พิมพ์หน้านี้
|
คัดลอกข้อความให้สัมภาษณ์บางส่วน มาจาก ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000120716 ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์เปิดใจว่า ตนเองทำหน้าที่เป็นพลขับรถบัสขนอุปกรณ์พิเศษในการควบคุมฝูงชน ก่อนเกิดเหตุได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นพลขับอยู่ตรงบริเวณลานใกล้ประตูทางเขาพระที่นั่งวิมานเมฆ ขณะนั้นกำลังจะขับรถกลับเข้าไปรับเจ้าหน้าที่รัฐสภาที่ตกค้างอยู่ ก็เห็นรถกระบะสีน้ำเงินขับพุ่งเข้าชนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4-5 นาย ตนเองจึงจะขับรถเข้าไปขวาง ซึ่งตอนนั้นได้รับแจ้งจากวิทยุสื่อสาร ว่า มีการยิงกันเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายรายแล้วให้เข้าไปอย่างระมัดระวัง และตอนนั้นก็รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่รัฐสภาออกมาหมดแล้ว ระหว่างที่จะขับรถเข้าไปขวาง เห็นว่า รถกระบะคันดังกล่าวขับพุ่งเข้ามาหวังจะชนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่แนวด้านหน้าซ้ำ ตนเองจึงวิ่งลงจากรถเอาอาวุธปืนประจำกายเป็นอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .357 ออกมา เพื่อหวังยิงสกัดยางล้อรถ เพื่อไม่ให้รถพุ่งมาชนเพื่อนตำรวจซ้ำ แต่รถคันดังกล่าวได้ขับหนีออกไปก่อน จึงไม่ได้ยิงปืนออกไป จากนั้นเพื่อนในหน่วยที่อยู่ใกล้เคียงก็มาสะกิดบอกว่ารถไปแล้ว ตนจึงได้ขึ้นรถขับตามออกไป ซึ่งตนเองพร้อมให้ตรวจสอบเขม่าดินปืน อาวุธปืนว่าไม่ได้ลั่นไก
(ดูจากรูปด้านบน คุณอาเชื่อสนิทใจในคำให้การว่า คงจะไปขึ้นรถขับตามไปจริงๆ เลยนะเนี่ย)
(ดูจากสีหน้า รู้สึกว่าพี่เค้าหน้าขาวขึ้นนะเนี่ย ใช้ครีมหน้าขาวอะไรหนอ...???) ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนตำรวจให้รอดชีวิต เพราะตอนนี้แนวด้านหลังก็มีเพื่อนตำรวจอยู่เป็นจำนวนมาก และด้านหน้าแนวเพื่อนที่ถูกรถชนก็ยังไม่มีใครเข้าไปช่วยออกมายังอยู่ที่เดิม ต่อข้อถามที่ว่า คิดหรือไม่ตอนนั้นถ้ายิงออกไปจะพลาดไปถูกกลุ่มผู้ชุมนุม ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตอนที่ชักอาวุธปืนออกมาตรงนั้น ยืนยันว่า ไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่เลย มีเพียงตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บและรถคันดังกล่าวเท่านั้น
(ดูจากรูปด้านบน พี่เค้าคงรีบไป "ขึ้นรถขับตาม" ถึงได้เดิน "อ้อยอิ่ง" ขนาดนั้น) ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมสามารถพกพาอาวุธเข้าไปได้ ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปราบจลาจลจะไม่มีอาวุธ แต่ตนเองเป็นพลขับที่ต้องดูแลอุปกรณ์พิเศษในการควบคุมฝูงชน จึงอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนเข้าไปเพื่อป้องกันอุปกรณ์พิเศษเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติที่พกพาอาวุธปืน ยังยืนยันว่า ที่ทำไปนั้นรู้สึกภูมิใจได้ช่วยเหลือเพื่อนในหน่วย
(มีหลักฐานทั้งเอกสารและบุคคลด้านขวา น่าเชื่อถือจริงๆ ว่าแต่ว่า "เพื่อนตำรวย" โดนรถชนเนี่ย ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือเลยเหรอจ๊ะ น่าคบเป็นเพื่อนจริงๆ เสียนี่กระไร "คุณตำรวยพลขับ" ผู้แสนดี)
.................... .................... .................... .................... .................... .................... พอเห็นคำให้การของคุณ "ตำรวย" แล้ว คุณอาปุ้มปุ้ยนึกถึงเหตุการณ์นี้ขึ้นมาตะหงิดๆ เลยล่ะจ๊ะ ไม่รู้จะพอจำกันได้หรือเปล่า เพราะเรื่องแบบนี้พี่เค้า เก๊ง เก่ง จริงๆ นะจ๊ะ จะบอกให้
ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ยิงทหารเสียชีวิต นึกถึงเหตุการณ์นี้แล้ว คุณ ท.ทหารอดทน จะ "อดทน" ต่อไป ก็ตามใจนะจ๊ะ .................... .................... .................... ขอบพระคุณ ภาพ-ข้อมูล ผู้จัดการออนไลน์ และ ภาพจาก บล๊อคเกอร์โอเคเนชั่น ด้วยนะจ๊ะ http://www.oknation.net/blog/tyty1789/2008/10/08/entry-1 |
| << | ตุลาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |