ  มาทำร้ายทำลายบ้านเมืองผ่านการเลือกตั้ง

หมายเหตุ : คุณSydneychocolatier  ที่ได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

".....พระราชปรารภดังที่คุณกล่าวมา เป็นตอนท้ายของความในโทรเลขทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ ครับ มิใช่เป็นพระราชดำรัสในวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ แต่อย่างใด"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
ป้ารุ วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 09.27 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru

ขอพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ไทยดลบันดาลให้คนไทยทุกคน
มีความคิดเห็นในทางที่ถูกที่ควร เพื่อให้บ้านเมืองของเราสงบสุข
ตามที่ทุกพระองค์ทรงมุ่งหวังไว้
ความคิดเห็นที่ 11
ดีเจพะโล้ วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/djpalo

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาทักทาย
และขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ
ความคิดเห็นที่ 10
evil วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 22.46 น.
http://www.oknation.net/blog/krarook

นักการเมืองและนักเลือกตั้ง...มีคนไหนบ้างที่ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของล้นเกล้า ร.7 ...ถ้าดวงพระวิญญาณมีจริง...พระองค์ท่านคงไม่อาจหลับตาลงได้..ที่ลูกหลานไทย(โดยเฉพาะพวกผู้แทน)ได้กระทำและทำร้ายประเทศชาติมากมายขนาดนี้
ขอร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น...วันพระราชทาน"รัฐธรรมนูญ"
ความคิดเห็นที่ 9
กิต วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 22.41 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณครับ




สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 8
คนช่างเล่า วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...


ช่วยเตื่อนความจำและความเป้นมาได้ดี
ความคิดเห็นที่ 7
hippynoi วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/kakanoi

ขอบคุณที่ที่เอามาแบ่งกันอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/threenation

23 ธันวาคม 2550 อาจเป็นจุดจบประเทศ เปลี่ยนแปลงเป็นระบบประธานาธิบดีตามคำทำนายของในรัชสมัยพระเจ้าตากสินก็เป็นไปได้
ความคิดเห็นที่ 5
Sydneychocolatier วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 17.45 น.
http://www.oknation.net/blog/bakingclub
May the Chocolate be with you!!!

ขอทักท้วงสักเล็กน้อยเถิดครับ.....พระราชปรารภดังที่คุณกล่าวมา เป็นตอนท้ายของความในโทรเลขทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๗๗ ครับ มิใช่เป็นพระราชดำรัสในวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ แต่อย่างใด
ความคิดเห็นที่ 4
ย่าดา วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 14.54 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ
ชอบใจบทสรุปท้ายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 10.26 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ร่วมรำลึก.. วันเริ่มประชาธิปไตย..

ขอบคุณค่ะ .. สำหรับบทความ

มีความสุขมากๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 10.25 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ร่วมรำลึก.. วันเริ่มประชาธิปไตย..

ขอบคุณค่ะ .. สำหรับบทความ

มีความสุขมากๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 10.17 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ทรงทศพิธราชธรรม
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นเอกลักษณ์ของไทย
สวัสดีค่ะ
นานๆได้เจอกันนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31