|
เป็นอย่างไรบ้างครับ การเดินทางไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด อันที่จริงคิดว่าไม่น่าจะเรียกว่าการพักผ่อนนะครับ เพราะการจราจรที่ติดขัดจนถนนหนทางกลายเป็นลานจอดรถขนาดมหึมา ทำให้อารมณ์กร่อยไปพอสมควร
ผมก็เป็นหนึ่งในมวลสมาชิกผู้ร่วมชะตากรรมนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หลังพวงมาลัยเกือบ 12 ชั่วโมง ทั้งที่เคยใช้เวลาเพียง 6 - 7 ชั่วโมงก็จะถึงที่หมายปลายทางแล้ว
อ้อ...ยังไม่ได้บอกว่าผมนั้น แม้ภูมิลำเนาอยู่ที่ภาคเหนือ แต่ด้วยบุพเพอาละวาดประสบพบรักเข้ากับสาวบุรีรัมย์นางหนึ่ง ผมจำต้องเดินทางสู่อีสานใต้ในช่วงหยุดสิ้นปีเป็นประจำ
ทุกปีการเดินทางแม้ติดขัดบ้างอาจถึงเป้าหมายช้ากว่าปกติ 1 - 2 ชั่วโมงพอทำเนา
แต่ปีนี้พระเจ้าช่วยกล้วยทอด !!!! ลมแทบใส่......
ผมเดินทางประมาณสักสี่ทุ่มครึ่งคืนวันที่ 28 ธันวาคม ผมเตรียมตัวเตรียมใจรับสภาพการจราจรเบื้องหน้าอย่างเต็มที่ ก็รู้ว่าเพื่อนผู้ร่วมทางต้องหลั่งไหลมาอย่างอุ่นหนาฝาคลั่งแน่นอน
ผมคิดถูกเพียงครึ่งคือเรื่องเพื่อนผู้ร่วมทาง แต่ที่ผิดคาดอย่างเจ็บซ้ำน้ำใจที่สุด การจราจรมันติดขัดจนเป็นอัมพาตนั่นครับ.....
ผมต้องจอดรถพักสายตา พักจิบกาแฟไปตลอดทาง ฟังดูดีนะครับ แต่ขอประทานโทษกว่าจะได้จิบกาแฟแต่ละกว่าต้องต่อคิวยาวเป็นกิโล
นี่แค่เรื่องกาแฟนะครับ ไม่ได้ดื่มยังทำเนา แต่ไอ้เรื่องปวดหนักปวดเบานี่สิครับเรื่องใหญ่...!!!!!
อีกนั่นละครับ ผู้ชายยังพอที่จะกระโดดเข้าป่าข้างทางได้ น่าเห็นใจที่สุดก็พวกคุณผู้หญิงนี่ครับ ขนาดที่ผู้ชายเสียสละห้องน้ำให้ยังไม่พอ หางแถวมองแล้วเหยี่ยวแทบราด
ครับ....ใช่ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่มีเรื่องที่หน้ายินดีเสียเลย
อย่างหนึ่งที่เห็นก็คือความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทางด้วยกันของผู้ใช้รถใช้ถนน แม้จะมีบ้างที่แตกแถว แต่ก็เป็นส่วนน้อยครับ
มีครั้งหนึ่งผมจำไม่ได้ว่าเป็นใดของถนน แต่ว่าก็ดึกมากแล้ว มีรถแตกแถวสองสามคันอยากไปก่อนเพื่อนก็เบี่ยงตัวออกทางซ้ายวิ่งไปตาไหล่ทาง
อนิจจาเมื่อความซวยมาเยือนก็พาลซวยกันไปหมด รถแตกแถวทั้งสองคันก็มีอันไปร่วงลงไปข้าง ยังดีที่ข้างทางไม่ใช่หุบเหว ไม่ถึงกับเสียชีวิตแต่ก็รับบาดเจ็บกันทั่วหน้า
อย่างหนึ่งที่น่าชมเชยคือเจ้าหนี้ที่ที่ต้องปฏิบัติงานทั้งคืน เขาคือผู้ปิดทองหลังพระ เพราะการหลายสิ่งหลายอย่างในวันนั้นมันทำให้ตึงเครียดกันไปหมด แต่เหล่าท่านก็ยังทำงานกันได้อย่างแข็งขัน รวบรัดตัดความกันเลยก็แล้วกัน แม้จะเครียดจะหน่ายกับการเดินทางอยู่บ้าง แต่เมื่อสัมผัสกับบรรยากาศ ป่าเขาลำเนาไพรแล้ว อะไรที่แย่ก็ดูดีขึ้นถนัดตาเลยครับ ผมไม่รอช้าที่จะดื่มด่ำกับสิ่งเหล่านี้แน่นอน เพราะกว่าจะได้มาอีกครั้งก็ต้องอีก 1 ปีเต็ม...!!! ส่วนการเดินทางกลับของผมนั้นไม่มีปัญหาเหมือนช่วงขาไป นั้นนับเป็นสิ่งดีมากๆ เพราะทำให้อารมณ์ของผมยังสดชื่นอยู่ และพร้อมกับการเริ่มงานของปี 51 ที่ยังมีอะไรที่ท้าท้ายความสามารถของผมอยู่ ก่อนจากไม่คำใดกว่า นอกจากคำว่า สวัสดีปีใหม่ ยินดีต้อนรับกลับสู่กรุงเทพฯ ครับ .....
|