พิมพ์หน้านี้
|
When We Two Parted /เมื่อเราสองต้องพรากจากกัน When we two parted เมื่อสองเราต้องพรากจากกัน In silence and tears, ฉันได้รํ่าไห้อาดูรกับตัวเองอย่างเงียบงัน Half broken-hearted ดวงใจของฉันที่ปวดร้าวและขมขื่น To sever for years, ดั่งถูกเชือดเฉือนมาเนิ่นนาน Pale grew thy cheek and cold, ใบหน้าซีดเผือดแก้มที่เย็นเฉียบ Colder thy kiss; รอยจุมพิตที่เยียบเย็นและชืดชา Truly that hour foretold แม้ว่าจะได้รับรู้ความจริงมาก่อนแล้ว Sorrow to this. ความปวดร้าวเหมือนเป็นเช่นนี้เอง The dew of the morning นํ้าค้างพร่างพรมในยามเช้า Sunk chill on my brow-- โรยละอองเรี่ยที่ผิวหน้าอันเยือกเย็น It felt like the warning เสมือนดั่งเป็นสัญญานเตือนว่า Of what I feel now. สิ่งที่ฉันรู้สึกได้ในตอนนี้ Thy vows are all broken, คือคําสัญญาที่ไม่จีรัง And light is thy fame; และความหวังที่เคยรุ่งโรจน์ I hear thy name spoken, เสียงร้องเรียกเธอดังแว่วมา And share in its shame. ร่วมรับรู้ถึงความอับอายและโง่เขลา They name thee before me,เสียงนั้นรํ่าร้องหาเธอและฉัน A knell to mine ear; ประหนึ่งว่าเป็นลางร้ายกระหนํ่ากึกก้อง A shrudder comes o'er me-- ได้แต่สั่นสะท้านด้วยความกลัว Why wert thou so dear? ทําไมฉันรักเธอได้มากมายปานนี้ They know not I knew thee, แม้ไม่มีใครได้ล่วงรู้ Who knew thee so well-- ว่าฉันรู้จักเธอดีมากเพียงไร Long, long I shall rue thee, ฉันโศกระทมถึงเธอนานแสนนาน Too deeply to tell. เจ็บปวดลึกซึ้งเกินกว่าเอ่ยเป็นถ้อยคํา In secret we met การพบปะที่ซ่อนเร้น In silence I grieve, กับการรํ่าไห้อย่างเดียวดาย That thy heart could forget, หัวใจของฉันรํ่าร้องหาเพียงเธอ Thy spirit deceive หัวใจเจ็บปวดด้วยคําลวง If I should meet thee ถ้าเราจะพบกันอีกสักครั้ง After long years, หลังจากเวลาที่ผ่านไปเนิ่นนานปี How should I greet thee?-- ว่าฉันจะพบเธอได้อย่างใร With silence and tears./ หรือว่ามีแต่ความเงียบและนั้าตา Byron ![]() Lord Byron wore Greek or Balkan 's costume. ![]() Lord Byron when he was 25. อันนี้เป็นบทกลอนที่ไพเราะของลอร์ด ไบรอนค่ะ เป็นกวีชาวอังกฤษเชื้อสายสก็อตเขาเขียนได้ไพเราะเศร้าเห็นภาพและ ได้ความรู้สึกร่วมไปกับบทกลอนที่เขียนจนทําให้dogstarคิดว่า ลอร์ดไบรอนเป็นคนดีโรแมนติกแต่ทีใหนได้ ในชีวิตจริงของเขา เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวหลอกลวง ความรักความไคร่ การพนัน มีหนี้สิน การฟ้องร้องเรื่องรักไคร่ที่อืื้อฉาวค่ะทั้งเรืื่องรักเรื่องร้าง เขาเป็นคนรักเผื่อเลือก กระโดดจากเตียงโน่นมาเตียงนี้ทําให้ สาวสวยชั้นสูงของอังกฤษอกหักกันเป็นแถวเนื่องจากเขาหน้าตาดี พูดเก่งและมีบุคคลิกดึงดูดคนค่ะพูดง่ายๆมีเสน่ห์จนสาวๆหลงไหล รวมทั้งสตรีหมายเลขหนึ่งของอังกฤษชื่อ เลดี้คาโรไลน์ แลมป์ ซึ่งเป็นภรรยานายกรัฐมนตรีฯ( นายกคนนี้ชื่อ วิสเคานท์ เมลเบิร์น Prime Mininister Viscount Melbourn )หลงรักหัวปักหัวปํา จนเกิดเรื่องอื้อฉาวสั่นเสทือนวงสังคมชั้นสูงของอังกฤษ และมีการนําไปสร้างเป็นหนังเมื่อปีคศ.1972 โดยสร้างมาจาก เรื่องจริงจากประวัติที่อื้อฉาวของเธอใช้ชื่อหนังว่า Lady Caroline Lamb เขียนบทและกํากับโดยนายโรเบิร์ต โบลท์ ภรรยาของผู้กํากับคือ ซาร่าห์ ไมลส์เล่นเป็น เลดี้คนดังคนนี้เธอ เล่นเก่งจนdogstar เกลียดเลยค่ะ บทที่เธอเล่นเป็นผู้หญิงที่จุ้นจ้าน ไร้ยางอายตามตื้อไบรอนตลอดเวลายอมปลอมตัวไปโน่นมานี่ ทําแต่เรื่องเดือดร้อนไม่สนใจว่าสามีจะอับอายแค่ไหน สมแล้วที่ ลอร์ดไบรอนเลิกและว่าเอาเจ็บๆในที่ชุมชนหลายครั้ง(อ้าว ! ใหนว่า เกลียดไบรอนใง ) หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากเนื้อเรื่องดีนักแสดง เล่นเก่งเกือบทุกคนเลยโดยเฉพาะSarah Miles แต่หนังเรื่องนี้ ไม่ประสบผลสําเร็จในเรื่องรายได้นะคะคือ เจ้งนั่นเองเพราะว่า นักวิจาร์ณว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์และเสื่อมเสีย ศิลธรรมต่อมาผู้กํากับหนังคนนี้กับนางเอกในชีวิตจริงก็คือซ่าร่าห์ ไมลส์ ยังหย่าขาดจากกันเพราะหนังเรื่องนี้ค่ะ ตัวกวีเอกByronมีชีวิตหรือใช้ชีวิตอย่างมีสีสรร มีชีวิตชีวาตื่นเต้น โลดโผนสมชายชาตรีค่ะเป็นทั้งนักรบนักรักเต็มไปด้วยการผจญภัยเขา เคยร่วมกับขบวนการปฏิวัติในอิตาลีที่ชื่อว่า Cabonari ได้ท่องเที่ยวไป ทั่วที่ออสเตรียฮังการี อัลบาเนียและได้ร่วมรบกับชาวกรีกเพื่อเอา เอกราชคืนจากชาวเติร์กหรือจากจักรวรรดิ ออตโตมาน คนกรีกถือว่า ลอร์ดไบรอน เป็นวีรบุรุษของคนกรีกค่ะและคําว่า "ไบรอน" กลายเป็นชื่อที่นิยมนําไปตั้งให้เป็นชื่อของเด็กชายด้วยเพื่อระลึก ถึงความกล้าหาญของไบรอน เมื่อเขาเสียชีวิตได้มีการนําศพเขากลับ มาฝั่งที่แผ่นดินอังกฤษแต่หัวใจของเขาฝั่งไว้ไต้ต้นไม้ที่เมือง Messolonghi ประเทศกรีซที่เขารัก เนื่องจากเขามีประวัติที่ไม่งาม และมีแต่เรื่องอื้อฉาวค่ะ โบสถ์ใหญ่อย่างโบสถ์เวสมินสเตอร์ปฎิเสธ ไม่ให้ฝั่งศพไว้ที่นั่นกับบรรดาขุนนางที่มีชื่อเสียงในแวดวงการเมือง นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงเด่นดังทั้งหลายเขาเลยได้ไปฝั่งที่ โบสถ์ เซ็นท์เมรี่ เม็กดาเลน แทนซึ่งในที่แห่งเดียวกันนี้ลูกสาวที่เขา ไม่เคยรู้จักได้มาฝั่งข้างๆในหลายปีต่อมา ต่อมาเมื่อปี1969 โบสถ์ที่สุดแห่งอังกฤษก็ยอมอนุญาตให้ย้าย ศพของลอร์ดไบรอนมาฝั่งที่นี่ได้เมื่อเขาตายไปได้ถึง145ปีแน่ะ แต่ลอร์ดไบรอนเป็นคนมีฝีมือเรื่องการประพันธ์แบบโรแมนติกนะคะ เขาเขียนบทกลอนไพเราะถึงสาวสวยมากมายรวมถึงLady Caroline คนนี้ด้วยตอนที่รักชอบพอกันเขียนกาพย์กลอนไพเราะเชียวพอชัง กันหยาบคายเสียดสีเจ็บแสบเป็นที่สุดเรื่องเด่นดังของเขาคือเรื่อง ไชล์ แฮโรลด์( Childe Harold 's Pilgrimmage), Don Juan หรือคัสซาโนว่า ซึ่งว่ากันว่าเป็นเรื่องชีวิตรักไคร่ของไบรอนเอง เสียด้วยซํ้าช่วงนี้เขาได้เดินทางมายูโรบไต้ค่ะ เขาได้มากับเพื่อน กวีหลายคนเช่น Thomas Moore , Shelly, John Keats ไบรอนไม่ได้เขียนเฉพาะกลอนหวานรักไคร่เท่านั้นนะคะเขาเขียน ได้หลายประเภท วรรณกรรม บทความทางการเมืองเขาเป็น คนมีความสามารถในการประพันธ์สูงมากและเคยอยู่ในวงการเมือง ของอังกฤษเขียนบทความต่างๆมากมายหลายประเภท ที่ dogstar ถึงแม้จะไม่ชอบไบรอนแต่ก็ชอบลอร์ดไบรอนตรงนี้ค่ะเพราะว่าเขา เป็นคนชอบและรักสัตว์มากค่ะ โดยเฉพาะหมาเรื่องรักสัตว์ของ ไบรอนก็ดังเหมือน กัน เขามีหมาตัวโปรดเป็นพันธ์ุนิวเฟาว์แลนด์ สีดํา-ขาว ชื่อว่า โบตสเวน (Boatswain) มันเป็นโรคพิษสุนัขบ้า เขาเล่ากันว่าไบรอนดูแลมันจนวาระสุดท้าย"ม่กลัวว่าจะโดนเจ้าโบตสเวน กัดและติดโรคหมาบ้าจากหมาสุดที่รักเลย เมื่อมันตายไบรอนทํา อนุเสาวรีย์แห่งความรักของเขาที่มีต่อหมาตัวนี้อย่างใหญ่โตมาก เห็นว่าใหญ่กว่าหินอ่อนที่พระเจ้าแผ่นดินกรีกส่งมาทําแผ่นจารึก ที่หลุมศพของไบรอนเสียอีกค่ะ ยัง..ยังไม่พอเขาเขียนคําจารึกไว้อย่าง ไพเราะกินใจมากเลยค่ะ ณ... ที่แห่งนี้ เป็นที่อยู่ของ สิ่งที่ยังเหลืออยู่ในความทรงจํา ผู้ที่ดํารง ความงาม และ มีคุณค่า ผู้ที่มีความแข็งแกร่งและถ่อมตัว มีความกล้าหาญแต่ไม่ดุร้าย และบริสุทธฺ์ปราศจากสิ่งชั่วร้ายใดๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้พูดเกินความจริงเลย และไม่ได้หมายถึงบุคคลใด แต่เพื่อระลึกถึง....... Boatswain a Dog สุนัขที่เกิดยังแคว้นนิวเฟาว์แลนด์ ในเดือนพฤษภาคม 1803 และตาย ณเมือง นิวสเตด เมื่อวันที่18 พฤศจิกายน 1808 ![]() Boatswain the dog, Painted by Lord Byron. ดูเอาเถอะเพราะกว่าเขียนให้คนอื่นอีกค่ะเนื่องจากที่เขา เขียนบทกลอนได้ไพเราะ จึงมีพวกนักประพันธ์เพลงโอเปร่าเอา บทกลอนหรือเรื่องที่เขาเขียนโดยนําไปทําเป็นเพลงคลาสสิคหรือ โอเปร่าค่ะเช่นHarold en Italie Berlioz, Verdi, Tchaikovsky ยังมีอีกหลายคนโดยเฉพาะ แวร์ดี้ได้นําเอาไปแต่งเพลงโอเปร่า หลายครั้ง เรื่องราวชีวิตของลอร์ดไบรอนก็ถูกนําไปสร้างเป็นหนัง ก็โลดโผนตื่นเต้น ทั้งรัก ทั้งรบเข้าสูตรพระเอกหนังยังใงยังงั้นเลย ดูแต่หนังเรื่องDon Juan หรือคาสซาโนว่าสร้างตั้งหลายครั้ง ล่าสุดที่ Heath Ledger กับSienna Miller เล่นใงคะ ไบรอนตายเมื่ออายุยังน้อยค่ะ แค่ 36ปีเท่านั้นป่วยเป็น โรคไข้หนองนํ้า(marsh fever) คงเป็นไข้ชนิดหนึ่งทีแรกเข้า ใจว่าเขาตายเพราะโรคซิฟิลิสแต่ไม่ใช่ ที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Lord Byron เพราะว่าจะฉลองวันแห่งความรักเสียหน่อย ทุกคนคงจะเขียนเกี่ยวกับความรักที่หวานชื่นกันหมดไม่มีใครเขียน เกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง รักข้างเดียวรักระทม dogstar เลยเขียนเสียหน่อยลืมบอกไปด้วยว่า ไบรอนเป็นกวีประเภท โรแมนติกนะคะ เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1824 เขาเขียนกลอนบทสุดท้ายในชีวิตได้ไพเราะจับใจเชียวค่ะ ว่า 'Tis time this heart should be unmoved, ณเวลานี้หัวใจของฉันเหนื่อยล้า, Since others it hath ceased to move; แม้ว่าปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่: Yet, though I cannot be beloved, แม้ว่าจะไม่มีใครรักฉัน, Still let me love ! แต่ฉันต้องการที่จะมีความรัก ! My days are in the yellow leaf; วันเวลาของฉันเหมือนใบไม้ไกล้ร่วงหล่น: The flowers and fruits of Love are gone; ทั้งดอกและผลหล่นร่วงโรยลงสู่พื้นดิน: The worm --- the canker, and the grief มีแมลงและหนอนชอนใชให้เน่าเปื่อย Are mine alone ! ทิ้งความเศร้าหมองให้ฉันอย่างเดียวดาย ! Dogstar อาจจะถอดความได้กระท่อนกระแท่นแต่ได้พยายาม อย่างสุดๆแล้วขอขอบคุณเพื่อนๆที่อดทนอ่านค่ะ (ข้อมูลได้มาจากweb ต่างๆและจาก wikipedia ขอบคุณค่ะ) |
| เพียงหนึ่งสายรุ้งงาม | ||
เพื่อระลึก ถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย ของสมเด็จพระพี่นาง |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |