• Dogstar
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-11
  • จำนวนเรื่อง : 192
  • จำนวนผู้ชม : 62151
  • จำนวนผู้โหวต : 195
  • ส่ง msg :
sirius
เป็นชื่อกลุ่มดาวหมาใหญ่ สัญลักษณ์ของความเป็นเพื่อนและความซื่อสัตย์ The brightest star in the sky.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/dogstar
วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน 2551
Dogstar : Rose Story / นิทานเรื่องดอกกุหลาบ
Posted by Dogstar , ผู้อ่าน : 366 , 23:14:05 น.   | หมวดหมู่ : ตำนานแห่งพืชพันธ์  
พิมพ์หน้านี้


นิทาน ดอกกุหลาบ The Rose Story

                               

              ดอกกุหลาบสามรูปนี้เป็นสายพันธ์เก่าแก่สืบทอดมาจากสมัยกรีกโบราญค่ะ

                                 

             กลีบกุหลาบแห้งที่ใช้กลั่นทำเครื่องหอม         ทีโรส (tea rose)


             วันนี้จะมาเล่าเรื่องของดอกกุหลาบกันค่ะชื่อว่ากุหลาบมาจากภาษาอะใรยังเป็น
ที่ถกเถียงของผู้รู้กันบ้างก็ว่า กุหลาบ หรือคำว่า โรส นี่มาจากคำว่าโรด Rhodes (ชื่อเกาะในกรีก)
ที่กุหลาบได้ชื่อมาจากสถานที่แห่งนี้ค่ะ คือเป็นคำที่รากศัพย์มาจากภาษากรีกคำนี้แปลว่าสีแดง
ว่ากันว่าพวกกรีกนี่ปลูกกุหลาบเป็นชาติแรก(ที่อาร์อาเมเนียไกล้กับกรีกมีเทศกาลชื่อว่าเทศกาล
วาร์ทาวาร์ซึ่งจะจัดกันกลางฤดูร้อนของปีเป็นเทศกาลเกี่ยวกับกุหลาบที่มีสีแดงดุจเปลวไฟ
อันร้อนแรงหรือ The flaming of the Roseใภาษาเปอร์เซียเรียกกุหลาบว่า กุล( gul/แปลว่าดอกไม้)
คำว่ากุล นี้ไกล้เคียงกับคำว่า วิญญาน(ghul) และนํ้าอบกลิ่นกุหลาบเรียกว่ากุหลาบ(gulab )
ภาษาไทยคงได้รับอิทธิพลของเจ้าดอกกุหลาบคำนี้มาแน่ๆนํ้ากลิ่นกุหลาบนี่ไม่ใช่นํ้าหอมนะคะ
แต่เป็น โรสวอเตอร์ค่ะคือใช้อาบ ใช้ทำยา ใช้ดื่มใช้ทำเครื่องหอมอบรํ่าซึ่งไม่ใช่นํ้าหอมหรือเพอร์ฟูม
แบบสมัยไหม่ซึ่งต่อมาค่อยพัฒนามาทีหลังค่ะ
 แต่โรสวอเตอร์หรือนํ้ากุหลาบนี้เป็นเครื่องดื่มที่ผสมมาดื่มกันมานานแล้วมีส่วนผสมของนํ้า
ผสมกับนํ้าผึ้งหรือนํ้าเชื่อมที่มีกลิ่นกุหลาบแล้วเอาใบสะระเหน่ใส่ด้วย(พวกอาหรับดื่มกันแบบนี้มาก่อน
พวกฝรั่งอีกค่ะแต่พวกฝรั่งเอาไปดื่มบ้างแล้วเรียกชื่อเสียไหม่ไม่ใช่โรสวอเตอร์แล้ว กลายเป็น
 มิ้นจูเลป /mint julepไป)
                กุหลาบเกิดได้อย่างไร บางตำนานก็ว่าเทพีโฉมงามชื่อว่า วีนัสนี่แหละโดนหนามกุหลามตำมือค่ะตอนนั้นดอกกุหลาบมีแต่สีขาวเท่านั้นเลือดของวีนัสเปื้อนดอกไม้สีขาวเข้าเลยกลายเป็นกุหลาบแดง บางตำนานบอกว่าแบคคัสเทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นลูกชายของวีนัสทำเหล้าองุ่นหกใส่ดอกกุหลาบขาวมันเลยกลายเป็นสีแดงไป บางแห่งก็ว่าคนรักของวีนัสคนหนึ่งชื่อว่า อะโดนิสได้เสียชีวิต(ไม่ทราบสาเหตุค่ะ)วีนัสเสียใจมากร้องไห้ครํ่าครวญและเธอมองเห็นมีดอกไม้ผุดขึ้นมากจากกองเลือดของอะโดนิสคือดอกกุหลาบแดงนี่เอง ดังนั้นกุหลาบสีแดงจะหมายถึงความรักอมตะไม่มีวันตายแต่ที่สำคัญคือดอกกุหลาบนั้นมีหนามแหลมคม ที่อาจจะตำนิ้วมือจนเลือดออกและเกิดการเจ็บปวดได้ง่ายๆเหมือนกับหมายถึงความรักนอกจากจะทำให้มีความสุขที่แสนหวานที่มีความรัก ที่ได้รักและถูกรักแล้วความรักอาจจะทำให้เกิดการเจ็บปวดเนื่องจากรักไม่สมหวังได้อีกด้วย
  เท่าที่รู้ชาวโรมันชอบใช้ดอกกุหลาบมากค่ะและได้ใช้ในงานเลี้ยงรื่นเริงต่างๆมากมาย
ใช้โปรยลงมาจากเพดานบ้างหรือเสื้อผ้าต้องมีดอกกุหลาบประดับประดาค่ะ
มีรูปนะคะ ว่าชาวโรมันมีวิธีที่ใช้กลีบดอกกุหลาบมากมายใส่ภาชนะแขวนบนเพดานสูง
เวลาแขกเดินผ่านกลีบดอกเหล่านี้จะถูกโปรยลงมาให้โดนแขกค่ะเป็นการแสดงถึงความมั่งคั่งรํ่ารวย
ความมีอำนาจของชาวโรมันในยุคนั้น ยังมีอีกการแสดงถึงความมีอำนาจและความรํ่ารวยอีกอย่างค่ะ
ถ้างานจัดเลี้ยงในฤดูร้อนก็จะมีนํ้าแข็งที่นำมาจากเทือกเขาแอล์ปมาผสมเครื่องดื่มอีกด้วย
(คนรวยกินนํ้าแข็งหน้าร้อน  คนจนกินนํ้าแข็งในหน้าหนาวก็ตอนหิมะตกใงคะ)
           เนื่องจากชาวโรมันทำชื่อเสียงให้แก่ดอกกุหลาบต้องมัวหมองโดยนําไปใช้ในงานรื่นเริง
ที่เต็มไปด้วยเหล้าเคล้านารีแม้แต่เรื่องฉาวของวีนัสก็มีเกี่ยวกับดอกกุหลาบค่ะ เอปูเลอุสเจ้าเมือง
 เมืองเมธทาฟอสเซสมีงานรื่นเริงยามเย็นก็จะกินอาหารดื่มเหล้าอย่างหนักจะมัวเมาหลุ่มหลงอยู่กับวีนัสเขาใช้ดอกกุหลาบเป็นเครื่องนุ่งห่มให้วีนัสแทนเสื้อผ้า  อื้อฮือ ฟังดูเย้ายวนเหลือเกินนะคะ 
 ยุคหนึ่งศาสนาคริสเตียนห้ามใช้ดอกกุหลาบในโบลถ์และตอนที่พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน
เพราะว่าชาวโรมันได้ล้อเลียนพระองค์ว่าเป็นกษัตย์ของชาวยิวเป็นกษัตย์ที่ไร้มงกุฏเลยเอาต้นกุหลาบ
ที่เป็นเถาแห้งและมีหนามแหลมคมมากมายขดเป็นวงกลมสวมไว้ที่พระเศียรของพระเยซู
บอกว่าเป็นมงกุฎค่ะและ จูดาห์สาวกของพระเยซูที่ทรยศตอนหลังสำนึกผิดก็แขวนคอตายที่ต้นกุหลาบ(คงจะเป็นต้นใหญ่และเป็นกุหลาบที่ยังไม่ได้พัฒนาสายพันธ์แน่ๆ)
ส่วนทางอาหรับบ้าง ดอกกุหลาบเปรียบเหมือนความงามอย่างสมบูรณ์แบบของชายชาตรี
ว่ากันว่าดอกกุหลาบเกิดจากหยดเหงื่อของพระศาสดาโมฮัมมัดตอนเสด็จสู่สวรรค์ค่ะ
      ตํานานเรื่องดอกกุหลาบของชาวเยอรมันว่าดอกกุหลาบทั้งหมดเป็นของคนแคระกับพวกพราย
ถ้าใครอยากจะได้ดอกกุหลาบต้องขออนุญาตพวกคนแคระก่อนอันนี้เป้นต้นเรื่องของเทพนิยายเรื่อง
"โฉมงามกับอสูรร้าย หรือThe Beauty and The Beast " ที่ฉายเป็นหนังการ์ตูนของ
วอลท์ ดิสนีย์ เรื่องมีอยู่ว่า พ่อของโฉมงามไปเก็บดอกไม้ในสวนของคนแคระ
ก่อนได้รับอนุญาติเขาต้องชดใช้หนี้อันนี้โดย ให้โฉมงามเข้าไปอยู่กับสัตว์ร้ายตัวหนึ่งค่ะ
ตอนหลังเกิดรักกันขึ้นความรักได้เปลี่ยนสัตว?ร้ายที่ถูกสาปกลายเป็นมนุษย์เหมือนเดิม
 มีธรรมเนียมของกรีกกับโรมันจะนิยมใช้ดอกกุหลาบในงานศพ
     อย่างที่ประเทศอังกฤษสมัยก่อนจะนิยมปลูกพุ่มดอกกุหลาบไกล้หลุมศพของคนหนุ่มหรือสาว
ที่เสียชีวิตก่อนแต่งงานด้วยเป็นการเปรียบเทียบที่เจ็บปวดค่ะหมายถึงความรักและความตาย
คือตอนมีความรักดอกไม้แย้มบานมีกลิ่นหอมแต่เมื่อเสียชีวิตไปแล้วเหมือนกับตอนที่
กลีบดอกกุหลาบร่วงโรยเหี่ยวแห้งไปก่อนเวลาอันควรเปรียบเหมือนรักที่ไม่สมหวังค่ะ
 เรามาพูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดอกกุหลาบกันค่ะ ชาวกรีกกับชาวจีนได้พัฒนาพันธ์กุหลาบ
มาก่อนชาติอื่นๆเมื่อ3000ปีก่อนพระเยซูประสูติอีกค่ะกุหลาบพันธุ์เก่าแก่ที่สุดคือกุหลาบพันธ์
 dog rose (rosa canina)ได้พบฟอสซิลของกุหลาบเก่าที่สุดนี้ที่รัฐมอนตานา อเมริกา
อายุของฟอสซิลนี้ประมาณ35ล้านปี rosa gallicaเป็นกุหลาบพันธ์ที่เก่ารองลงมาพันธ์
นี้เป็นเครื่องหมายของพระอาทิตย์ในสมัยศตวรรษที่12 กุหลาบสองพันธ์นี้มีสีแดงแก่
เหมือนดอกป็อปปี้ดอกกุหลาบยังเป็นชื่อของสงครามที่แสนจะโรแมนติกคือ War of the Roses
 สงครามดอกกุหลาบค่ะเป็นสงครามในอังกฤษเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วระหว่างตระกูล
เก่าแก่ของอังกฤษสองตระกูลและกุหลาบยังเป็นเครื่องหมายประจำตระกูลขุนนางของอังกฤษ
คือตระกูล Lancaster กับ Tudorค่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ
              มีกุหลาบที่มีชื่ออีกชนิดหนึ่งจัดว่าเป็นกุหลาบพันธ์โบราญเคยปลูกที่วิหารของวีนัส
หรือวิหารของแอฟโฟรไดท์ที่ซามอส ประเทศกรีกกุหลาบชนิดนี้กลีบบางและร่วงง่ายค่ะมีกลิ่นหอม
มีอีกชื่อว่าดามัสค์ โรส (Damask Rose) ปัจจุบันนี้ใช้นํ้ามันกุหลาบนี้ผสมในนํ้าหอมหลายชนิด
 สมัยก่อนเชื่อว่ากุหลาบบางชนิดค่ะสามารถใช้รักษาโรคได้อย่างที่เรียกว่า
ไบรอาร์ (Brair)กุหลาบชนิดนี้จะเป็นพุ่มไม้เลื้อยชอบขึ้นอยุ่กลางทุ่งค่ะบางทีจะมีดอกมากจนกิ่งโน้มลงเหมือนประตูโค้ง ความเชื่อแบบโบราญพื้นบ้านว่าถ้าได้นำเด็กที่ป่วยเป็นโรคไอหวัดหรือเป็นโรคบางอย่างผ่านโค้งกุหลาบนี้ตอนตอนพระอาทิตย์ขึ้นจะทำให้เด็กหายป่วยได้
 เรามาพูดถึงกุหลาบจากเอเชียบ้าง คงจะมีแต่ประเทศจีนค่ะที่มีการบันทึกเรื่อง
ของดอกกุหลาบย้อนไปนับร้อยๆปี กุหลาบจากจีนเริ่มเข้าไปแพร่หลายในยุโรบเมื่อศตวรรษที่18
หรือเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมานี่เองแต่ไม่ใช่ในรูปของเครื่องหอมแต่เป็นชากุหลาบ tea rose
เนื่องจากอังกฤษได้อิมพอร์ตชา จากจีน ชากุหลาบเลยแถมมาด้วย ไม่มาเปล่าๆหรอกนะคะ
คนจีนฉลาดทางค้าขายเลยให้คำนิยามทางปรัชญามาด้วยว่าชากุหลาบนี้เมื่อดื่มแล้วจะได้รสชาด
แบบ " ท้องฟ้าปลอดโปร่งใสสะอาดยามหลังฝนโปรย " ค่ะปรากฏว่าชากุหลาบได้เกิดในยุโรบตั้งแต่นั้นมา(ชาชนิดนี้ใช้กุหลาบตูมดอกเล็กๆ สีชมพูตอนนี้หาได้ไม่ยากและถูกกว่าแต่ก่อนมาก
 ต้องระวังยาฆ่าแมลงด้วยนะคะ ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนค่ะที่บ้านซื้อมาเหมือนกันแต่ยังไม่ได้ลอง
เพราะกลัวยาฆ่าแมลงนี่แหละเลยใส่ขวดแก้วไว้ดูเล่นสวยดี) กุกลาบเป็นดอกไม้ที่อยู่ในตระกูลเดียว
กับสตรอเบอรี่ ราสปเบอรี่ แอ็ปเปิ้ล อัลมอนด์ พลัม และแอปปริค็อทค่ะ
  ดอกกุหลาบเกี่ยวข้องกับเทศกาลรื่นเริงส่วนใหญ่งานเหล่านี้มักจะจัดในเดือนมิถุนายนค่ะ
ทางอเมริกาถือว่าดอกกุหลาบเป็นดอกประจำเดือนมิถุนายนอย่างเป็นทางการ
ทางยุโรบจะถือเอาวันจันทร์แรกที่ก่อนเทศกาลที่ชื่อว่า เล้นท์(Lent)จะเรียกว่า โรสมันเดย์
( Rose Monday)วันงานที่จัดในโรสมันเดย์นี้ จะมีการเดินพาเหรด งานเต้นรำสวมหน้ากาก
งานรื่นเริง การแสดงละครเวทีเสียดสีสังคมนักบุญของศาสนาคริสต์ก็เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบ
ด้วยอ่างกุหลาบเหลืองเป็นเครื่องหมายของนักบุญที่ชื่อว่า St. Nicomedeวันฉลองนักบุญองค์นี้
ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน  St. Boniface  ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ส่วน St. Banaby
ตรงกับวันที่ 11มิถุนายน  ส่วนนักบุญที่ดังอีกองค์คือSt.Georgeผู้ฆ่ามังกรจะตรงกับวันที่ 23เมษายนค่ะส่วนชาวโรมันโบราญจะใช้ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์เพื่อยกย่องทหารที่ตายในสนามรบ
ดอกกุหลาบสีต่างล้วนมีความหมายนะคะยกตัวอย่าง;


 RED ROSES : I love you, unconscious beauty  ;กุหลาบสีแดงหมายถึงคำสารภาพว่า ฉันรักเธอ เป็นความรักที่ติดตาตรึงใจตลอดไป
WHITE ROSES : Spiritual love, purity ; กุหลาบสีขาวหมายถึงความรักที่สูงส่ง
และบริสุทธ์
YELLOW ROSES : Joy, gladness ; กุหลาบเหลืองหมายถึงความสุขความรื่นเริงและยินดี

ORANGE ROSES : Fascinated, enthusiastic ; กุหลาบสีส้มหมายถึงความหลงใหลเสน่หา
PINK ROSES : Grace, gentility  ; กุหลายชมพูหมายถึง ความสง่างาม สุภาพอ่อนน้อม
TEA ROSE : I'll Remember Always  ; ทีโรสหมายถึง เธออยู่ในห้วงคำนึงเสมอ
THORNLESS ROSE : Love at First Sight  ; กุหลาบไม่มีหนาม หมายถึงรักแรกพบ
WHITE AND RED ROSES MIXED : Unity, Flower Emblem of England  ; กุหลาบขาว
และกุหลาบแดงเป็นช่อรวมกันหมายถึง ความเป็นหนึ่งเดียวกันไม่แบ่งแยก
ROSEBUDS : Beauty and Youth, A Heart Innocent of Love ; กุหลาบตูมหมายถึง
ความงามและความอ่อนเยาว์ในวัยเด็ก มีความรักอันบริสุทธ์อยู่ในหัวใจ
RED ROSEBUDS : Pure and Lovely ; กุหลาบตูมสีแดงหมายถึงความบริสุทธิ์และน่ารัก
WHITE ROSEBUDS : Girlhood  ; กุหลาบตูมสีขาวหลายดอกหมายถึงความเยาว์วัย
ROSE BOUQUET OF MATURE BLOOMS : Gratitude  ; กุหลาบบานเต็มที่รวมเป็นช่อใหญ่คือความกตัญญู
ROSE SINGLE FULL BLOOM: I Love You, I Still Love You
  ; กุหลาบบานดอกเดี่ยวๆหมายถึง
ฉันรักคุณและยังคงรักเสมอ

       วันสำคัญของศาสนาคริสเตียนที่ใช้ดอกกุหลายมากคือวันที่ชาวคริสเตียนไปเยี่ยมเยียน
หลุมฝังศพของบรรพบุรุษค่ะตอนหลังกลายเป็นวันเมมโมเรียลเดย์ ส่วนงานฉลองวันนี้ที่เมืองเมสสิน่า
ในอิตาลีจะใช้ดอกกุหลาบโปรยมาจากเพดานมากมายระหว่างร้องเพลงสรรเสริญการกลับมาของพระเยซู
      พูดถึงนํ้ากุหลาบหรือ โรส วอเตอร์ ด็อกสตาร์มีตำราการทำนํ้ากุหลาบให้กับคนที่สนใจด้วยนะคะ
คนที่ริเริ่มทำนี้เป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรของอังกฤษ  คนนี้มีชีวิตเมื่อศตที่16นะคะ
ชื่อว่านายเจอร์ราร์ด เขาบอกว่าตำรานํ้ากุหลาบของเขาช่วยเรื่องหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรงค่ะ
ทำให้จิตใจสดชื่นเบิกบานใจ
      เรามาพูดถึงตำราอาหารจากดอกกุหลาบกันบ้างมีการใช้กลีบกุหลาบทานกับครีมชีส ทานขนมสโคนกับแยมดอกกุหลาบ เนยที่มีกลิ่นกุหลาบและชาดอกกุหลาบขนมหวานก็มีขนมบาคลาว่า
ก็ได้ใช้นํ้ากลิ่นกุหลาบ(ด็อกสตาร์ชอบมากหวานอร่อยใช้เม็ดอัลมอนด์
ป่นผสมด้วยค่ะเป็นขนมของทางคาบสมุทรบัลข่าน กรีก อัลบาเนีย ตุรกี เซอร์เบีย โน่น
พูดถึงแถวนี้ด็อกสตาร์เคยไปนะเคยเห็นถั่วตัดด้วยค่ะแต่เขาไม่ได้ใช้ถั่วลิสงแบบบ้านเรา
เขาใช้อัลมอนด์แต่มันแข็งสุดๆ dogstarกัดเต็มแรงฟันแทบหัก พอเล่าให้คุณสามีเรื่องนี้
เขาบอกว่าถั่วตัดนี้เริ่มจากยุโรบซึ่งยืมมาจากอาหรับอีกทีแล้วแพร่ไปตามเส้นทางสายไหมค่ะ
 คนที่ทานขนมถั่วตัดแบบนี้ได้ต้องมีฟันแข็งแรงแบบฟันม้าแน่นอน)
 ขนมอีกอย่างที่ใช้นํ้ากลิ่นกุหลาบหรือโรสวอเตอร์ผสมคือขนม เตอร์กิชดีไลท์ค่ะ
เป็นขนมหวานนุ่มๆสีชมพูแม้แต่พวกเหล้าองุ่นก็นำไปทำพันช์กุหลาบด้วยโดยการนําเอากลีบ
กุหลาบแห้ง ส้ม มะนาว นํ้า นํ้าตาล ยีสต์ มาผสมและหมักจะได้ไวน์กุหลาบค่ะ
 เรื่องของดอกกุหลาบวันนี้ ได้เรียบเรียงมาจากหนังสือ The Oxford Book of Days ,
The healing herb
และหนังสืออีกหลายเล่มและจากเว็บไซด์ต่างๆค่ะ ต้องขอขอบคุณมาด้วย
ที่จริงเรื่องของกุหลาบยังมีอีกมากค่ะแต่ใจกำลังวอกแวกไปเอเอสทีวีค่ะ /จบแล้วนะคะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
กระบี่ทูเดย์ วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 08.53 น.
http://www.oknation.net/blog/krabitoday

ขอบคุณมากสำหรับเรื่องกุหลาบๆ
ถ้ามีโอกาส ขอนำความรู้นี้ไปใช้บ้าง


ความคิดเห็นที่ 8
daddynop วันที่ : 04/07/2008 เวลา : 16.03 น.
http://www.oknation.net/blog/daddynop


ไปเตะบอลกับโอเคเนชั่น ยูไนเต็ดมาครับ
ความคิดเห็นที่ 7
ว.แหวนลงยา วันที่ : 03/07/2008 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/wachira89

เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ครับ

ขอบคุณมาก ครับ
ความคิดเห็นที่ 6
กอบธรรม วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/anakkumlangbai


สวัสดีครับ

แวะมาเยี่ยม ได้ความรู้กลับไปเยอะเลย
ความคิดเห็นที่ 5
สุรศักดิ์ วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญอ่าน << มาเพิ่มพลังให้ตนเอง... (11)  พลังจินตนาการ >> อัพบล็อก  13  ต.ค. 51

ขอบคุณครับ สำหรับนิทานเรื่องดอกกุหลาบ ที่บอกประวัติ
ความเป็นมาของกุหลาบ น่าสนใจมาก รวมทั้งการทำน้ำกุหลาบด้วย
ตำรับโบราณของอังกฤษ แต่ไม่ทราบว่า กรรมวิธีการผลิต และการ
สกัดกลิ่นจะยุ่งยากมากหรือไม่ แต่ก็น่าจะลงทุนสูง
ความคิดเห็นที่ 4
CKK วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/CKK

ดอกเอยดอกกุหลาบ
ฉาบด้วยสีสันสดใส
เรื่องราวเธอนั้นฉุกใจ
มีได้เป็นร้อยเรื่องราว
ความคิดเห็นที่ 3
komyos วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 10.10 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีเจ้า..

แวะมาแอ่วผ่อเรื่องกุลาบๆ เจ้า

เกยไปแอ่วเมืงเลย(ชาโตเดอเลย..ฮ้องจื่อผิดก่อเนี่ย)
ไปกิ๋นไอติมตี้เปิ้นเอากลิ่นกุหลาบใส่ลงไป..ห๊อมๆร๊ำรำ..เย็นจื่นใจ๋แต้ๆเจ้า
ความคิดเห็นที่ 2
ทิวสน วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 09.44 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ได้ชมทั้งความงาม แถมได้ความรู้ในประวัติความเป็นมาด้วย
เรียกว่า สามารถนำมาต่อยอดเขียนเป็นเรื่องสั้นได้เลยทีเดียว

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ปลิวลม วันที่ : 30/06/2008 เวลา : 23.27 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

ได้ความรู้ดีจัง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30