เสรีไทยสีขาว
การเมือง,เสรีไทยสีขาว กบฏจริยธรรม อดีตผู้นำแพทย์ประจำบ้านผู้ช่วยเหลือประชาชน พค.ทมิฬ35,ผู้นำกลุ่มแพทย์พยาบาลเพื่อประชาธิปไตยอหิงสามีนา49 ในฐานะข้าราชการแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
Permalink : http://www.oknation.net/blog/doctornursethailoyalty
วันพุธ ที่ 4 มกราคม 2555
Posted by นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ , ผู้อ่าน : 25816 , 15:22:26 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน nilsamai , ณ.เมืองลุง และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

  

 500 days of summer. :

ทำไมคุณถึงเลิกผม(ฉัน)....วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมา

 ..แล้วรู้ว่าคุณไม่ใช่”คนที่ใช่”

    

   SUMMER      "I just woke up one day and I knew."

TOM  "Knew what?"  Summer "What I was never sure of with you."

                                      

        

            ผมดูหนังเรื่องนี้ ก่อนก้าวย่างเข้าปีใหม่2555  .

ทางเคเบิลทีวีแล้วอยากเขียนเป็นเพราะ  เรื่องราวของหนัง

 หลายฉากหลายตอน ..ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา

หรืออาจจะไปตรง.

..หรือโดนใจใครต่อใครแม้กระทั่งตัวเอง  

ขณะที่คนคนหนึ่งดูไปหัวเราะไปอีกคนอาจนั่งหลับ

หรือบางคนร้องไห้หลังหนังจบว่าเราได้อะไร.

.. ดูตามใจตัวเอง ไม่มีอะไรให้เราดู...หรือเราดูตามคำแนะนำ 

.ดูตามคำที่เขาเชียร์กันไปจึงไม่แปลกที่หนังเรื่องนี้

ได้เป็นหนังในดวงใจของใครหลายคนติดอันดับใน IMDB

และได้รางวัลและได้รับการเสนอชื่อมากมาย

ต้องยกเครดิตให้ มาร์ค เวบ ผู้กำกับและ Scott Neustadter,

 Michael H. Weberผู้เขียนบท หนังเปิดตัวในปี  2009

             บทหนังที่บรรยาย ..บอกว่าเรื่องนี่ไม่ใช่นิยายรัก

แต่เป็นเรื่องราวของความรัก    

                              This is not a love story.It’s a story of love.

This is a story of boy meets girl. The boy,

 Tom Hansen of Margate,

New Jersey, grew up believing that

he'd never truly be happy until the

day he met the one.

This belief stemmed from early exposure to sad

 British pop music

and a total mis-reading of the movie 'The Graduate'.

The girl, Summer Finn of Shinnecock,

 Michigan, did not share this belief.

 Since the disintegration of her parent's marriage

she'd only love two things.

The first was her long dark hair.

The second was how easily she could cut it off and not feel a thing.

Tom meets Summer on January 8th.

He knows almost immediately she is who he has been

searching for.

This is a story of boy meets girl,

but you should know upfront, this is not a love story.

    หนังเปิดฉาก ที่ชายหนุ่ม ทอม แฮนเซ่น 

 นำแสดงโดย โจเซฟ กอร์ดอน ลูอิส  

ผู้รักหลงใหลในสถาปัตยกรรมแต่กลับมาทำงาน

เป็นนักประดิษฐ์คำ ในแผ่นคำอวยพร 

พบ กับ ซัมเมอร์ นำแสดงโดย ซูอี้ เดสชาเนล 

 สาวผู้ช่วยหัวหน้าเขาในที่ทำงานเดียวกัน  

 และเป็นทอมที่หลงรัก ซัมเมอร์ ...

           หนังน่าจะจบลงด้วย แฮปปี้เอนดิงค์ ...

แต่ฉากที่เปิดตัวให้ทอม ผู้ซึ่งหญิงสาวบอกเลิก

ขว้างจานที่ละใบ แตกละเอียด ท่ามกลางความตื่นตระหนก

 ของน้องสาว ราเชล

และเพื่อนสนิท เมคเคนซี่  ทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น   

หนังแฟลชแบคไปมาตั้งแต่วันที่ 1 ที่เขาเจอเธอ

           ฉากที่เริ่มต้นที่ทอมแอบหลงชอบซัมเมอร์ ...

เหมือนกับใครหลายๆคนที่เขาหรือเธอ...

แอบชอบเพื่อนร่วมงาน ร่วมรุ่น หรือในปัจจุบัน ใน face book,

หรือเป็นความชอบในผลงานใน งานเขียน การแสดงออก ในทางศิลปะ

ทางการเมือง หรือนับขึ้นไปเป็นอุดมการณ์ หรือคำนิยามอย่างไรก็แล้วแต่...

แล้วจริงๆความรักเกิดที่ตรงไหน

       

     ฉากที่ทอม เจอกับซัมเมอร์ ในลิฟท์ โดยท่าที ที่เขาไม่สนใจ

(ทำฟอร์มว่าไม่สนใจ )ใส่หูฟังเพลง ..เสียงเพลงที่ดังลอด

Head Phone ออกมาจนกระทั่งเป็น ซัมเมอร์ที่เริ่มต้นทักทายก่อน.

.. ฉากที่เธอ ฮัมเพลงของ the smith ดูเป็นธรรมชาติ

…คนสองคนที่ชอบอะไรคล้ายกันหรือทำอะไรที่อีก

ฝ่ายชอบน่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดีของความรัก 

เรื่องดำเนินฉากวันสลับไปมา....

ความสัมพันธ์ จากการจุมพิต กัน จับ มือกัน และ มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน

       

           ระยะเวลาที่คนทั้งสองคบกัน  โดยที่หญิงสาว ซัมเมอร์ 

 ไม่ต้องการที่จะมีแฟน..เธอไม่ต้องการผูกมัดใดๆ

หนังให้เหตุผลว่าเธอไม่ศรัทธาในชีวิตคู่ ..

.เพราะพ่อแม่เธอก็จบลงด้วยการหย่าร้าง..

ต่างจากทอม ที่เขาแสวงหาฝันหาความรักที่โรแมนติก 

         ความแตกต่างในสังคม ชาติกำเนิด

  ประสบการณ์ทำให้คนสองคนแตกต่างกัน

 เหมือนกับคู่รักทั่วไป บางคนอาจจะดูหนัง รักแล้วน้ำตาไหล

ส่วนอีกคนอาจจะหลับไหลอยู่ข้างๆ.... 

หนังเดินเรื่องที่ทำให้เห็นความรู้สึกของผู้ชายที่คาดหวัง

 ในหญิงสาวของเขา กับความเป็นจริงที่เขาได้รับ .

.. ในฐานะเพศชายคนดูอย่างผมก็อดไม่ได้ที่จะเข้าข้าง ทอม 

 หากแต่การตัดสินใจ  เป็นของฝ่าย ซัมเมอร์  

โลกส่วนตัวของแต่ละฝ่ายที่คนสองคนต้องทำใจยอมรับ

     ช่วงที่ทอมถูกปฏิเสธรักจากซัมเมอร์ 

   แล้วมาปรึกษาพร่ำเพ้อ กับ เพื่อนๆ

แมคเคนซี่ หรือน้องสาวเขา ราเชล ทำให้ผมหัวเราะ...

แกเคยรู้สึกบ้างไหมเมื่อแกย้อนกลับไปมองภาพเก่าๆ
ที่แกเคยมีความสุขกับใครบางคน

 หรือแกไม่เข้าใจหรอก เพราะแกไม่ได้โดนเอง  อะไรทำนองนี้

Tom: Did you ever do this, you think back on

all the times you've had with someone and you

just replay it in your head over and over again

and you look for those first signs of trouble?

Tom: I love how she makes me feel,

like anything's possible, or like life is worth it.


กลับเป็น คำแนะนำที่ราเชลน้องสาวนักกีฬาฟุตบอลอายุ 11ปี

ให้พี่ชายมีเหตุผลกว่า
.

..เหมือนหนังจะบอกเราว่าอย่างไรผู้หญิงก็เข้าใจผู้หญิงมากกว่า  

 เวลาผู้หญิงหรือผุ้ชายอกหักคำปลอบประโลมอย่างหนึ่งก็คือคือ .

 ...ยังมีผู้หญิงหรือผู้ชายให้เราเลือกอีกมากมาย 

 (Plenty of other fish in the sea )..อย่างไทยๆก็ไม่ใช่เนื้อคู่.

ซึ่งอาจจะใช้ได้หรือใช้ไม่ได้

   ณ เวลานั้น  ...ซึ่งเราอาจจะพบรักใหม่หรือ....

 อกหักครั้งใหม่หรือเปล่า คริคริ..เพราะนี่คือชีวิตจริง.

..ความเป็นจริงของหญิงหรือชายในความรุ้สึกผม... 

 ก็คือทุกคนมีการเปลี่ยนแปลงได้ 

      วันหนึ่งเราเคยชอบสิ่งหนึ่งอีกช่วงหนึ่งเราชอบอีกสิ่งหนึ่ง 

 ดังนั้นเราจึงเห็นโศกนาฎกรรม

  รักแล้วเลิก เลิกแล้วรักวนเวียนไม่จบสิ้น...แต่ในเวลานั้นคงไม่มีคำพูดใดๆ

 มาเปลี่ยนแปลงความคิดทอมได้.. ฟังที่ทอมพร่ำเพ้อถึง

 ซัมเมอร์ก็พอจะทราบว่าเป็นการยากที่ทอมจะลืมเธอ....

ฉันรักรอยยิ้มของเธอ ผมยาวสลาย เวลาเอเอียงอาย หรืออะไรอะไร 

มากมายจิปาถะ...

แต่ยามชังเราอาจมองตรงกันข้าม  

Tom: I love her smile. I love her hair. I love her knees.

 I love how she licks her lips before she talks.

 I love her heart-shaped birthmark on her neck. I love it when she sleeps.

          ผมอมยิ้ม ถึงตอนที่เพื่อนทอม    เมคเคนซี่  

แนะนำว่า ทอมแกน่าจะเขียนหนังสือ  ทอมถามว่าทำไม

  McKenzie: Hey, maybe you should write a book.

Tom: What?

McKenzie: Well,

you know, Henry Miller said the best way to get over

a woman is to turn her into literature    

    เพราะ  เฮนรี่ มิลเลอร์กล่าวว่าวิธีที่จะก้าวข้าม หรือลืมเธอได้ 

 ให้แปรเปลี่ยนผู้หญิงเป็นวรรณกรรมซะ“

   หรือเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นแรงบันดาลใจ ...

. แต่ในความเห็นส่วนตัวของผม 

เมื่อมีความรัก การสร้างสรรค์  ผลงานน่าจะดีกว่า

สงสัยนิยายที่ผมเขียนยังไม่จบนี้ love me heaven can wait 

 จะมาจากแรงบันดาลใจนี้หรือเปล่า  คริคริ

 

        หนังเดินเรื่องกลับไปกลับมา  ระหว่าง 

 ทอมผู้เชื่อเรื่อง พรหมลิขิต(หรือเปล่า)    

กับ ซัมเมอร์ซึ่งทำอะไรตามจิตใจตัวเองหรือ

มีนักวิจารณ์บางคนบอกว่าเธอเป็นอาร์ตตัวแม่  (หรือเปล่า)..

.. เหมือนๆจะบอกว่าก็ฉันเป็นของฉันอย่างนี้ ..เธอจะทำไม

       ไม่แปลกใจที่ ทอมตั้งคำถามกับการกระทำที่..

 ที่ผ่านมา...ของซัมเมอร์ ซึ่งทอมคิดว่า 

 เป็นการกระทำที่มากกว่าเพื่อน  ฉากซัมเมอร์จูบเขา

ในห้องถ่ายเอกสาร การจับมือกันในห้าง ikea

หรือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างอาบน้ำ 

 แต่คำตอบที่ซัมเมอร์ให้เขา ก็เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ

...และหนังก็บอกเรากลายๆว่า เฮ้ ทอม

ฉันไม่ได้ทำสิ่งนี้กับเธอคนเดียว ฉันก็เคยทำสิ่งนี้กับคนอื่นๆเหมือนกัน  .

...ทอมคงรู้สึกจุกไปทีเดียวหากเขาคาดหวังในสิ่งนี้

Hey, Summer.
Summer: Hi.
Tom: How was your weekend?
Summer: It was *good*.

Summer: Summer: We're just friends.
Tom: Tom: No! Don't pull that with me!

Kissing in the copy room? Holding hands in IKEA?

Shower sex? Come on! Friends my balls!

Summer: All we ever do is argue!
Tom: That is bullshit!

       หนังไม่ได้ทำให้ผู้หญิงอย่างซัมเมอร์ มองดูแย่ไปเสียทุกอย่าง 

 ธอยังมองว่า ทอมเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ 

คำถามที่บอกว่าเมื่อเลิกคบกัน  หรือยังได้คบกัน หรือการมี affair

กันแล้วจะกลับมาคบกันเป็นเพื่อนได้หรือเปล่า

เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ

      หลายครั้งที่คนเลิกกันแต่ยังหวงเมื่อทราบว่าอีกคนจะมีคนใหม่..

หรือพูดง่ายๆไม่เลือกเขาแล้วก็ยังหวงก้างเอาไว้..หรือเปล่า???

   หนังเรื่องนี้อาจไม่เป็นที่จดจำของใคร หากแต่ในชีวิตจริงส่วนใหญ่

  นิยายรัก ต้องมีอุปสรรค ขัดแย้ง จึงจะเป็นที่จดจำ..

        หนังบอกแต่เพียงว่า  เธอก็เคยมีแฟนมาก่อน

  ส่วนจะขั้นไหนนั้นทอมไม่มีทางรู้ได้

แต่คำตอบก็อยู่ในคำพูดของเธอ  

แล้วเขาอยากจะรู้หรือเปล่าหรือเขาจะรับได้หรือเปล่า    .

..ในทางกลับกันถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับซัมเมอร์  

 หากทอมเป็นฝ่ายบอกเลิก ..

ผู้ชายอย่างทอมก็อาจจะถูกประณามได้...ว่าได้แล้วก็ทิ้งหรือเปล่า...

       มองย้อนไป.. บทหนังเขียนโดย neustadter  

 ผู้ซึ่งใช้ประสบการณ์ที่ตัวเองอกหัก

.แม้กระทั่งฉากเริ่มยังมีการออกตัวว่าหาก

หนังไปเหมือนชีวิตใครเข้าก็เป็นการบังเอิญ

ไม่ใช่ชีวิตจริงของใครต่อใคร ....ฉากที่ทอมไม่ใส่ใจตัวเอง

  หมกตัวอยู่ในห้อง คิดถึงวันชื่นคืนหวานระหว่างเขากับซัมเมอร์ 

 ฉากที่เขา พาเธอไปที่ห้างไอเคีย  

ฉากที่เขานั่งที่สวนสาธารณะของเมืองลอสแอนเจลิส

 ฉากในโรงหนัง เหมือนกับสูตรสำเร็จของคนที่เป็นแฟนกัน 

   ในระหว่างที่คิดว่ารักกัน 

                                                     

         แต่ละคนก็พยายาม  หาอะไร หรือปรับตัวยอมรับตัวตนของอีกฝ่าย  .

..ในโลกความจริงเราไม่อาจหาใครที่คิดเหมือนเรา

ชอบอะไรที่เหมือนเรา  ผมหัวเราะเมื่อ 

ถึงฉากที่ ซัมเมอร์ บอกว่าชอบริงโก้ สตาร์ ของวงบีเทิล

       ทอมบอกว่า  ไม่มีใครชอบริงโก้หรอก 

 ซัมเมอร์ บอกว่าก็เพราะไม่มีใครชอบเขาซี ฉันถึงชอบ

 แสดงความเป็นอาร์ตีสตัวแม่ ของซัมเมอร์ได้ดี       

Tom: Nobody loves Ringo Starr.

Summer: That's what I love about him.

     ในเมื่อทอมกับซัมเมอร์ ต้องเลิกกัน

เป็นซัมเมอร์ที่เดินออกจาก ทอม ตอนวันที่ 300 กว่าๆ  .

.ความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้ง หรือเปล่า

ยอมเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง 

แต่ขณะเดียวกันก็หวังลึกๆว่า เขาหรือเธอจะกลับมา 

 ..ผมถอนหายใจ อารมณ์ตื้นตัน คงเหมือนกับความรู้สึกที่หลายๆคนเคยรู้สึก

         ฉากที่สวนสาธารณะที่ ทอมเคยมา...

.หากว่า วันนี้ทอมมาคนเดียว...งานที่ทำ  

 วันเวลาที่สมองปลอดโปร่งกลับกลายเป็นเงียบงัน

ฉากที่ทอมเดิน ไป ร้องเพลงไป เวลาคนมีความรัก

ความรุ้สึกก็คงหนีไม่ไกลยามที่หนุ่มสาวมีความรัก     

  ท่ามกลางการลุ้นของผุ้ชายอย่างผมให้ ทอมกับซัมเมอร์  แฮปปี้เอนดิงค์ 

  ฉากที่ ทอมกลับมาเจอกับซัมเมอร์ บนรถไฟ 

โดยบังเอิญขณะที่ทอมยังรักซัมเมอร์อยู่  .

.ทอมไม่เคยรู้เหตุผลที่ซัมเมอร์จากเขาไปและเขาก็ไม่เคยถาม  

 ฉากที่ทอมเห็นซัมเมอร์แต่เขาทำแกล้งไม่เห็น..จนกระทั่งซัมเมอร์เข้ามาทักทาย 

      

  

 ทอมผู้ซึ่งเศร้าโศรก และยังรักซัมเมอร์อยู่ 

เธอชวนเขาไปกินกาแฟ แต่เขาปฏิเสธ

แต่ในที่สุดเขาก็ไปกินกาแฟกับเธอ 

ในงานแต่งงาน  ซัมเมอร์ ชวนทอมเต้นรำ 

   ระหว่างนั่งรถไฟกลับ  ซัมเมอร์กลับซบมากับไหล่ของทอม 

ทอมยังคงสงสัยว่าพฤติกรรมที่ซัมเมอร์

ทำอย่างนี้ถือว่าเป็นการให้โอกาส ทอมกลับมารักกันเช่นเดิมหรือเปล่า

        ซัมเมอร์ ชวนทอมมางานของเธอ ....

 ทอมตอบรับ โดยไม่ทราบว่าโศกนาฎกรรม รออยู่ข้างหน้า 

 หลายครั้งที่คนรักกันเลิกกัน กลับมาคืนดีกัน..

.แต่หากฝ่ายหนึ่งรักฝ่ายหนึ่งน้อยกว่า 

 หรือถือว่าตัดสินใจเลิกไปแล้ว

การกลับมาคืนดีกันอาจเป็นการเสียศักดิ์ศรี

หรือเหตุผลอื่นๆมากมาย    ทอมรอวันเวลาที่จะทำให้ฝันเขาเป็นจริง

    ฉากหนังที่แบ่งจอหนังเป็นสองฝั่ง

แล้วเดินเรื่องด้วยความจริงและความคาดหวังของทอม

เหมือนเป็นตลกร้ายที่ฟาดฟันหัวใจผู้ชายอย่างผม 

 อิอิ สงสัยอิน  ซัมเมอร์อาจจะคิดกับทอมอย่างเพื่อน

หากแต่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่ผ่านมา

 ก็อาจทำให้เข้าใจยากว่าเธอรุ้สึกอย่างนั้นจริงๆ 

ยิ่งเปรียบเทียบกับสังคมตะวันตกตะวันออกแล้วยิ่งแตกต่าง  

          

  ผมรู้สึกขำเมื่อเข้าไปอ่านวิจารณ์หนังเรื่องนี้ 

 มีผุ้หญิงหลายคนที่เข้าข้างทอม

 ทำนองว่าถ้าซัมเมอร์ไม่รักทอมแล้วทำไมทำให้ทอมเจ็บซ้ำซาก

 ตำหนิซัมเมอร์อยู่กลายๆ   ...

 คำตอบอยู่ในซีน ที่ทอม ออกเดทกับผุ้หญิงคนอื่นเพื่อลืมซัมเมอร์ 

ว่ากันว่าความรักคือสิ่งที่งดงาม  หลายคนบอกว่า

 ลืมคนนี้ไปเสียเถอะ เขาไม่ใช่เนื้อคู่

แต่ความเป็นจริงของชีวิตไม่ได้เป็นเช่นนั้น

         การแต่งงานไม่ใช่คำตอบสุดท้าย 

 การคบกันเจ็ดหรือแปดปี นั่นคือระยะเวลาไม่ใช่คำตอบ 

 เพราะฉะนั้นการคบกันนานไม่ใช่สูตรสำเร็จของความรัก 

เขาและเธอต้องเตรียมใจไว้กับ  ความห่างเหิน 

หรืออาจจะเป็นเหมือนในหนัง 

 ว่ากันว่ามนุษย์เป็นผู้ที่มีทางเลือกเสมอ 

เราอาจให้เหตุผลเรามากมาย ที่เราจะเลิกคบกับใคร

หรือเราจะแต่งงานกับใคร    สำหรับผมเชื่ออย่างเต็มอกว่า

ทอมรักซัมเมอร์จริง แต่ผมกลับไม่แน่ใจว่าเธอรักเขาหรือเปล่า

     ...ฉากในงานที่ทอมเห็น เธอสวมแหวนในนิ้วนางมือซ้าย ..

..ทำให้ทอมหัวใจสลาย  ทอมอกหักซ้ำสองสาม

..กับคำถามในใจมากมายที่เขาอยากจะถาม 

 แล้วไม่ได้คำตอบ  ทำไมคุณไม่เลือกผม 

ทำไมคุณไม่อยากมีแฟน คบกันกับผมแบบเพื่อน..

.. แล้วทำไมคุณแต่งงาน...??

         ความจริงข้อหนึ่งของมนุษย์คือทุกคนเปลี่ยนแปลงได้...

.  สิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่เขาแสดงออก 

ในเวลานั้น หากแต่แววตา การแสดงออก ผมอาจจะเข้าข้างทอม 

..ในฐานะผู้ชายแต่ขณะเดียวกันผมก็ยอมรับของฝ่าย ซัมเมอร์

นิสัยหลายอย่างซัมเมอร์ ซึ่งผุ้กำกับบท ให้แสดงออก

 เช่นเธอชอบทำอะไร แผลงๆ กล่าวสบถ .ในสวนสาธารณะ

       

  

      วันเวลาที่มีความรัก ทอมอาจจะยอมรับสิ่งนั้นได้  .

..มีฉากหนึ่งที่ทอมถามเธอเคยมีแฟนหรือเปล่า

หนังไม่ได้บอกชัดเจนว่า

ซัมเมอร์เคยมีอะไรที่ลึกซึ้งกับคนอื่นหรือเปล่าก่อนมาคบกับทอม 

 แต่ขณะเดียวกันเธอก็ยอมให้ทอมเข้าไปในโลกส่วนตัวของเธอบางส่วน    

   ผมขำหน้าแหยๆของทอมที่บอกว่าเขาสามารถรับได้เรื่องที่ซัมเมอร์เล่า 

.....วัฒนธรรมในหนังของชาวอเมริกากับเอเชียหรือคนไทยคงต่างกัน

  หากแต่ว่าถ้าเป็นผมผมคงไม่ถาม ..

. มองในแง่ดีก็คือการเปิดใจซึ่งกันและกันหากแต่ว่า

ทอมไม่สามารถรับสิ่งเหล่านั้น

ได้อย่างจริงใจก็อาจจะเป็นกรณีที่บั่นทอนความสัมพันธ์...

          ฉากที่ ซัมเมอร์ไม่ยอมจับมือทอม

และหลงลืมเพลงที่ทอมอัดให้....

บอกถึงความคาดหวังและความเป็นตัวตนของคนสองคนได้ดี...

. เรื่องบางเรื่องอาจเป็นสิ่งละเอียดอ่อนเกินไปสำหรับคนหนึ่ง

แต่ไม่ใช่เรื่องสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนอีกคนหนึ่ง 

 เราจึงเห็นความไม่ลงตัวในครอบครัว 

 ซึ่งประกอบด้วยทั้งพ่อ แม่ เครือญาติ

และสิ่งที่เรามองข้ามไปคือความแตกต่างที่มองไม่เห็น

  เราจึงไม่แปลกใจที่สุดท้าย การแต่งงาน

 การหย่าร้างลงเอยด้วยคนที่อยุ่รอบๆข้างของคนทั้งสองนั่นเอง .

.แต่นั่นคือความเป็นตัวตนของแต่ละฝ่าย

     หนังอาจจะต้องจริตของใครต่อใครหรือ

อาจจะไม่ได้โดนใจของใครไม่ใช่คำตอบ 

 หากความคิด การกระทำตรงกับคำพูด

การแสดงออกต่างหากที่บอกตัวตนของคนเหล่านั้น

                                            

       

    สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทอมเลิกกับซัมเมอร์  

    ทอมลาออกจากงานที่เขาทำประจำ มาสู่งานที่เขาเคยใฝ่ฝัน

 เขากลับมาศึกษาสนใจงานสถาปัตย์ที่เขาคลั่งไคล้ 

หน้าปกหนังสือที่เขาซื้อให้ซัมเมอร์ "สถาปัตย์แห่งความสุข  "

กาลเวลาที่ผ่านไปทำให้เขาเติบโตขึ้น 

 “ยังมีปลามากมายในท้องทะเล”  เสียงของเพื่อนๆน้องๆผู้ร่วมงานบอกเขา

              หลายครั้งที่มีหลายคนเข้ามาในชีวิต

ทำให้มุมมองการเปลี่ยนแปลงของเราต่างกันไป 

เราพยายามทำตัวให้เข้ากลมกลืนไปกับ คนที่เราชอบแต่สุดท้าย 

 เราก็หนีตัวเองไม่พ้น  ในหนังไม่ได้พูดถึงเรื่องด้านสถานะทางสังคม

ฐานะทางการเงินซึ่งต่างกัน    

          สิ่งที่นางเอกได้รับจากทอมคือความเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต 

    ฉากที่ประทับใจผมที่สุดเป็นฉากวันที่ 500 

ระหว่างที่เขากลับมานั่งยังเก้าอี้ตัวเดิม ที่...

ทอมกลับมานั่งที่สวนสาธารณ  ซัมเมอร์ก็กลับมาหาทอม 

 แต่มาในฐานะเพื่อน....  

เธอบอกว่า เมื่อก่อนเธอไม่เคยชอบสถานที่ แบบนี้ 

 แต่เมื่อเจอทอม ทำให้เธอชอบที่นี่ 

 ยามบ่าย ลมพัดโชย ภาพที่อยู่ตรงหน้า 

ยังเป็นภาพเดิม มุมมองของตึกระฟ้าที่อยู่ไม่ไกล

ตัดกับถนนที่ทอดยาวสูทเรียบหรูสีดำที่เขาสวม..กระเป๋าสะพายที่เขาถือ 

ฉากสุดท้ายที่เป็นไฮไลท์ของเรื่องก็มาถึง

        

     “สวัสดี ทอม”  เสียงของซัมเมอร์ ดังมาจากด้านหลัง  เป็นเธอที่มานั่งรอเขาอยู่

         ทั้งสองนั่งข้างกัน เป็นทอมที่กล่าวว่า

   ”ทราบว่าคุณแต่งงานแล้ว”เธอยิ้มและพยักหน้ายอมรับ

      ทอมถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ ในวันที่เขาเต้นรำกับเธอ

ในวันแต่งงานของเพื่อนร่วมงาน นาทีนั้นทอมคิดว่าซัมเมอร์ไม่มีใครอยู่

แต่จริงๆเธอพบคนใหม่แล้วและเมื่อเขาขอเธอแต่งงานเธอจึงตกลง

“วันนั้นทำไม คุณเต้นรำกับผม”

  “ก็ฉันอยากเต้น”เป็นดาบแรกที่กรีดลงไปที่หัวใจของทอม

ทอมนิ่งเงียบครูหนึ่ง.....ผู้ชมอย่างผมนั่งเงียบ..

. ทั้งๆที่เวลาล่วงเลยมา ทอมก็ไม่ต่างกับคนทั่วไป 

  ที่มีคำถามว่า   ทำไมคุณ ไม่เลือกฉัน หรือ ผม  

ดาบที่สอง มาเป็นคำพูดสั้นๆ ....เบาๆ สีหน้าสบายๆ     

    คำตอบที่ทอมถามถึงเหตุผลที่เลิกกับทอม   ซัมเมอร์บอกว่า

I just woke up one day and I knew."

"Knew what?"

"What I was never sure of with you."

       “ ฉันขึ้นมาตอนเช้า และรู้สึกว่า” เธอไม่ใช่ "คนที่ใช่"

ประกอบกับวันหนึ่ง เธอนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟ

และได้เจอคนที่ใช่เธอจึงตัดสินใจแต่งงาน

Summer: Well, you know, I guess it's 'cause

 I was sitting in a deli and reading Dorian Gray

and a guy comes up to me and asks me about it and... now he's my husband.
Tom: Yeah. And... so?
Summer: So, what if I'd gone to the movies?

What if I had gone somewhere else for lunch?

 What if I'd gotten there 10 minutes later? It was - it was meant to be.

And... I just kept thinking... Tom was right.
Tom: No.
Summer: Yeah, I did.
[laughs]
Summer: I did. It just wasn't me that you were right about.
            

ในตอนนี้ ซัมเมอร์บอกทอมว่า ถ้าหากตนไม่ได้นั่งอ่านหนังสือในร้านแซนวิช

 หรือไปช้ากว่านั้น ก็คงไม่ได้เจอคนที่ใช่

และนั่นเป็นพรหมลิขิตที่ทอมบอกเธอเสมอมา ..

....เธอจึงเปลี่ยนจากคนที่ไม่เชื่อในพรหมลิขิต มาเป็นคนที่เชื่อ

                                               

        

 

ฉากที่ก่อนซัมเมอร์จะลุก  เธอจับมือทอมบีบมือเขาเบาๆ..

ภาพของแหวนที่สวมนิ้วนางที่จับมือทอมบีบเบาๆบอกความรู้สึกได้ดี   

 .....ไม่มีใครบอกได้ว่าซัมเมอร์รักทอมหรือไม่   แต่ความผูกพันที่เธอมี 

 ผมเชื่อในคำตอบของซัมเมอร์ที่ว่า 

ที่เธออยากเจอทอมเพื่อให้รู้ว่าทอมยังสบายดีหรือเปล่า 

      ทอมต้องยอมรับ วิถีทางที่ซัมเมอร์ขีดให้เดิน

 .เพราะเขาเป็นผู้ไม่ถูกเลือก...
แต่การลุกขึ้นครั้งนี้ทำให้ทอมเข้าใจชีวิตมากขึ้น 

การได้แต่งงานอาจจะไม่ได้จบลงสวยหรูอย่างนวนิยาย อย่าง the graduate 

หรือ happy ending อย่าง serendipity

หรือยังมีความข้างคาใจแบบ dear john,หรือแบบ love actually

                                                  

       

   อมนั่งมองไปข้างหน้าขณะที่เธอเดินจากไป..

.และอวยพรให้เธอมีความสุข  หลายครั้งที่ในชีวิตของใครต่อใครผ่านเข้ามาในชีวิตเรา 

 หลายครั้งที่เราตัดสินใจในมุมมองของเราไม่มีใครถูกหรือผิด  .

..ชีวิตของทอมต้องเดินต่อไปเหมือนกับใครหลายๆคนทั้งเขาและเธอ..

..  ยังมีปลาในทะเลมากมายให้เราจับ

และฤดู กาลอาจเปลี่ยนแปลงจาก ซัมเมอร์ ฤดูร้อนอันร้อนแรงมา

เป็นออทั่มฤดูใบไม้ร่วงที่เป็นจริงได้ ทอมคงคิดเช่นนั้น .

ขอบคุณภาพเพลงจาก อินเตอร์เนท

 

 ***

 

 

                                                                ****

 

 *****

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 15/01/2012 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

อยากดูหนังเรื่องนี้มั่งจัง
มาตีตั๋วรอดูหนังเรื่องต่อปาย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
nilsamai วันที่ : 05/01/2012 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

รักไม่มีนิยาม
ไม่มีเหตผล

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ นิลหมัยขอบคุณสำหรับกุหลาบช่องามที่ส่งมาให้ กลิ่นหอมจรุงใจ อาบด้วยมิตรภาพ จะมีใครสักกี่คนที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยไดยินเสียงกัน แต่ส่งใจให้กันได้คริคริ

ริงโก้ ตาร์ ก็ริง โก ตา นิยายแต่งได้ถึงไหนแล้ว นิยามของความรัก สีน้ำ อะไรก็ม่ายรู้

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
nilsamai วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ชอบริงโก้ สตาร์อ่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ คุณ กนิษฐ์
คนเรานั้น จะคาดหวังในตัวคนที่เราคบ จะคบแบบไหนก็ตาม เราจะคาดหวังในสิ่งที่เราหวังเกินไป คงไม่ได้ในสิ่งที่เราหวังเสมอไป..ไม่มีอะไรแน่นอน แม้แต่ตัวของเราเอง เนาะ คนนี้อาจใช่..แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ใช่ ใจเราก็ต้องอยากเลิก แล้วเดินไปหาเอาใหม่ เอาเป็นว่า จะคบหาใครก็ตาม หวังในตัวเขาดีสักเล็กๆก็พอ ไม่ต้องมากเกินไป เราก็เลือกได้ว่า จะเลิก หรือจะเลือก..เลือกดีกว่า เลือกเปลี่ยนสถานะการคบหาไปตามวิถีที่พึ่งพากันได้อย่างเพื่อน.."

คุณนิษฐ์ ครับ เจออะไรอะไรที่อุปสรรคไม่มากแล้ว แฮป
ปี้เอนดิงค์ดีที่สุดครับ จะได้มีเวลาไปทำเรื่องอื่นบ้างสวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ ณ เมืองลุง

เราไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าเรารักเขามากแค่ไหน จนกว่า คนๆนั้นจะเดินจากไป.....แล้วเหลือไว้แค่ความทรงจำ..

ผมชอบเม้นท์นี้เป็นพิเศษ หลายครั้งที่อยากจะไปนั่งในใจ
ของใครต่อใคร ให้เขาเหล่านั้นได้แสดงความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมา เรื่องนี้

เพราะ เฮนรี่ มิลเลอร์กล่าวว่าวิธีที่จะก้าวข้าม หรือลืมเธอได้

ให้แปรเปลี่ยนผู้หญิงเป็นวรรณกรรมซะ“
ดารา นำทั้ง ลูอิส และเดส ชาเนลแสดงได้เป็นธรรมชาติดี

ลึกๆผมเชื่อว่า ซัมเมอร์ คงรักทอมเหมือนกัน แต่ไม่มากเท่ากับรักตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ บก ชาลี

จริงๆแล้ว ผมก็ชอบสำลักความสุข บทหวานๆ สถานที่สวยๆ อย่าง บก ก็ต้อง ธรรมชาติ อันงดงาม กาแฟร้อนๆ แล้ว ก็นกน้อยสวยงาม
ซัมเมอร์บอกทอมว่า เธอเจอคนที่ใช่ ที่ร้านกาแฟ
กับหนังสือที่เธอชอบ ว่าไปแล้วไม่ว่าหญิงหรือชายล้วนเข้าใจยาก สำคัญที่เคมีที่เข้ากันของใครคลิกใครมากกว่า

"บนท้องฟ้ามีนก บนบกมีความรัก"

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ back packer
คำสรุปสั้นๆ ทำให้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังยอดนิยม ในใจคนหลายๆคน

เหมือนเรากำลังดูตัวเอง เมื่อตอนเป็นวัยรุ่นจนกระทั่งโตมาถึงวันนี้ ยังไงยังงั้นเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ พี่ภานุมาศ สวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ

ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ขอให้พี่มี กำลังกายและใจในการทำสิ่งที่ตั้งใจครับ คงได้ไปกินข้าวกันสักมื้อจะดทรไปล่วงหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ พี่นุ คนช่างเล่า

บ้านเมืองวุ่นวายหรือเปล่า ละครโรงใหญ่
วันนี้คุยกับผู้ใหญ่ ท่านแนะนำให้หันมามองการเมืองบ้าง

นึกไม่ออกเหมือนกัน ว่า หน้าที่การดูแลรักษาบ้านเมือง

ควรเป็นหน้าที่ใคร เรา รุ่น พี่นุ หรือรุ่นลูกหลานเรา
สวัสดีปีใหม่ครับพี่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

@ พี่ลูกเสือเจ้าพ่อหนังโรแมนติกตัวจริง

ฉากที่พี่ว่าดูแล้วหัวใจพองโต คงเหมือนความรู้สึกรักของวัยรุ่นที่ผ่านมา ชีวิตที่สมหวัง นกร้องเพลงอิสระ ขอบคุณเพลงที่ไปโพสไว้ใน FB ครับ
ความนารักของหนังก็คือมุมมองที่ คนมอง ผมเชื่อในการตัดสินใจของสตรีเสมอ อิอิ และไม่มีคำถามเด็ดขาด
ว่าทำไมคุณไม่เลือกผม ลึกๆอาจจะเจ็บจี๊ด ถ้ารู้คำตอบ อิอิ
ยิ่งถ้ารู้ว่า เธอไม่รัก ผมจะเป็นฝ่ายไปเองโดยไม่มีคร่ำครวญ คริคริ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ จ้าคุณหมอ..
ขอให้มีสุขภาพและมีความสุขเยอะๆน๊า..

มีอยู่ช่วงที่ดูหนังทุกเสาร์อาทิตย์ที่หยุดงาน..เก็บตั๋ว พอสิ้นปีก็เอาตั๋วหนังมานับดู เป็นร้อยใบเลย..ไม่ได้ดูหนังในโรงหนังมา 7 ปี ได้แล้วล่ะ..

ชอบหนังทุกแนว แต่ชอบหนังแนวดราม่า มากหน่อย..
อ่านที่หมอเล่าเรื่องนี้ พอคร่าวๆ..พอสรุปได้ว่า..

" คนเรานั้น จะคาดหวังในตัวคนที่เราคบ จะคบแบบไหนก็ตาม เราจะคาดหวังในสิ่งที่เราหวังเกินไป คงไม่ได้ในสิ่งที่เราหวังเสมอไป..ไม่มีอะไรแน่นอน แม้แต่ตัวของเราเอง เนาะ คนนี้อาจใช่..แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ใช่ ใจเราก็ต้องอยากเลิก แล้วเดินไปหาเอาใหม่ เอาเป็นว่า จะคบหาใครก็ตาม หวังในตัวเขาดีสักเล็กๆก็พอ ไม่ต้องมากเกินไป เราก็เลือกได้ว่า จะเลิก หรือจะเลือก..เลือกดีกว่า เลือกเปลี่ยนสถานะการคบหาไปตามวิถีที่พึ่งพากันได้อย่างเพื่อน.."

อิอิ..ในชีวิต ยังไม่เคยเจออะไรอย่างในหนังน๊า..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณ.เมืองลุง วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 18.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongplod
ณ.เมืองลุง

ช่วงชีวิตคนเรา อาจจะมีใครสักคน หรือหลายๆ คนเดินเข้ามา...พูดจา ทักทายและสร้างความผูกพันธ์ เราไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าเรารักเขามากแค่ไหน จนกว่า คนๆนั้นจะเดินจากไป.....แล้วเหลือไว้แค่ความทรงจำ..
สวัสดีปีใหม่ครับ..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อยากดูฉากพระเอก"สมหวัง"แล้วร้องเพลง...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

เป็นบทภาพยนต์ที่ ให้ความเข้าใจวัยรุ่น ในมุมมองแบบผู้ใหญ่

เหมือนเรากำลังดูตัวเอง เมื่อตอนเป็นวัยรุ่นจนกระทั่งโตมาถึงวันนี้ ยังไงยังงั้นเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ก่อนอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ในเอ็นทรีนี้

ผมขอสวัสดีปีใหม่คุณหมอก่อนนะครับ

ปีใหม่ 2555 นี้ ผมขออารธนาให้คุณหมอและครอบครัว แคล้วคลาดจากภยันตรายต่าง ๆ ครับ

ส่วนเรื่องสุขภาพผมไม่กล้าอวยพรครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนน่ะครับ

ขอกลับไปอ่านเรื่องทั้งหมดต่อนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

สวัสดีปีใหม่ ครับคุณหมอ
โลกนี้คือละครจริงครับ
ชีวิตความเป็นจริงมีอะไรอยู่ในตังละคร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/01/2012 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คุณหมอ..
ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก ดูทางเคเบิล และกำลังหาซื้อดีดวีดีอยู่
ชอบฉากพระเอก"สมหวัง"แล้วร้องเพลง...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อยากได้ยินว่ารักกัน

yak dai yin wa rak kan

View All
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]


เมื่อคุณแวะมาblog นี้คุณชอบอ่านแนวไหนมากที่สุด
การเมือง
53 คน
ประเด็นร้อน
3 คน
สุขภาพ หวัด2009 การแพทย์
7 คน
ศิลปะ วาดภาพ บทกลอน ความรัก
9 คน
ท่องเที่ยว อาหาร เรื่อยเปื่อย
5 คน

  โหวต 77 คน