วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2551
DOGSTAR; Vanilla Orchids น้าเกรียงดอกวานิลลามาแล้วค่ะ
Posted by
Dogstar
,
ผู้อ่าน : 299
, 21:50:03 น.
| หมวดหมู่ :
ตำนานแห่งพืชพันธ์
พิมพ์หน้านี้
|
น้าเกรียงขา ดอกกล้วยไม้วานิลลามาแล้วค่ะ Vanilla วานิลลา พูดถึงวานิลา ใครๆเป็นต้องนึกถึงไอสครีมวานิลาอร่อยๆกัน นึกถึงนํ้าหอมกลิ่นวานิลา ของ โจ มาโลน อันนี้ชอบเอง ลิปกรอสกลิ่นวานิลา สบู่กลิ่นวานิลา นํ้าตาลวานิลา(อันนี้ ด็อกสตาร์ คิดถึงเองค่ะคือคุณสามีชอบเอาฝักถั่ววานิลา นี่แหละใส่ลงไปในขวดนํ้าตาลแล้วปิดฝาให้แน่น นํ้าตาลจะซึมซับกลิ่นหอมของวานิลาเวลาชงกาแฟจะหอมมาก) เพื่อนของด็อกสตาร์คนหนึ่งเคยเปิด ร้านอาหารแถวๆถนนวิทยุไกล้กับโรงแรมคอนราด เคยซื้อฝักวานิลามาให้เชฟที่ร้านทำอาหารกับขนม เชื่อไหมคะ? กิโลละ 18000 ต่อกิโลกรัมนี่เป็นราคาเมื่อ 6-7ปีมาแล้ว พอพูดถึงวานิลา ทุกคนต้องคิดถึงของกินเท่านั้นแหละใครจะไปนึกว่าเป็นดอกกล้วยไม้สวยๆได้ยังใง แต่พอเห็นว่า น้าเกรียงแห่งบางโอเคเนชั่นพูดถึงเลยต้องหาเรื่องของดอกกล้วยไม้ " ดอกวานิลา" เลยต้องหาเรื่อง มาเล่าสู่กันฟังว่าดอกไม้มาเป็นของหวานอร่อยๆอย่างไอสครีมวานิลาได้ยังใง  ดอกกล้วยไม้ วานิลลา ถูกต้องที่สุด วานิลา เป็นกล้วยไม้ ที่มีถึงในโลกของเรานี้มีถึง 60ชนิดค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกชนิดที่มีฝักหอมๆแบบที่เราจะนำไปใช้ในการทำขนมหรือทำไอสครีมได้นะคะไม่งั้น คงไม่มีราคามหาโหดแบบนี้แน่ๆเห็นว่าเป็นเครื่องเทศที่แพงอันดับสองของโลกรองจาก ซาฟรอน(saffron)คงจะเอาไปสกัดกลิ่นออกมาใช้ผสมกับขนม อาหารและเครื่องสำอางค์ ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยค่ะ กลิ่นวานิลาที่เราเห็นเป็นขวดเล็กขวดน้อยในครัว เวลาแม่ทำเค็กเนยหรือตามซุปเปอร์มาเก็ตแถวที่ขายเครื่องทำเค๊กนั่นเป็นวานิลาเทียมค่ะ เป็นกลิ่นสังเคราะห์ที่ผลิตในห้องทดลอง มักจะมีส่วนผสมของ โปรพิลีน ไกลคอล (Propylene glycolถ้าอ่านผิดก็ขออภัยด้วยค่ะ) เจ้าเคมีตัวนี้ยังเป็นส่วนผสมกับนํ้ายาที่ใช้กับ รถยนต์ค่ะเป็นส่วนผสมของสารกันเป็นนํ้าแข็ง(?)ของรถยนต์ในเมืองหนาว ประวัติการใช้วานิลานี้ใช้กันมานานแล้ววเกือบพันปีชื่อของมันคือ Vanilla planifolia โดยใช้ไปพื้นเพดั้งเดิมอยู่ที่ เม็กซิโกโน่น โดยพวกอินเดียนแดงที่ชื่อว่า เผ่า โทโทแนค(Totonac) เป็นคนปลูกก่อนค่ะและมีเหตุผลที่ปลูกเพื่อนำไปใช้พิธีทางศาสนาด้วยนอกจากนั้นยังต้องนำเอา ฝักวานิลาไปถวายเป็นบรรณาการแก่อินเดียนที่มีอำนาจที่ปกครองอยู่ในบริเวณนั้นคือ เผ่าแอสแต็ค(AZTEC) ต่อมาปีคศ1518 พวกสเปญ นำโดย เฮอร์มัน คอร์เตซได้มีการพบกับจักรพรรดิชื่อ มองเตซูมา และคงจะมีการฉลองกันค่ะและ คอร์เตซได้ติดใจเครื่องดื่มที่กษัตย์นำมาเลี้ยงคือ ช็อกโกแล็ตกลิ่นวานิลา พอทหารเสปญกลับไปยุโรบก็ได้นำผลโกโก้และวานิลลาพร้อมกับทอง เงินและเครื่องเพรพลอยของกษัตย์มองเตซูมากลับไปด้วย(ลืมบอกไปนะคะ พวกฝรั่งพวกนี้ ไม่ได้มาดีหรอกค่ะมาค้นหาทองที่เมืองลึกลับตามตำนานที่มีเหมืองทองคือเมือเอลโดราโด้ แต่ไปพบพวกอินเดียน พวกอินคาเลยฆ่าคนพื้นเมืองเหล่านี้เสียขนเอาทรัพย์สมบัติ ความรู้ พืชพรรณต่างที่จะเป็นประโยชน์ไปบ้านเมืองของตัวเอง(ทุกสมัยค่ะเป็นแบบนี้) พอปีคศ1602 พระนางอลิซเบธที่ หนึ่งของอังกฤษให้นักปรุงยาของพระองค์ชื่อ ฮิวจ์ มอร์แกนทำเครื่องดื่มวานิลาโดยไม่ต้องผสมกับช็อกโกแลตอีกต่อไปต่อมากลิ่นวานิลลา เป็นที่นิยมในอังกฤษมากกว่าวานิลลาผสมกับช็อกโกแลตอีกค่ะ ได้มีคนทดลองนำวานิลลาไปปลูกในที่หลายแห่งโดยหวังว่าจะให้มันมีฝักเหมือน กับแหล่งที่เกิดของมันคือเม็กซิโกแต่ไม่สำเร็จค่ะคือมีแต่ดอก ต่อมาในปีคศ. 1836ได้มี ชาวเบลเยี่ยมชื่อว่านาย ชาลส์ มอเรน (Charles Morren)ได้ค้นพบว่าแมลงในท้องถิ่นไหม่ ที่นำต้นวานิลลาไปปลูกกินนํ้าหวานแล้วจะมีการผสมเกสรระหว่างเกสรตัวผู้ตัวเมีย แบบดอกไม้ทั่วไปนั้นแมลงในท้องถิ่นนั้นๆไม่สามารถทำได้ค่ะ เขาได้เฝ้าสังเกตว่า จะมีผึ้งตัวเล็กๆที่ชื่อว่า เมลิโพเน เจ้าผึ้งที่ว่านี้จะพบได้ในบริเวณที่มีต้นวานิลลาเกิดเท่านั้น นายคนนี้เลยนำเจ้าผึ้งตัวน้อยข้ามมายุโรบ ผลคือ ผึ้งน้อยนี้ไม่รอด นายชาลส์ มอเรนเลย ผสมเกสรของดอกกล้วยไม้ วานิลลา ด้วยมือ !!!!!!!!! หลังจากการค้นพบวิธีแพร่พันธ์ วานิลลา แล้วฝรั่งเศสเริ่มปลูกหรือขยายพันธ์ ต้นวานิลลาเป็นชาติแรกโดยปลูกอย่างเป็นลํ่าเป็นสันที่หมู่เกาะทั้งหลายในมหาสมุทรอินเดีย เกาะอินเดียตะวันออกและหมู่เกาะเวสต์อินดีส พวกอังกฤษเริ่มปลูกที่ทางไต้ของประเทศอินเดีย ส่วนพวกดัชท์ปลูกที่อินโดนีเชียและที่เกาะรียูเนียน(Reunion Island)ซึ่งเป็นเกาะหนึ่ง ในหลายๆเกาะของหมู่เกาะมาดากัสการ์ มีอดีตทาสทีชื่อว่า แอดมันด์ อัลไบอัส(Edmond Albius) ได้เรียนรู้การผสมเกสรต้นวานิลาได้อย่างรวดเร็วและได้พัฒนาวิธีการให้ดีขึ้นอีกมาก และการผสมเกสรแบบนี้ยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันมีการผลิตวานิลลาได้จากเกาะมาดากัสการ์ เกาะโคมอโรกับที่เกาะรียูเนียนถึง 75%ของการผลิตที่ใช้ในการอุตสาหกรรม วานิลลากับเรื่องเพศ ความเชื่ออันนี้สืบเนื่องมาแต่โบราญค่ะเป็นเล่าของ ชาวเม็กซิกันอินเดียนเผ่า โทโตแนคเชื่อกลิ่นหอมของวานิลลาเกิดจากเรื่องเล่าว่าซานัท(Zanat) ลูกสาวของเทพเจ้าที่ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่คนและพืชสัตว์ทั้งมวลได้หลงรักกับชายหนุ่ม คนธรรมดาค่ะแต่มีอุปสรรค์เพราะว่าคนจะรักเทพเจ้าไม่ได้ เธอจึงกลายร่างไปเป็นต้นดอกกล้วยไม้ วานิลลาที่ให้ความสวยงามกลิ่นหอมแก่คนรักที่เป็นมนุษย์และคนทั่วไป ในสถานที่บางแห่งในเม็กซิโกยังมีงานฉลองโดยการเต้นรำและงานเลี้ยงให้กับ ซานัทอยู่ค่ะ กล้วยไม้ วานิลลา เหมือนดอกลิลลี่ดอกเล็กๆค่ะมีสีเขียวและสีเหลืองบ้างก็ว่ามันคล้ายๆกับ ดอกแคทลียาผอมๆ ดอกนี้จะบานในตอนเช้าและกลีบดอกจะปิดตอนบ่ายๆค่ะที่หุบไปแล้วหุบเลย ไม่บานอีกถ้าจะผสมเกสรก็ต้องผสมตอนเช้าๆ ปัจจุบันการเกษตรทันสมัยค่ะมีการบังคับให้ออกดอก ตั้งแต่อายุต้นประมาณ 3 ปีก็ออกดอกได้แล้วไม่ต้องรอให้ออกดอกเมื่อโตเต็มที่แล้วคือ 7-8 ปี แบบเจริญเติบโตเองในธรรมชาติ ต้นวานิลลาชอบอากาศชุ่มชื้นนะคะ หรือมีความชื้นสูงมาก ส่วนดินก็ต้องมีความชุ่มชื้นตลอดเวลาชอบเจริญเติบโตในที่ร่มครึ้มไต่ตามไต้ต้นไม้ใหญ่ (ไม่ชอบปลูกในร่มหรืออยู่ในอาคาร)ตอนกลางวันควรจะมีอุณหภูมิประมาณ 30 องศา ส่วนกลางคืนต้องประมาณ15 องศาต้นวานิลลาบางต้นที่สมบูรณ์ดีจะมีฝักได้ถึง 100 ฝักต่อปี ส่วนฝักของวานิลลา นี่สีเขียวค่ะแต่ไม่มีกลิ่นหอม ความยาวของฝักจะยาวประมาณ 200 mm.ตอนนี้ยังไม่มีกล่นนะคะยังต้องมีกรรมวิธีคือ นำฝักวานิลลาไปจุ่มนํ้าร้อนประมาณ 3นาที จากนั้นซับให้แห้งจากนั้นห่อด้วยผ้าเพื่อให้มันมีความชุ่มชื่นหรือมีเหงื่อออกมา ตอนนีฝักวานิลลา จะมีสีนํ้าตาลแก่คลํ้าๆจากนั้นผึ่งลมให้แห้งในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีอีกประมาณ5-6อาทิตย์ ต่อจากนั้น เอาไปขายค่ะ
ดอกวานิลลา กับ ฝักวานิลลาดิบ หัวนํ้าหอมวานิลลาเข้มข้นจะทำจากฝักวานิลลา อัลกอฮอร์ นํ้าและ อาจมีนํ้าตาลผสมอยู่ด้วยนํ้าวานิลลาแท้มักจะทำจากนํ้าวานิลลาเข้มข้นและส่วนผสมธรรมชาติอย่างอื่น ส่วนวานิลลาเทียมมักจะทำมาจากสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม ประโยชน์ของวานิลลาหรือการใช้วานิลลาคือการใช้กลิ่นหอมของวานิลลาช่วย เพิ่มรสชาดของอาหารหรือขนมค่ะเช่นถ้าจะทำขนมเค็กหรือพุดดิ้งสองอย่างนี้จะขาดนํ้าตาล ไม่ได้เลยถ้าเรานำฝักวานิลลาใส่ในโถนํ้าตาลโดยให้นํ้าตาลกลบฝักวานิลลาจนมิด ปิดฝาให้แน่นจนอากาศเข้าไม่ได้จะทำให้นํ้าตาลมีกลิ่นวานิลลาหอมทนค่ะวากันว่าหอมทนเป็นปีเลย อย่างเวลาทำซ็อสเช่น วานิลลาซ้อสอุ่นๆที่ใช้ราดขนมอย่างแอ็ปเปิ้ล สตรูเดิ้ล ให้เอาฝักวานิลลาแช่ลงในนมร้อนและนำไปตั้งไฟอ่อนๆจนได้กลิ่นหอมดี ใส่ครีมนํ้าตาล แล้วตีให้เข้ากันค่ะและอน่างพวกพุดดิ้ง คัสตาร์ดให้ใช้นํ้าตาลที่มีกลิ่นวานิลลาทำก็จะหอม เพิ่มรสชาดดีค่ะ สำหรับด็อกสตาร์แล้วชอบทั้งนํ้าหอมกลิ่นวานิลลา ชอบทั้งขนมที่มีกลิ่นวานิลลา แต่ดอกไม้ชื่อวานิลลานี่ยังไม่เคยห็นของจริงค่ ะ ขอบคุณภาพและเรื่องจากอินเตอร์เน็ท
|