วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม 2551
เลือดกำเดาไหล
Posted by
นายจิ๋ว
,
ผู้อ่าน : 134
, 07:06:10 น.
| หมวดหมู่ :
สุขภาพ
พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อคืนนี้ ประมาณ ตี 2 ผมมีอาการเลือดกำเดาไหล ซึ่งตอนนั้นกำลังหลับอยู่ มีความรู้สึกว่ามีของเหลวค่อยไหลออกมาจากจมูก ไหลลงมาทางริมฝีปาก ผมค่อยกำหนดลมหายใจ คือ การหายใจอย่างมีสติ กำหนดดูว่ามันจะไหลออกมาอีกใหม พบว่ามีบางส่วนลงมาอยู่ในช่องคอ ก็เลยกลืนน้ำลาย ลงไป แล้วค่อยๆ หายใจ เพราะปกติเราก็กำหนดลมหายใจ(อานาปานสติ) เป็นประจำอยู่แล้วเมื่อว่าง ๆ หลังจากนั้นก็นอนหงายสังเกตด้วยจิตว่า คงไม่ไหลออกมาแล้วหละ ก็เลยนอนต่อไป โดยเฝ้าดูความคิดไปด้วยและดูลมหายใจไปด้วย เมื่อวิเคราะห์สาเหตุแล้วอาจจะเกิดจาก ความเครียด เพราะประชุมตั้งแต่เช้า จนถึง 5 โมงเย็น / หรือ ความดันโลหิตสูง ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะวัดความดันก็ปกติ 120/80 มม.ปรอท เมื่อ 3 วัน ที่แล้ว /อาหารหวัดหรือไซนัสอักเสบก็ไม่ใช่ แต่อะไรก็ช่าง มาลองศึกษาข้อมูล เลือดกำเดาไหลกันดีกว่า ครับ เลือดกำเดาไหล จากเว บhttp://www.elib-online.com/doctors46/ent_epistaxis001.html อาการเลือดออกทางจมูกหรือที่เรียกว่า "เลือดกำเดา" (เพื่อให้แปลกไปจากเลือดออกทางบาดแผล) นั้น นับว่าเกิดได้บ่อย จนคิดว่าทุกบ้านทุกครัวเรือนรู้จักอาการนี้ดี หลายท่านอาจจะบอกว่าลูกของท่านเคยเลือดกำเดาไหลตอนนอน รุ่งเช้าเห็นเลือดเปื้อนหมอนแดงเถือก เด็กบางคนชอบแคะจมูก แกะไปแกะมาเลือดกำเดาก็ไหลออกมา บางคนเป็นหวัด สั่งน้ำมูกบ่อยๆ เลือดกำเดาก็ออก เด็กๆ บางทีหกล้มจมูกกระแทกพื้นเลือดกำเดาก็ออกได้เหมือนกัน ผู้ใหญ่บางคนอยู่ๆ เลือดกำเดาไหลออกมาเอง วัดความดันโลหิตดูก็ต้องตกใจ เพราะสูงกว่าปกติจาก 140 กลายเป็น 200 เหล่านี้ล้วนเป็นกรณีที่พบเลือดกำเดาออกอยู่บ่อยๆ เลือดกำเดามาจากไหน ? อาจเป็นคำถามที่ท่านนึกอยู่ในใจ คำตอบว่ามาจากจมูก
คงไม่ใช่ เพราะใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ คงต้องขยายความสักหน่อย ผมขอเจาะลึกลงไปยังแหล่งของเลือดที่ออกเลยว่า เลือดกำเดาส่วนใหญ่ออกมาจากเส้นเลือดฝอย ที่มาเลี้ยงเยื่อบุจมูกครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ลึกจากปลายจมูกเท่าใดนัก บางกรณีเลือดกำเดาออกจากเส้นเลือดแดงขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุจมูก หรืออกจากติ่งเนื้องอกในจมูกก็มี หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนกะโหลกร้าว ก็ทำให้เลือดออกทางจมูกได้ครับ
สาเหตุต่างๆ ที่เลือดกำเดาไหล ผมขอสรุปดังนี้ครับ 1. จากการระคายเคืองหรือบาดเจ็บต่อเยื่อบุจมูก สาเหตุนี้ ได้แก่ การแคะจมูก การสั่งน้ำมูกแรงๆ หรืออยู่ในที่ที่อากาศแห้งเป็นเวลานาน บางคนนั่งเครื่องบินต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง อากาศในเครื่องบินที่แห้งมาก มีความชื้นต่ำ ทำให้เยื่อจมูกแห้งและเปราะ เลยเกิดเลือดออกได้ 2. จากเนื้องอกในจมูก ริดสีดวงจมูก เยื่อจมูกอักเสบเรื้อรังจากโรคภูมิแพ้ พวกนี้เป็นโรคของจมูก เป็นแล้วเรื้อรัง เลือดกำเดาไหลเป็นอาการอย่างหนึ่งของโรคเหล่านี้ มักเป็นๆ หายๆ บางช่วงเป็นมาก บางช่วงเป็นน้อย ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือสิ่งที่แพ้ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศครับ 3. ความดันโลหิตสูง โรคนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยกลางคนและสูงอายุ ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง อาจมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ เนื่องด้วยสาเหตุทางพันธุกรรมครับ บางคนเลือดกำเดาไหล เลยทำให้รู้ว่าเป็นความดันโลหิตสูง ก่อนหน้าที่สบายดี ไม่เคยวัดความดันเลย จึงไม่รู้ว่าเป็น กรณีนี้เรียกได้ว่า เลือดกำเดาเป็นสัญญาณแจ้งเหตุให้รู้โรคที่อยู่เบื้องหลัง 4. โรคเลือดออกง่าย โรคเลือดและอีกหลายโรคที่มีอาการของโรคคือ ภาวะเลือดออกง่าย ฉะนั้นการที่เลือดกำเดาไหล อาจเป็นอาการแสดงของภาวะเลือดออกง่าย ความผิดปกติของเกล็ดเลือด หรือกลไกการแข็งตัวของเลือด สามารถทำให้เลือดกำเดาไหลได้ 5. การบาดเจ็บที่ศีรษะ อาจเป็นการบาดเจ็บที่บริเวณจมูกโดยตรง เช่น จมูกกระแทกของแข็งหรือของมีคมทิ่มตำ หรือบาดเจ็บบริเวณข้างเคียง รวมถึงกะโหลกศีรษะ กรณีรุนแรง-กะโหลกศีรษะร้าว อาจมีเลือดปนน้ำใสๆ ไหลออกทางจมูกหรือทางหูด้วยก็ได้ครับ น้ำใสๆ ที่ไหลปนออกมานั้นคือ น้ำหล่อเลี้ยงสมองครับ เมื่อกะโหลกศีรษะแตกน้ำนี้จึงซึมไหลออกมาได้ การรักษา หลักการที่สำคัญของการรักษาก็คือ การค้นหาสาเหตุ แล้วรักษาตามสาเหตุนั้นๆ ครับ สาเหตุที่ 1 ต้องแนะนำเด็กๆ ให้หลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรงๆ วิธีสั่งน้ำมูกที่ถูกต้องคือ กดจมูกข้างหนึ่งเบาๆ แล้วสั่งน้ำมูกออกทางรูจมูกอีกข้าง อย่าสั่งแรงมากหรือกดจมูกอีกข้างจนแน่น เพราะจะทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้น หูส่วนกลาง แก้วหูอาจแตกได้ หรือเชื้อโรคในจมูกอาจถูกดันเข้าไปในช่องหูหรือโพรงไซนัสได้ครับ เด็กที่แพ้อากาศ เป็นหวัดบ่อยๆ รีบรักษาหวัดหรือแพ้อากาศให้ถูกต้อง อย่าปล่อยให้เป็นเรื้อรัง เลือดกำเดาจะหายไปได้เองครับ สาเหตุที่ 2 อาจต้องผ่าตัด เอาเนื้องอกหรือริดสีดวงจมูกออกครับ รักษาด้วยยาอย่างเดียวคงไม่พอ ยารักษาเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ได้พัฒนาดีขึ้นมาก ในปัจจุบันมียารับประทานและยาพ่นจมูกด้วย ขอให้ติดตามการรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิดครับ สาเหตุที่ 3 ความดันโลหิตสูง ต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุและรักษาตามความเหมาะสมอย่างต่อเนื่องครับ ส่วนใหญ่แล้วต้องรักษาตลอดไป หยุดไม่ได้ ความดันจะกลับมาสูงอีก สาเหตุที่ 4 มีหลายภาวะมากเลยที่นำไปสู่ภาวะเลือดออกง่าย แพทย์จะตรวจค้นหาสาเหตุอย่างละเอียด แล้วให้การรักษาครับ เพราะบางโรคก็ร้ายแรงเอาการทีเดียว
ระดับมะเร็งเลยก็มีครับ สาเหตุที่ 5 คงต้องตรวจเอกซเรย์ หรือตรวจพิเศษอื่นๆ หลายอย่างครับ เพื่อดูว่าบาดเจ็บต่ออวัยวะส่วนใดบ้าง จะได้ซ่อมแซมหรือผ่าตัดตามความเหมาะสม การปฐมพยาบาลเลือดกำเดาไหล ผมขอแนะนำวิธีห้ามเลือดกำเดาไหลที่เกิดขึ้นในบ้าน ไม่ใช่อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บร้ายแรง ดังนี้ครับ 1. ให้เด็กหรือผู้ที่มีเลือดกำเดาไหลนั่งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย 2. บีบจมูกด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ตรงบริเวณที่สูงเลยปลายจมูกขึ้นไปเล็กน้อย 3. ให้อ้าปากเพื่อหายใจทางปากแทนจมูก 4. บีบจมูกให้แน่นไว้ตลอดเวลา สัก 6-10 นาที ต้องบีบตลอดเวลานะครับ อย่าบีบๆ ปล่อยๆ เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลช้า 5. อาจวางผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งบริเวณดั้งจมูกด้วยก็ได้ขณะที่บีบจมูกอยู่ การวางผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งอย่างเดียวได้ผลน้อยกว่าการบีบจมูกครับ ว่างๆ ลองซ้อมทำดูบ้างก็ดีนะครับ เผื่อเกิดเหตุการณ์จริงจะได้ทำได้คล่องแคล่ว ไม่เก้งก้าง (update 20 มิถุนายน 2003) [ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 2 มีนาคม 2546 ]
|