|
ถ้าคุณเคยชมงานประกวดสุนัข คุณคงเห็นสุนัขมากมายมีลักษณะแตก ต่างกัน บางตัวสง่างาม ร่าเริง บางตัวถึงกับดุร้าย คุณเคยตั้งคำถามใคร บ้างไหมว่า"ทำไมสุนัขแต่ละตัวจึงมีนิสัยแตกต่างกัน? คำตอบก็คือ สุนัขเหล่านั้นมีสายพันธุ์ ผ่านร้อนผ่านหนาว และเจริญเติบโตมาจากที่ แตกต่างกัน สำหรับมนุษย์มีการศึกษาพัฒนาการและพฤติกรรมของลูก สุนัขเช่นกัน แต่เป็นการศึกษาหลังจากลูกสุนัขเกิดในวันแรกเป็นต้นไป ผมได้อ่านบทความหนึ่งเขียนโดย MR.GAIL CLARK นักจิตวิทยาทางด้านสุนัขจาก อเมริกา เมื่อประมาณสิบปีก่อน จึงขอนำมาถ่ายทอดให้ชาว OKNATION ได้ติดตามดังต่อไปนี้ สุนัขในวัยเด็กนั้น เป็นช่วงที่มีความอ่อนไหวมากที่สุดในชีวิตสุนัข สูกสุนัขบางตัวอาจถูกส่งไปอยู่ กับเจ้าของใหม่ หรือแยกจากอกแม่ก่อนถึงวัยอันควร เรียกว่าถูกพรากจากอกแม่ตั้งแต่ยัง ไร้เดียงสากันที่เดียว เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีกับการเติบโตของสุนัข นักจิตวิทยาได้แบ่งช่วงพัฒนาการ แลุะพฤติกรรมของสุนัขไว้ด้งต่อไปนี้ ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 3 สัปดาห์ เราเรียกว่าช่วง NEONATAL STAGE ลูกสุนัขในวัยนี้จะอ่อน ไหวต่อกลิ่นและการสัมผัส ลูกสุนัขสามารถคลานไปหาแม่หรือพี่น้องของมันจากกลิ่น ลูกสุนัขยัง ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่ายกายตนเองได้ อุณหภูมิของลูกสุนัขขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของแม่ และสภาพแวดล้อม ดังนั้นการติดตั่งโคมไฟเพื่อให้ความร้อนจึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูกสุนัข และจะ ทำให้ลูกสุนัขไม่คลานไปไกลจากตำแหน่งของโคมไฟ ลูกสุนัขยังไม่ลืมตาและยังไม่ได้ยินเสียงจากภายนอก ดังนั้นการเรียนรู้จึงค่อนข้างจำกัด ลูกสุนัข มักจะนอนรวมกัน และเรียนรู้สิ่งแวดล้อมได้จากความรู้สึกและสัมผัส แม่สุนัขจะใช้เวลาเกือบทั้ง วันเพื่อป้อนนมและเลียลูก เพื่อให้ลูกสุนัขขับถ่ายออกมา การเลียของแม่เป็นสื่อที่สำคัญระหว่าง แม่และลูก การที่เราสัมผัส หรือลูบลูกสุนัขก็จะมีผลดีในการสื่อสัมพันธ์ของลูกสุนัขกับมนุษย์ใน ภายหน้า ผู้เพาะพันธุ์อาจจะอุ้มลูกสุนัขมาชั่งน้ำหนักทุกวัน เพื่อตรวจสอบสุขภาพของลูกสุนัขก็ได้ ลูกสุนัขจะดูดนมค่อนข้างแรง ถ้าหัวนมแม่จะหลุดจากปากลูกสุนัขก็จะดูดแรงขึ้น เราอาจนำ ตับบดผสมโยเกิตที่สะอาดป้อนลูกสุนัขเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ ซึ่งมีผลดีคือทำให้ลูกสุนัขหัดดูดได้ดีขึ้น ได้ฝึกการเคลื่อนไหวของหัว เป็นการพัฒนาความ สัมพันธ์กับมนุษย์ และคุ้นเคยกับมนุษย์มากขึ้น หรืออาจพูดภาษาชาวบ้านว่า ทำให้ลูก สุนัขไม่กลัวคน ช่วงอายุ 3 สัปดาห์ถึง 6 สัปดาห์ เราเรียกช่วง NATAL STAGE เป็นช่วงที่ลูกสุนัขชอบเล่นสนุก สนาน ลูกสุนัขลืมตาเต็มที่แล้ว หูเริ่มใช้การได้ และสามารถเรียนรู้สิ่งแวดล้อมได้เต็มที่ สมองมี การเจริญเติบโตและพัฒนาขึ้นทุกๆ วัน ลูกสุนัขสามารถเห่าได้แล้ว และบางครั้งเสียงเห่าก็จะทำ ให้พี่น้องในครอกสะดุ้งได้ ลูกสุนัขสามารถเลียอาหารอ่อนๆ ได้ แต่อาหารหลักยังคงเป็นน้ำนมแม่ ในช่วงนี้เราอาจนำตุ๊กตาให้ลูกสุนัขเล่น และควรนำลูกสุนัขได้รู้จักส่วนต่างๆ ของบ้านเรา เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องฟังเพลง หรือสนามหญ้า การลูบตัว แปรงขนลูกสุนัขในช่วงนี้จะทำให้ลูกสุนัข ไม่กลัวมือในภายหน้า การหัดจูง หัดยืนโพสท่า ก็จะทำให้ลูกสุนัขมีนิสัยรักการประกวดได้ การให้ เด็กๆ ได้เล่นกับลูกสุนัขก็มีประโยชน์สำหรับลูกสุนัขเช่นกัน การกระตุ้นลูกสุนัขด้วยเสียงต่างๆ ก็มีประโยชน์ คือทำให้ลูกสุนัขสามารถรับมือ หรือเผชิญกับ เหตุการณ์ใหม่ๆ ในภายหน้าได้ แต่เราไม่ควรทำให้ลูกสุนัขตกใจ หรือได้รับอันตรายมากเกินไป เพราะจะทำให้ลูกสุนัขมีนิสัยขลาดกลัวในภายหน้า ลูกสุนัขในวัยนี้ อาจจะถูกทำให้ตกใจจากแม่ เช่นถูกแม่เหยียบ หรือแม่ลุกขึ้นโดยเร็วขณะที่ลูกกำลังดูดนมอยู่ แต่เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุ การณ์ธรรมชาติ ไม่ทำให้ลูกมีนิสัยขลาดกลัว ช่วงอายุ 6-7 สัปดาห์ ลูกสุนัขมีฟันขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นสัญญานบอกว่าการหย่านมแม่กำลังจะเกิดขึ้น ธรรมชาติทำให้แม่เจ็บนม เมื่อลูกสุนัขที่มีฟันมาดูดนมแม่ในช่วงแรกแม่อาจขยับตัวหนี แต่เมื่อ ถูกลูกๆ รุกไล่มากขึ้น แม่จะเพิ่มความรุนแรง หรือเตือนลูกสุนัขโดนการขู่คำราม หรือบางครั้ง อาจจะงับลูกๆ แต่เป็นการงับแบบขู่ ลูกสุนัขจะไม่ได้รับอันตรายมาก ในวัยนี้ลูกสุนัขจะได้เรียนรู้การสื่อสารโดยการขู่จากสุนัขโต ถ้าลูกสุนัขถูกพรากจากแม่ในช่วงนี้ จะไม่ได้รับการเรียนรู้เหล่านี้ ลูกสุนัขอาจถูกสุนัขที่โตกว่าขู่ แต่ไม่รู้ความหมาย อาจเดินเข้าไปหา และถูกทำร้ายสาหัสได้ ลูกสุนัขในวัยนี้ยังต้องการความอบอุ่นจากแม่ และพี่น้องในครอก ลูกสุนัขยังไม่พร้อมที่จะพราก จากแม่ การแยกสุนัขจากแม่ในวัยนี้จึงไม่มีผลดี ถ้าสุนัขเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีอาจทำให้ โตขึ้นมีนิสัยขลาดกลัว หรือกร้าวร้าวได้ ถ้าจำเป็นต้องพรากจากแม่ในช่วงนี้เจ้าของใหม่ต้องคอย ดูแลให้ความอบอุ่นแก่ลูกสุนัขมากเป็นพิเศษ ช่วงอายุ 7-8 สัปดาห์ สมองของลูกสุนัขในวัยนี้มีขนาดเกือบเท่ากับสมองของสุนัขโตแล้ว ลูกสุนัข จะหย่านมโดยสมบูรณ์ ลูกสุนัขจะร่าเริง เล่นซุกซนตลอดเวลา ลูกสุนัขจะเรียนรู้พฤติกรรมซึ่งกันและกัน บางท่านกล่าวว่าลูกสุนัขในวัยนี้ จะเริ่มสร้างความ สัมพันธ์กับมนุษย์ และลูกสุนัขจะจดจำบทเรียน และสิ่งที่เขาประสบผ่านมาไปจนตลอดชั่วชีวิต ลูกสุนัขจะเริ่มติดเจ้าของ หรือคนใดคนหนึ่ง ถ้าลูกสุนัขถูกพรากจากครอกในช่วงนี้ จะทำให้ลูก สุนัขไม่มีโอกาสเรียนรู้สังคมของสุนัข ไม่รู้จักการอยู่ร่วมกัน การต่อสู้ การหลบหลีก การยอมจำนน การสืบพันธุ์ (บางครั้งเราจะเห็นลุกสุนัขพยายามเลียนแบบพฤติกรรมการ สิบพันธุ์ ซึ่งเป็นสัญชาติญานการเรียนรู้อย่างหนึ่ง) การสื่อสารระหว่างสุนัขในภาย หน้าจะด้อยไป ในทางตรงกันข้าม ถ้าลูกสุนัขไม่เคยพบมนุษย์เลยก็จะทำให้สุนัขโตขึ้นมีนิสัยกลัว คน ดังนั้นเราควรให้ลูกสุนัขได้อยู่ร่วมกันกับครอกของมัน และได้เล่นได้อยู่ร่วมกับคน และเด็กๆ ด้วย อายุ 8 สัปดาห์ ลูกสุนัขเริ่มรู้จักความหวาดกลัว ลูกสุนัขจะมีอารมณ์อ่อนไหว ซึ่งจะเป็นอยู่ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ บางครั้งลูกสุนัขอาจจะตกใจกับเหตุการณ์ธรรมดาที่เคยผ่านมาแล้วก็ได้ เราควรให้ลูกสุนัขอยู่กับแม่และพี่น้องในครอก ควรทำให้สภาพแวดล้อมอยู่ในสภาพปกติ แต่มิได้ หมายความว่าให้ตัดขาดจากมนุษย์ นอกจากนี้เราอาจจะหาตุ๊กตา หรือของเล่นใหม่ๆ ให้ลูกสุนัข ก็ได้ แต่ต้องกระทำด้วยความนุ่มนวล อายุ 9-10 สัปดาห์ ลูกสุนัขจะเริ่มเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ลูกสุนัขจะมีความมั่นใจในตัวเอง กระตือรือร้นที่จะมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เราอาจนำสุนัขออกสังคมบ่อยขึ้น แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้มากเกินไป ลูกสุนัขในวัยนี้พร้อมแล้วที่จะแยกจากแม่ไปสู่เจ้าของใหม่ ทุกวันนี้มีการศึกษาพฤติกรรม และจิตวิทยาของสุนัขมากมาย ซึ่งมีข้อสรุปหลายด้านเชื่อว่าสุนัข จะมีการเรียนรู้สิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และช่วงการเรียนรู้ที่สำคัญคือช่วงที่ลูกสุนัขอยู่กับแม่และ พี่น้องในครอก
|