วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน 2551
Dogstar : Rose Story / นิทานเรื่องดอกกุหลาบ
Posted by
Dogstar
,
ผู้อ่าน : 270
, 23:14:05 น.
| หมวดหมู่ :
ตำนานแห่งพืชพันธ์
พิมพ์หน้านี้
|
นิทาน ดอกกุหลาบ The Rose Story
ดอกกุหลาบสามรูปนี้เป็นสายพันธ์เก่าแก่สืบทอดมาจากสมัยกรีกโบราญค่ะ  กลีบกุหลาบแห้งที่ใช้กลั่นทำเครื่องหอม ทีโรส (tea rose) วันนี้จะมาเล่าเรื่องของดอกกุหลาบกันค่ะชื่อว่ากุหลาบมาจากภาษาอะใรยังเป็น ที่ถกเถียงของผู้รู้กันบ้างก็ว่า กุหลาบ หรือคำว่า โรส นี่มาจากคำว่าโรด Rhodes (ชื่อเกาะในกรีก) ที่กุหลาบได้ชื่อมาจากสถานที่แห่งนี้ค่ะ คือเป็นคำที่รากศัพย์มาจากภาษากรีกคำนี้แปลว่าสีแดง ว่ากันว่าพวกกรีกนี่ปลูกกุหลาบเป็นชาติแรก(ที่อาร์อาเมเนียไกล้กับกรีกมีเทศกาลชื่อว่าเทศกาล วาร์ทาวาร์ซึ่งจะจัดกันกลางฤดูร้อนของปีเป็นเทศกาลเกี่ยวกับกุหลาบที่มีสีแดงดุจเปลวไฟ อันร้อนแรงหรือ The flaming of the Roseใภาษาเปอร์เซียเรียกกุหลาบว่า กุล( gul/แปลว่าดอกไม้) คำว่ากุล นี้ไกล้เคียงกับคำว่า วิญญาน(ghul) และนํ้าอบกลิ่นกุหลาบเรียกว่ากุหลาบ(gulab ) ภาษาไทยคงได้รับอิทธิพลของเจ้าดอกกุหลาบคำนี้มาแน่ๆนํ้ากลิ่นกุหลาบนี่ไม่ใช่นํ้าหอมนะคะ แต่เป็น โรสวอเตอร์ค่ะคือใช้อาบ ใช้ทำยา ใช้ดื่มใช้ทำเครื่องหอมอบรํ่าซึ่งไม่ใช่นํ้าหอมหรือเพอร์ฟูม แบบสมัยไหม่ซึ่งต่อมาค่อยพัฒนามาทีหลังค่ะ แต่โรสวอเตอร์หรือนํ้ากุหลาบนี้เป็นเครื่องดื่มที่ผสมมาดื่มกันมานานแล้วมีส่วนผสมของนํ้า ผสมกับนํ้าผึ้งหรือนํ้าเชื่อมที่มีกลิ่นกุหลาบแล้วเอาใบสะระเหน่ใส่ด้วย(พวกอาหรับดื่มกันแบบนี้มาก่อน พวกฝรั่งอีกค่ะแต่พวกฝรั่งเอาไปดื่มบ้างแล้วเรียกชื่อเสียไหม่ไม่ใช่โรสวอเตอร์แล้ว กลายเป็น มิ้นจูเลป /mint julepไป) กุหลาบเกิดได้อย่างไร บางตำนานก็ว่าเทพีโฉมงามชื่อว่า วีนัสนี่แหละโดนหนามกุหลามตำมือค่ะตอนนั้นดอกกุหลาบมีแต่สีขาวเท่านั้นเลือดของวีนัสเปื้อนดอกไม้สีขาวเข้าเลยกลายเป็นกุหลาบแดง บางตำนานบอกว่าแบคคัสเทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นลูกชายของวีนัสทำเหล้าองุ่นหกใส่ดอกกุหลาบขาวมันเลยกลายเป็นสีแดงไป บางแห่งก็ว่าคนรักของวีนัสคนหนึ่งชื่อว่า อะโดนิสได้เสียชีวิต(ไม่ทราบสาเหตุค่ะ)วีนัสเสียใจมากร้องไห้ครํ่าครวญและเธอมองเห็นมีดอกไม้ผุดขึ้นมากจากกองเลือดของอะโดนิสคือดอกกุหลาบแดงนี่เอง ดังนั้นกุหลาบสีแดงจะหมายถึงความรักอมตะไม่มีวันตายแต่ที่สำคัญคือดอกกุหลาบนั้นมีหนามแหลมคม ที่อาจจะตำนิ้วมือจนเลือดออกและเกิดการเจ็บปวดได้ง่ายๆเหมือนกับหมายถึงความรักนอกจากจะทำให้มีความสุขที่แสนหวานที่มีความรัก ที่ได้รักและถูกรักแล้วความรักอาจจะทำให้เกิดการเจ็บปวดเนื่องจากรักไม่สมหวังได้อีกด้วย เท่าที่รู้ชาวโรมันชอบใช้ดอกกุหลาบมากค่ะและได้ใช้ในงานเลี้ยงรื่นเริงต่างๆมากมาย ใช้โปรยลงมาจากเพดานบ้างหรือเสื้อผ้าต้องมีดอกกุหลาบประดับประดาค่ะ มีรูปนะคะ ว่าชาวโรมันมีวิธีที่ใช้กลีบดอกกุหลาบมากมายใส่ภาชนะแขวนบนเพดานสูง เวลาแขกเดินผ่านกลีบดอกเหล่านี้จะถูกโปรยลงมาให้โดนแขกค่ะเป็นการแสดงถึงความมั่งคั่งรํ่ารวย ความมีอำนาจของชาวโรมันในยุคนั้น ยังมีอีกการแสดงถึงความมีอำนาจและความรํ่ารวยอีกอย่างค่ะ ถ้างานจัดเลี้ยงในฤดูร้อนก็จะมีนํ้าแข็งที่นำมาจากเทือกเขาแอล์ปมาผสมเครื่องดื่มอีกด้วย (คนรวยกินนํ้าแข็งหน้าร้อน คนจนกินนํ้าแข็งในหน้าหนาวก็ตอนหิมะตกใงคะ) เนื่องจากชาวโรมันทำชื่อเสียงให้แก่ดอกกุหลาบต้องมัวหมองโดยนําไปใช้ในงานรื่นเริง ที่เต็มไปด้วยเหล้าเคล้านารีแม้แต่เรื่องฉาวของวีนัสก็มีเกี่ยวกับดอกกุหลาบค่ะ เอปูเลอุสเจ้าเมือง เมืองเมธทาฟอสเซสมีงานรื่นเริงยามเย็นก็จะกินอาหารดื่มเหล้าอย่างหนักจะมัวเมาหลุ่มหลงอยู่กับวีนัสเขาใช้ดอกกุหลาบเป็นเครื่องนุ่งห่มให้วีนัสแทนเสื้อผ้า อื้อฮือ ฟังดูเย้ายวนเหลือเกินนะคะ ยุคหนึ่งศาสนาคริสเตียนห้ามใช้ดอกกุหลาบในโบลถ์และตอนที่พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน เพราะว่าชาวโรมันได้ล้อเลียนพระองค์ว่าเป็นกษัตย์ของชาวยิวเป็นกษัตย์ที่ไร้มงกุฏเลยเอาต้นกุหลาบ ที่เป็นเถาแห้งและมีหนามแหลมคมมากมายขดเป็นวงกลมสวมไว้ที่พระเศียรของพระเยซู บอกว่าเป็นมงกุฎค่ะและ จูดาห์สาวกของพระเยซูที่ทรยศตอนหลังสำนึกผิดก็แขวนคอตายที่ต้นกุหลาบ(คงจะเป็นต้นใหญ่และเป็นกุหลาบที่ยังไม่ได้พัฒนาสายพันธ์แน่ๆ) ส่วนทางอาหรับบ้าง ดอกกุหลาบเปรียบเหมือนความงามอย่างสมบูรณ์แบบของชายชาตรี ว่ากันว่าดอกกุหลาบเกิดจากหยดเหงื่อของพระศาสดาโมฮัมมัดตอนเสด็จสู่สวรรค์ค่ะ ตํานานเรื่องดอกกุหลาบของชาวเยอรมันว่าดอกกุหลาบทั้งหมดเป็นของคนแคระกับพวกพราย ถ้าใครอยากจะได้ดอกกุหลาบต้องขออนุญาตพวกคนแคระก่อนอันนี้เป้นต้นเรื่องของเทพนิยายเรื่อง "โฉมงามกับอสูรร้าย หรือThe Beauty and The Beast " ที่ฉายเป็นหนังการ์ตูนของ วอลท์ ดิสนีย์ เรื่องมีอยู่ว่า พ่อของโฉมงามไปเก็บดอกไม้ในสวนของคนแคระ ก่อนได้รับอนุญาติเขาต้องชดใช้หนี้อันนี้โดย ให้โฉมงามเข้าไปอยู่กับสัตว์ร้ายตัวหนึ่งค่ะ ตอนหลังเกิดรักกันขึ้นความรักได้เปลี่ยนสัตว?ร้ายที่ถูกสาปกลายเป็นมนุษย์เหมือนเดิม มีธรรมเนียมของกรีกกับโรมันจะนิยมใช้ดอกกุหลาบในงานศพ อย่างที่ประเทศอังกฤษสมัยก่อนจะนิยมปลูกพุ่มดอกกุหลาบไกล้หลุมศพของคนหนุ่มหรือสาว ที่เสียชีวิตก่อนแต่งงานด้วยเป็นการเปรียบเทียบที่เจ็บปวดค่ะหมายถึงความรักและความตาย คือตอนมีความรักดอกไม้แย้มบานมีกลิ่นหอมแต่เมื่อเสียชีวิตไปแล้วเหมือนกับตอนที่ กลีบดอกกุหลาบร่วงโรยเหี่ยวแห้งไปก่อนเวลาอันควรเปรียบเหมือนรักที่ไม่สมหวังค่ะ เรามาพูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดอกกุหลาบกันค่ะ ชาวกรีกกับชาวจีนได้พัฒนาพันธ์กุหลาบ มาก่อนชาติอื่นๆเมื่อ3000ปีก่อนพระเยซูประสูติอีกค่ะกุหลาบพันธุ์เก่าแก่ที่สุดคือกุหลาบพันธ์ dog rose (rosa canina)ได้พบฟอสซิลของกุหลาบเก่าที่สุดนี้ที่รัฐมอนตานา อเมริกา อายุของฟอสซิลนี้ประมาณ35ล้านปี rosa gallicaเป็นกุหลาบพันธ์ที่เก่ารองลงมาพันธ์ นี้เป็นเครื่องหมายของพระอาทิตย์ในสมัยศตวรรษที่12 กุหลาบสองพันธ์นี้มีสีแดงแก่ เหมือนดอกป็อปปี้ดอกกุหลาบยังเป็นชื่อของสงครามที่แสนจะโรแมนติกคือ War of the Roses สงครามดอกกุหลาบค่ะเป็นสงครามในอังกฤษเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วระหว่างตระกูล เก่าแก่ของอังกฤษสองตระกูลและกุหลาบยังเป็นเครื่องหมายประจำตระกูลขุนนางของอังกฤษ คือตระกูล Lancaster กับ Tudorค่ะ ถ้าจำไม่ผิดนะคะ มีกุหลาบที่มีชื่ออีกชนิดหนึ่งจัดว่าเป็นกุหลาบพันธ์โบราญเคยปลูกที่วิหารของวีนัส หรือวิหารของแอฟโฟรไดท์ที่ซามอส ประเทศกรีกกุหลาบชนิดนี้กลีบบางและร่วงง่ายค่ะมีกลิ่นหอม มีอีกชื่อว่าดามัสค์ โรส (Damask Rose) ปัจจุบันนี้ใช้นํ้ามันกุหลาบนี้ผสมในนํ้าหอมหลายชนิด สมัยก่อนเชื่อว่ากุหลาบบางชนิดค่ะสามารถใช้รักษาโรคได้อย่างที่เรียกว่า ไบรอาร์ (Brair)กุหลาบชนิดนี้จะเป็นพุ่มไม้เลื้อยชอบขึ้นอยุ่กลางทุ่งค่ะบางทีจะมีดอกมากจนกิ่งโน้มลงเหมือนประตูโค้ง ความเชื่อแบบโบราญพื้นบ้านว่าถ้าได้นำเด็กที่ป่วยเป็นโรคไอหวัดหรือเป็นโรคบางอย่างผ่านโค้งกุหลาบนี้ตอนตอนพระอาทิตย์ขึ้นจะทำให้เด็กหายป่วยได้ เรามาพูดถึงกุหลาบจากเอเชียบ้าง คงจะมีแต่ประเทศจีนค่ะที่มีการบันทึกเรื่อง ของดอกกุหลาบย้อนไปนับร้อยๆปี กุหลาบจากจีนเริ่มเข้าไปแพร่หลายในยุโรบเมื่อศตวรรษที่18 หรือเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมานี่เองแต่ไม่ใช่ในรูปของเครื่องหอมแต่เป็นชากุหลาบ tea rose เนื่องจากอังกฤษได้อิมพอร์ตชา จากจีน ชากุหลาบเลยแถมมาด้วย ไม่มาเปล่าๆหรอกนะคะ คนจีนฉลาดทางค้าขายเลยให้คำนิยามทางปรัชญามาด้วยว่าชากุหลาบนี้เมื่อดื่มแล้วจะได้รสชาด แบบ " ท้องฟ้าปลอดโปร่งใสสะอาดยามหลังฝนโปรย " ค่ะปรากฏว่าชากุหลาบได้เกิดในยุโรบตั้งแต่นั้นมา(ชาชนิดนี้ใช้กุหลาบตูมดอกเล็กๆ สีชมพูตอนนี้หาได้ไม่ยากและถูกกว่าแต่ก่อนมาก ต้องระวังยาฆ่าแมลงด้วยนะคะ ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนค่ะที่บ้านซื้อมาเหมือนกันแต่ยังไม่ได้ลอง เพราะกลัวยาฆ่าแมลงนี่แหละเลยใส่ขวดแก้วไว้ดูเล่นสวยดี) กุกลาบเป็นดอกไม้ที่อยู่ในตระกูลเดียว กับสตรอเบอรี่ ราสปเบอรี่ แอ็ปเปิ้ล อัลมอนด์ พลัม และแอปปริค็อทค่ะ ดอกกุหลาบเกี่ยวข้องกับเทศกาลรื่นเริงส่วนใหญ่งานเหล่านี้มักจะจัดในเดือนมิถุนายนค่ะ ทางอเมริกาถือว่าดอกกุหลาบเป็นดอกประจำเดือนมิถุนายนอย่างเป็นทางการ ทางยุโรบจะถือเอาวันจันทร์แรกที่ก่อนเทศกาลที่ชื่อว่า เล้นท์(Lent)จะเรียกว่า โรสมันเดย์ ( Rose Monday)วันงานที่จัดในโรสมันเดย์นี้ จะมีการเดินพาเหรด งานเต้นรำสวมหน้ากาก งานรื่นเริง การแสดงละครเวทีเสียดสีสังคมนักบุญของศาสนาคริสต์ก็เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบ ด้วยอ่างกุหลาบเหลืองเป็นเครื่องหมายของนักบุญที่ชื่อว่า St. Nicomedeวันฉลองนักบุญองค์นี้ ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน St. Boniface ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ส่วน St. Banaby ตรงกับวันที่ 11มิถุนายน ส่วนนักบุญที่ดังอีกองค์คือSt.Georgeผู้ฆ่ามังกรจะตรงกับวันที่ 23เมษายนค่ะส่วนชาวโรมันโบราญจะใช้ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์เพื่อยกย่องทหารที่ตายในสนามรบ ดอกกุหลาบสีต่างล้วนมีความหมายนะคะยกตัวอย่าง;
RED ROSES : I love you, unconscious beauty ;กุหลาบสีแดงหมายถึงคำสารภาพว่า ฉันรักเธอ เป็นความรักที่ติดตาตรึงใจตลอดไป WHITE ROSES : Spiritual love, purity ; กุหลาบสีขาวหมายถึงความรักที่สูงส่งและบริสุทธ์ YELLOW ROSES : Joy, gladness ; กุหลาบเหลืองหมายถึงความสุขความรื่นเริงและยินดี ORANGE ROSES : Fascinated, enthusiastic ; กุหลาบสีส้มหมายถึงความหลงใหลเสน่หา PINK ROSES : Grace, gentility ; กุหลายชมพูหมายถึง ความสง่างาม สุภาพอ่อนน้อม TEA ROSE : I'll Remember Always ; ทีโรสหมายถึง เธออยู่ในห้วงคำนึงเสมอ THORNLESS ROSE : Love at First Sight ; กุหลาบไม่มีหนาม หมายถึงรักแรกพบ WHITE AND RED ROSES MIXED : Unity, Flower Emblem of England ; กุหลาบขาวและกุหลาบแดงเป็นช่อรวมกันหมายถึง ความเป็นหนึ่งเดียวกันไม่แบ่งแยก ROSEBUDS : Beauty and Youth, A Heart Innocent of Love ; กุหลาบตูมหมายถึงความงามและความอ่อนเยาว์ในวัยเด็ก มีความรักอันบริสุทธ์อยู่ในหัวใจ RED ROSEBUDS : Pure and Lovely ; กุหลาบตูมสีแดงหมายถึงความบริสุทธิ์และน่ารัก WHITE ROSEBUDS : Girlhood ; กุหลาบตูมสีขาวหลายดอกหมายถึงความเยาว์วัย ROSE BOUQUET OF MATURE BLOOMS : Gratitude ; กุหลาบบานเต็มที่รวมเป็นช่อใหญ่คือความกตัญญู ROSE SINGLE FULL BLOOM: I Love You, I Still Love You ; กุหลาบบานดอกเดี่ยวๆหมายถึงฉันรักคุณและยังคงรักเสมอ
วันสำคัญของศาสนาคริสเตียนที่ใช้ดอกกุหลายมากคือวันที่ชาวคริสเตียนไปเยี่ยมเยียน หลุมฝังศพของบรรพบุรุษค่ะตอนหลังกลายเป็นวันเมมโมเรียลเดย์ ส่วนงานฉลองวันนี้ที่เมืองเมสสิน่า ในอิตาลีจะใช้ดอกกุหลาบโปรยมาจากเพดานมากมายระหว่างร้องเพลงสรรเสริญการกลับมาของพระเยซู พูดถึงนํ้ากุหลาบหรือ โรส วอเตอร์ ด็อกสตาร์มีตำราการทำนํ้ากุหลาบให้กับคนที่สนใจด้วยนะคะ คนที่ริเริ่มทำนี้เป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรของอังกฤษ คนนี้มีชีวิตเมื่อศตที่16นะคะ ชื่อว่านายเจอร์ราร์ด เขาบอกว่าตำรานํ้ากุหลาบของเขาช่วยเรื่องหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรงค่ะ ทำให้จิตใจสดชื่นเบิกบานใจ เรามาพูดถึงตำราอาหารจากดอกกุหลาบกันบ้างมีการใช้กลีบกุหลาบทานกับครีมชีส ทานขนมสโคนกับแยมดอกกุหลาบ เนยที่มีกลิ่นกุหลาบและชาดอกกุหลาบขนมหวานก็มีขนมบาคลาว่า ก็ได้ใช้นํ้ากลิ่นกุหลาบ(ด็อกสตาร์ชอบมากหวานอร่อยใช้เม็ดอัลมอนด์ ป่นผสมด้วยค่ะเป็นขนมของทางคาบสมุทรบัลข่าน กรีก อัลบาเนีย ตุรกี เซอร์เบีย โน่น พูดถึงแถวนี้ด็อกสตาร์เคยไปนะเคยเห็นถั่วตัดด้วยค่ะแต่เขาไม่ได้ใช้ถั่วลิสงแบบบ้านเรา เขาใช้อัลมอนด์แต่มันแข็งสุดๆ dogstarกัดเต็มแรงฟันแทบหัก พอเล่าให้คุณสามีเรื่องนี้ เขาบอกว่าถั่วตัดนี้เริ่มจากยุโรบซึ่งยืมมาจากอาหรับอีกทีแล้วแพร่ไปตามเส้นทางสายไหมค่ะ คนที่ทานขนมถั่วตัดแบบนี้ได้ต้องมีฟันแข็งแรงแบบฟันม้าแน่นอน) ขนมอีกอย่างที่ใช้นํ้ากลิ่นกุหลาบหรือโรสวอเตอร์ผสมคือขนม เตอร์กิชดีไลท์ค่ะ เป็นขนมหวานนุ่มๆสีชมพูแม้แต่พวกเหล้าองุ่นก็นำไปทำพันช์กุหลาบด้วยโดยการนําเอากลีบ กุหลาบแห้ง ส้ม มะนาว นํ้า นํ้าตาล ยีสต์ มาผสมและหมักจะได้ไวน์กุหลาบค่ะ เรื่องของดอกกุหลาบวันนี้ ได้เรียบเรียงมาจากหนังสือ The Oxford Book of Days , The healing herbและหนังสืออีกหลายเล่มและจากเว็บไซด์ต่างๆค่ะ ต้องขอขอบคุณมาด้วย ที่จริงเรื่องของกุหลาบยังมีอีกมากค่ะแต่ใจกำลังวอกแวกไปเอเอสทีวีค่ะ /จบแล้วนะคะ
|